๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติณมุฏฐิทายกเถระ (พระติณมุฏฐิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อลัมพกะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๕. เอกปทุมวรรค] ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอุปติสสะ เสด็จจงกรมอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นนายพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงเป็นพระสยัมภู ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ได้ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่งแด่พระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระองค์นั้น
ครั้นถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพแล้ว ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
พอข้าพเจ้าไปได้ไม่นาน ราชสีห์ได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถูกราชสีห์ทำให้ล้มลงได้สิ้นชีวิตลงในที่นั้น
(เพราะ)กรรมที่ข้าพเจ้าทำแล้วในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดผู้ไม่มีอาสวะ ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดยังเทวโลก ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดแล่นไปดีแล้ว
ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงดงาม ที่บุญกรรมเนรมิตไว้แล้วสูง ๑,๐๐๐ ชั่วธนู มี ๗ ชั้น สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว
รัศมีของปราสาทนั้นพวยพุ่งดุจดวงอาทิตย์อุทัย ปราสาทแออัดด้วยเหล่านางเทพกัญญา ข้าพเจ้าบันเทิงเริงรมย์ด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๕. เอกปทุมวรรค] ๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้าอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลกมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายที่นั่งไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหญ้ากำมือหนึ่ง
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติณมุฏฐิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๘ จบ