๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปุปผจังโกฏิยเถระ (พระปุปผจังโกฏิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐ ทรงเป็นดุจราชสีห์ ตัวไม่ครั่นคร้าม ดุจพญาครุฑเลิศกว่านกทั้งหลาย ดุจพญาเสือโคร่งตัวองอาจ ดุจพญาไกรสรมีชาติสูง
พระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของทั้ง ๓ โลก ไม่ทรงหวั่นไหว ไม่ทรงพ่ายแพ้เลิศกว่าบรรดาสมณะ ประทับนั่งมีหมู่ภิกษุห้อมล้อม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๗. สกจิตตนิยวรรค] ๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน
ข้าพระองค์นำดอกอังกาบชั้นดีใส่ไว้ในผอบ ได้บูชาพระพุทธเจ้าประเสริฐที่สุดด้วยทั้งผอบใหญ่นั่นเอง
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงองอาจกว่านรชน ข้าพระองค์ละความชนะและความแพ้ได้แล้ว บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๓๐ ถ้วน (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ ชาติ มีพระนามว่าเทวภูติ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปุปผจังโกฏิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ปุปผจังโกฏิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ สกจิตตนิยวรรคที่ ๗ จบบริบูรณ์ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถข้อ ๙ หน้า ๒๐๓ ในเล่มนี้ @ ดูเชิงอรรถข้อ ๙ หน้า ๒๐๓ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๗. สกจิตตนิยวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สกจิตตนิยเถราปทาน ๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน ๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน ๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน ๕. ภิสทายกเถราปทาน ๖. สุจินติตเถราปทาน ๗. วัตถทายกเถราปทาน ๘. อัมพทายกเถราปทาน ๙. สุมนเถราปทาน ๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน คาถาอันแสดงอรรถที่ท่านกล่าวไว้แล้วนับได้ ๗๑ คาถา ฉะนี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๑๔}