๖. นันทกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. นันทกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระนันทกเถระ (พระนันทกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้อ อยู่ในป่าดงทึบเที่ยวแสวงหาเนื้อฟานอยู่ ได้พบพระสยัมภู
ครั้งนั้น พระสยัมภูปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าอนุรุทธะนั้น ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ เป็นนักปราชญ์ ทรงประสงค์วิเวกจึงเสด็จเข้าป่า
ข้าพเจ้าถือท่อนไม้ ๔ ท่อน มาปักลงเป็น ๔ เส้า ทำเป็นมณฑปเรียบร้อยแล้ว มุงด้วยดอกปทุม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๖. นันทกเถราปทาน
ครั้นมุงมณฑปแล้ว ได้ถวายอภิวาทพระสยัมภู ทิ้งธนูไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วบวชเป็นบรรพชิต
เมื่อข้าพเจ้าบวชแล้วไม่นาน ก็เกิดเจ็บไข้ขึ้น ข้าพเจ้าระลึกถึงบุพกรรมแล้ว ก็ได้ตายไปในที่นั้น
ข้าพเจ้าประกอบด้วยบุพกรรม จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต ในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้น วิมานทองบังเกิดแก่ข้าพเจ้าตามปรารถนา
ข้าพเจ้าอธิษฐานยานพาหนะทิพย์เทียมด้วยม้าพันตัว ขึ้นยานพาหนะนั้นแล้ว ไปได้ตามปรารถนา
เมื่อข้าพเจ้าอันบุญกรรมนำ จากมนุษยโลกนั้นไปเกิดเป็นเทวดา มณฑปย่อมกางกั้นไว้แก่ข้าพเจ้าตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ
ข้าพเจ้านั้นนอนอยู่บนที่นอนที่ไม่มีเครื่องมุง ลาดด้วยดอกไม้ ดอกปทุมทั้งหลายย่อมตกลงมา จากอากาศตลอดกาลเป็นนิตย์
เมื่อพยับแดดเต้นไหวอยู่ เมื่อแดดแผดเผาอยู่ แดดย่อมไม่แผดเผาข้าพเจ้า นี้เป็นผลแห่งการทำมณฑปถวาย
ข้าพเจ้าล่วงพ้นทุคติแล้ว อบายทั้งหลายปิดแล้วสำหรับข้าพเจ้า (เมื่อข้าพเจ้าอยู่) ที่มณฑปหรือที่โคนต้นไม้ ความร้อนย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๖. นันทกเถราปทาน
ข้าพเจ้าอธิษฐานสัญญาว่าเป็นแผ่นดินแล้ว ข้ามทะเลไปก็ได้ กรรมข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้ว นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าทำทางในอากาศแล้วเหาะไปในอากาศก็ได้ น่าปลื้มใจจริง กรรมข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้ว นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าระลึกชาติก่อนๆ ได้ ทิพยจักษุข้าพเจ้าชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งหลายของข้าพเจ้าสิ้นแล้ว นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ชาติก่อนข้าพเจ้าละได้แล้ว ข้าพเจ้าเป็นโอรสของพระพุทธเจ้า และเป็นทายาทในพระสัทธรรม นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าให้พระสุคตพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว เป็นธงชัยแห่งธรรม และเป็นธรรมทายาท นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าได้บำรุงพระสัมพุทธเจ้าผู้โคดมศากยะผู้ประเสริฐ เป็นผู้นำสัตว์โลกแล้ว ได้ทูลถามถึงทางที่จะไปนิพพาน
พระพุทธเจ้าอันข้าพเจ้าทูลแล้ว ได้ตรัสบอกบทที่ลึกซึ้งละเอียด ข้าพเจ้าฟังธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน
น่าปลื้มใจจริง กรรมข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากชาติแล้ว สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระนันทกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ นันทกเถราปทานที่ ๖ จบ