๔. มธุทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๔. มธุทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมธุทายกเถระ (พระมธุทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้สร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ สอนตำราประวัติศาสตร์พร้อมทั้งตำราทายลักษณะ แก่พวกศิษย์ที่อาศรมนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๔. มธุทายกเถราปทาน
ศิษย์เหล่านั้นผู้ที่ข้าพเจ้าแนะนำแล้วเป็นผู้ใคร่ธรรม ใคร่ฟังคำสั่งสอนดี ถึงความสำเร็จในองค์ ๖ ประการ อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ
เป็นผู้ฉลาดในเหตุที่มาแห่งอุปปาทะ(ความเกิด) และในลักษณะทั้งหลาย แสวงหาประโยชน์สูงสุดอยู่ในป่าใหญ่ในครั้งนั้น
ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ เมื่อจะทรงอนุเคราะห์พวกข้าพเจ้า จึงเสด็จเข้ามา
ข้าพเจ้าได้เห็นพระมหาวีรเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จเข้ามา จึงได้ลาดหญ้าถวายแด่พระองค์ผู้เจริญที่สุดในโลก
ข้าพเจ้าถือน้ำผึ้งจากป่าใหญ่มาถวาย แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยแล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีความเลื่อมใส ซึ่งได้ถวายน้ำผึ้งแก่เราด้วยมือทั้ง ๒ ของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
ด้วยการถวายน้ำผึ้งและด้วยการลาดหญ้าถวายนี้ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก @เชิงอรรถ : @ ดู เชิงอรรถ หน้า ๖๑๒ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๔. มธุทายกเถราปทาน
ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
เมื่อข้าพเจ้าจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้ ปฏิสนธิในครรภ์มารดา ฝนน้ำผึ้งได้ตกปกปิดแผ่นดินด้วยน้ำผึ้ง
แม้ในขณะเมื่อข้าพเจ้าออกจากครรภ์อย่างปลอดภัยนั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตกเพื่อข้าพเจ้าตลอดกาลเป็นนิตย์
เมื่อข้าพเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
ข้าพเจ้าเกิดในหมู่เทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสิ่งที่พึงปรารถนาทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ เพราะการถวายน้ำผึ้งนั้นแล
เมื่อฝนตกแล้ว หญ้างอกยาว ๔ นิ้ว เมื่อต้นไม้ในที่เพาะปลูกมีดอกบานสะพรั่ง ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่เป็นสุขเนืองนิตย์ ที่เรือนว่าง ที่มณฑปและโคนต้นไม้
ภพที่ข้าพเจ้าก้าวล่วงมีในท่ามกลาง ในวันนี้อาสวะทั้งหลายของข้าพเจ้าสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมธุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ มธุทายกเถราปทานที่ ๔ จบ