คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๒๕พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก กุมารกัสสปเถราปทานที่ ๕ ว่าด้วยบุพจริยาของพระกุมารกัสสปเถระ

ปญฺจมํ กุมารกสฺสปตฺเถราปทานํ (๕๓๕)

๑๒๕

ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระผู้มีพระภาคผู้นายก ทรงเกื้อกูลแก่ สัตว์โลกทั้งปวง เป็นนักปราชญ์ มีพระนามว่าปทุมุตระ ได้เสด็จ อุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์มีชื่อเสียงโด่งดัง รู้จบ ไตรเพท เที่ยวไปในที่พักสำราญกลางวัน ได้พบพระผู้มีพระภาค ผู้นายกของโลก กำลังทรงประกาศสัจจะ ๔ ทรงยังมนุษย์พร้อมด้วย ทวยเทพให้ตรัสรู้ กำลังทรงสรรเสริญพระสาวกของพระองค์ผู้กล่าว ธรรมกถาวิจิตรอยู่ในหมู่มหาชน ครั้งนั้น เราชอบใจ จึงได้นิมนต์ พระตถาคต แล้วประดับประดามณฑปให้สว่างไสวด้วยรัตนะนานา ชนิด ด้วยผ้าอันย้อมด้วยสีต่างๆ นิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วย พระสงฆ์ให้เสวยและฉันในมณฑปนั้น เรานิมนต์พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกให้เสวยและฉันโภชนะมีรสอันเลิศต่างๆ ถึง ๗ วัน แล้วเอาดอกไม้ที่สวยงามต่างๆ ชนิด บูชาแล้วหมอบลง แทบบาทมูลปรารถนาฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระมุนีผู้ประเสริฐ มีความเอ็นดู เป็นที่อาศัยอยู่แห่งกรุณา ได้ตรัสว่า จงดูพราหมณ์ นี้ ผู้มีปากและตาเหมือนดอกปทุม มากด้วยความปรีดาปราโมทย์ มี กายและใจสูงเพราะโสมนัส นำความร่าเริงมา จักษุกว้างใหญ่ มีความ อาลัยในศาสนาของเรา เขาปรารถนาฐานันดรนั้น คือ การกล่าว ธรรมกถาอันวิจิตรในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามว่า โคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอัน ธรรมเนรมิต จักได้เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่ากุมารกัสสป เพราะอำนาจดอกไม้และผ้าอันวิจิตรกับรัตนะ เขาจักถึงความเป็น ผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้กล่าวธรรมกถาอันวิจิตร เพราะกรรมที่ทำ ไว้ดีแล้ว และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ เหมือน ตัวละครหมุนเวียนอยู่กลางเวทีเต้นรำ ฉะนั้น เราเป็นบุตรของเนื้อ ชื่อสาขะ หยั่งลงในครรภ์แห่งแม่เนื้อ ครั้งนั้น เมื่อเราอยู่ในท้อง มารดาของเรา ถึงเวรที่จะต้องถูกฆ่า มารดาของเราถูกเนื้อสาขะ ทอดทิ้ง จึงยึดเอาเนื้อนิโครธเป็นที่พึ่ง มารดาของเราอันพระยาเนื้อ นิโครธ ช่วยให้พ้นจากความตาย สละเนื้อสาขะแล้ว ตักเตือน เราผู้เป็นบุตรของตัวในครั้งนั้นอย่างนี้ว่า ควรคบหาแต่เนื้อนิโครธ เท่านั้น ไม่ควรเข้าไปคบหาเนื้อสาขะ ตายในสำนักเนื้อนิโครธ ประเสริฐกว่า มีชีวิตอยู่ในสำนักเนื้อสาขะจะประเสริฐอะไร. เรามารดาของเราและเนื้อนอกจากนี้ อันเนื้อนิโครธ ผู้เป็น นายฝูงนั้นพร่ำสอน อาศัยโอวาทของเนื้อนิโครธนั้น จึง ได้ไปยังที่อยู่อาศัย คือ สวรรค์ชั้นดุสิตอันรื่นรมย์ ประหนึ่งว่าไปยังเรือนของตัวที่ทิ้งจากไป ฉะนั้น. เมื่อพระศาสนาของพระกัสสปธีรเจ้า กำลังถึงความสิ้นสูญอันตรธาน เราได้ขึ้นภูเขาอันล้วนด้วยหิน บำเพ็ญเพียรตามคำสอนของพระ- พิชิตมาร ก็บัดนี้ เราเกิดในสกุลเศรษฐีในพระนครราชคฤห์ มารดาของเรามีครรภ์ ออกบวชเป็นภิกษุณี พวกภิกษุณีรู้ว่ามารดา ของเรามีครรภ์ จึงนำไปหาพระเทวทัต พระเทวทัตนั้นกล่าวว่าจง นาสนะภิกษุผู้ลามกนี้เสีย ถึงในบัดนี้มารดาบังเกิดเกล้าของเรา เป็นผู้ อันพระพิชิตมารจอมมุนีทรงอนุเคราะห์ไว้ จึงได้ถึงความสุขใน สำนักของภิกษุณี พระเจ้าแผ่นดินพระนามว่าโกศล ได้ทรงทราบเรื่อง นั้นจึงทรงเลี้ยงดูเราไว้ด้วยเครื่องบริหารแห่งกุมาร และตัวเรามีชื่อว่า กัสสป เพราะอาศัยท่านพระกัสสปเถระ เราจึงถูกเรียกว่ากุมาร กัสสป เพราะได้สดับพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า กายเช่นเดียวกับจอมปลวก จิตของเราจึงพ้นจากอาสวะกิเลส ไม่ ถือมั่นด้วยอุปาทานโดยประการทั้งปวง เราได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ก็เพราะทรมานพระเจ้าปายาสิ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธ ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกุมารกัสสปเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ กุมารกัสสปเถราปทาน. จบ ภาณวารที่ ๒๕

|๑๒๕.๑๕๐| อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก สพฺพโลกหิโต ธีโร ปทุมุตฺตรนามโก ฯ |๑๒๕.๑๕๑| ตทาหํ พฺราหฺมโณ หุตฺวา วิสฺสุโต เวทปารคู ทิวาวิหารํ วิจรํ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๑๒๕.๑๕๒| จตุสจฺจํ ปกาเสนฺตํ โพธยนฺตํ สเทวกํ สสาวกํ จิตฺตกถิกํ วณฺณยนฺตํ มหาชเน ฯ |๑๒๕.๑๕๓| ตทา มุทิตจิตฺโตหํ นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ นานารตฺเตหิ วตฺเถหิ อลงฺกริตฺวาน มณฺฑปํ ฯ |๑๒๕.๑๕๔| นานารตนปชฺโชตํ สสงฺฆํ โภชยึ ตหึ โภชยิตฺวาน สตฺตาหํ นานคฺครสโภชนํ ฯ |๑๒๕.๑๕๕| นานาจิตฺเตหิ ปุปฺเผหิ ปูชยิตฺวา สสาวกํ นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ ตํ ฐานํ ปตฺถยึ อหํ ฯ |๑๒๕.๑๕๖| ตทา มุนิวโร อาห กรุโณ กรุณาลโย ปสฺสเถตํ ทิชวรํ ปทุมานนโลจนํ ฯ |๑๒๕.๑๕๗| ปีติปามุชฺชพหุลํ สมุทฺธคฺคตนุรุหํ หาสาวหํ วิสาลกฺขํ มม สาสนสาลยํ ฯ |๑๒๕.๑๕๘| มม ปาทมูเล ปติตํ เอกวตฺตํ สุมานสํ เอส ปตฺเถติ ตํ ฐานํ วิจิตฺตกถิกตฺตนํ ฯ |๑๒๕.๑๕๙| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๒๕.๑๖๐| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต กุมารกสฺสโป นาม เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๑๒๕.๑๖๑| วิจิตฺตปุปฺผทุสฺสานํ รตนานญฺจ วาหสา วิจิตฺตกถิกานํ โส อคฺคตฺตํ ปาปุณิสฺสติ ฯ |๑๒๕.๑๖๒| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๒๕.๑๖๓| ปริพฺภมึ ภวาภเว รงฺคมชฺเฌ ยถา นโฏ สาขามิคตฺรโช หุตฺวา มิคิยา กุจฺฉิโมกฺกมึ ฯ |๑๒๕.๑๖๔| ตทา มยิ กุจฺฉิคเต วชฺฌวาโร อุปฏฺฐิโต สาเขน จตฺตา เม มาตา นิโคฺรธํ สรณํ คตา ฯ |๑๒๕.๑๖๕| เตน สา มิคราเชน มรณา ปริโมจิตา ปริจฺจชิตฺวาน สปฺปาณํ มเมวํ โอวที ตทา ฯ |๑๒๕.๑๖๖| นิโคฺรธเมว เสเวยฺย น สาขมูปสํวเส นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย ยญฺเจ สาขสฺมิ ชีวิตํ ฯ |๑๒๕.๑๖๗| เตนานุสิฏฺฐา มิคยูถเปน อหญฺจ มาตา จตเร จ ตสฺโสวาทํ อาคมฺม รมฺมํ ตุสิตาธิวาสํ คตา ปวาสํ สฆรํ ยเถว ฯ |๑๒๕.๑๖๘| ปุโน กสฺสปธีรสฺส อตฺถเมนฺตมฺหิ สาสเน อารุยฺห เสลสิขรํ ยุญฺชิตฺวา ชินสาสนํ ฯ |๑๒๕.๑๖๙| อิทานิ หิ ราชคเห ชาโต เสฏฺฐิกุเล อหํ อาปนฺนคพฺภา เม มาตา ปพฺพชิ อนคาริยํ ฯ |๑๒๕.๑๗๐| สคพฺภนฺตํ วิทิตฺวาน เทวทตฺตมุปานยุํ โส อโวจ วินาเสถ ปาปิกํ ภิกฺขุนึ อิมํ ฯ |๑๒๕.๑๗๑| อิทานิปิ มุนินฺเทน ชิเนน อนุกมฺปิตา สุขินี ชนนี มยฺหํ มาตา ภิกฺขุนูปสฺสเย ฯ |๑๒๕.๑๗๒| ตํ วิทิตฺวา มหิปาโล โกสโล มํ อโปสยิ กุมารปริหาเรน นาเมนาหญฺจ กสฺสโป ฯ |๑๒๕.๑๗๓| มหากสฺสปมาคมฺม อหํ โกมารกสฺสโป วมฺมิกสฺสทิสํ กายํ สุตฺวา พุทฺเธน เทสิตํ ฯ |๑๒๕.๑๗๔| ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม อนุปาทาย สพฺพโส ปายาสึ ทมยิตฺวาหํ เอตทคฺคํ อปาปุณึ ฯ |๑๒๕.๑๗๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๒๕.๑๗๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๒๕.๑๗๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุมารกสฺสโป เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ จตุวีสติมํ ภาณวารํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย