คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๘ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค หมวดว่าด้วยพระเมตเตยยะเป็นต้น ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติสสเมตเตยยเถระ (พระติสสเมตเตยยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

(ข้าพเจ้าเป็น)ดาบสชื่อโสภิตะ บริโภคแต่ผลไม้ที่หล่นเอง อาศัยยอดเงื้อมอยู่ในระหว่างภูเขา

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อเกิดในพรหมโลก จึงนำฟืนสำหรับก่อไฟมาสุมไฟให้ลุกโพลง

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงเสด็จมาในสำนักของข้าพเจ้า

ตรัสถามว่า ทำอะไรอยู่หรือ ท่านผู้มีบุญมาก ขอท่านจงให้ฟืนสำหรับก่อไฟแก่เราบ้าง เราจะบำเรอไฟ เพราะการบำเรอไฟนั้น ความบริสุทธิ์จักมีแก่เรา

ข้าพเจ้าทูลว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นมนุษย์ ท่านเป็นผู้เจริญดี ท่านเข้าใจเทวดาดี เชิญท่านบำเรอไฟ เชิญท่านนำฟืนสำหรับก่อไฟไปเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

ลำดับนั้น พระชินเจ้าทรงถือฟืนจากที่นั้นไปก่อไฟ แต่ไม่ทำฟืนให้ไหม้ในกองไฟนั้น เพราะพระองค์ผู้แสวงหาคุณ อันยิ่งใหญ่ทรงทำปาฏิหาริย์

พระชินเจ้าตรัสว่า ไฟของท่านไม่ลุกโพลง เครื่องบูชาของท่านไม่มีการบำเรอ ไฟของท่านไร้ประโยชน์ เชิญท่านบำเรอไฟของเราบ้างซิ

ข้าพเจ้าทูลถามว่า ข้าแต่ท่านผู้มีความเพียรมาก ไฟของท่านเป็นเช่นไร ขอจงบอกไฟของท่าน เมื่อบอกแก่ข้าพเจ้าแล้ว เราทั้ง ๒ จะบูชา(ร่วมกัน)

พระชินเจ้าตรัสว่า การบูชาของเรามีไว้ (เพื่อประโยชน์) ๓ ประการนี้ คือเพื่อดับธรรมที่เป็นเหตุ ๑ เพื่อเผากิเลส ๑ เพื่อละความริษยาและความตระหนี่ ๑

๑๐

ข้าพเจ้าทูลถามว่า ข้าแต่ท่านผู้มีความเพียรมาก ผู้นิรทุกข์ พระองค์เป็นคนเช่นไร มีตระกูลอย่างไร ข้าพเจ้าชอบใจอาจาระและข้อปฏิบัติของพระองค์นัก

๑๑

พระชินเจ้าตรัสตอบว่า เราเกิดในตระกูลกษัตริย์ ถึงความสำเร็จแห่งอภิญญา สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

๑๒

ข้าพเจ้าทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ส่องแสงสว่าง ทรงบรรเทาความมืด ถ้าพระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ข้าพระองค์จักขอนอบน้อมพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์

๑๓

ข้าพเจ้าจึงปูหนังสัตว์ถวายให้เป็นที่ประทับนั่ง พระสัพพัญญูประทับนั่งบนหนังสัตว์นั้น ข้าพเจ้าอุปัฏฐากพระองค์

๑๔

พระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนหนังสัตว์ที่ข้าพเจ้าปูถวายนั้น ข้าพเจ้านิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้ไปยังภูเขา

๑๕

เก็บผลมะพลับใส่หาบจนเต็ม นำผลมาคลุกเคล้าด้วยน้ำผึ้งแล้ว ได้ถวายแด่พระพุทธเจ้า

๑๖

เมื่อข้าพเจ้ามองดูอยู่ พระชินเจ้าทรงเสวยในขณะนั้น ข้าพเจ้ามองดูพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์

๑๗

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งอยู่ในอาศรมของข้าพเจ้า ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

๑๘

เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใสได้ถวายผลไม้ ให้เราฉันจนอิ่มหนำ ด้วยมือของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

๑๙

ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๒๕ ชาติ และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

๒๐

ข้าว น้ำ ผ้า และที่นอน ซึ่งสมควรแก่ค่ามาก ดังจะรู้ความดำริของเขา ผู้ประกอบด้วยบุญกรรม

๒๑

ปัจจัยทั้งหลาย ประกอบด้วยบุญกรรมจักบังเกิดขึ้นทันที ผู้นี้จักบันเทิง และไม่มีโรคตลอดเวลา

๒๒

เขาเกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้น เขาจักได้เป็นมนุษย์ มีสุขในที่ทุกแห่ง

๒๓

เขาเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจักเป็นพระอรหันต์

๒๔

ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ รู้เดียงสา ความพร่องในโภคสมบัติไม่มีแก่ข้าพเจ้าเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้

๒๕

ข้าพเจ้าบรรลุถึงธรรมอย่างประเสริฐแล้ว ถอนราคะและโทสะขึ้นได้แล้ว สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๒๖

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๒๗

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๒. ปุณณกเถราปทาน

๒๘

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติสสเมตเตยยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ติสสเมตเตยยเถราปทานที่ ๑ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้