คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๘ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระกุมารกัสสปเถระ (พระกุมารกัสสปเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๑๕๐

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เป็นนักปราชญ์ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

๑๕๑

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์มีชื่อเสียงเลื่องลือ เรียนจบไตรเพท เที่ยวพักสำราญในเวลากลางวัน ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

๑๕๒

กำลังทรงประกาศสัจจะ ๔ ช่วยมนุษย์พร้อมด้วยเทวดาให้ตรัสรู้ กำลังสรรเสริญสาวกของพระองค์ ผู้กล่าวธรรมีกถาอย่างวิจิตรอยู่ในหมู่มหาชน

๑๕๓

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเบิกบานใจจึงทูลนิมนต์พระตถาคต แล้วประดับมณฑปด้วยผ้าที่ย้อมด้วยสีต่างๆ

๑๕๔

ให้โชติช่วงด้วยรัตนะต่างๆ ทูลนิมนต์พระตถาคต พร้อมทั้งพระสงฆ์ให้เสวยและฉันโภชนะ มีรสเลิศต่างๆ ตลอด ๗ วัน ในมณฑปนั้น

๑๕๕

ได้บูชาพระตถาคตพร้อมทั้งสาวก ด้วยดอกไม้อันสวยงามนานาชนิด แล้วหมอบลงแทบพระบาท ปรารถนาตำแหน่งนั้น

๑๕๖

ครั้งนั้น พระมุนีผู้ประเสริฐ ทรงมีพระกรุณา ได้ตรัสว่า ‘จงดูพราหมณ์ผู้ประเสริฐนี้ ผู้มีปากและดวงตาเหมือนดอกปทุม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

๑๕๗

ผู้มากด้วยความปรีดาปราโมทย์ มีโลมชาติชูชันและมีใจฟูขึ้น มีนัยน์ตากลมโต นำความร่าเริงมา มีความอาลัยในศาสนาของเรา

๑๕๘

ผู้มีใจดี มีผ้าผืนเดียวหมอบอยู่แทบเท้าของเรา เขาปรารถนาตำแหน่งคือการกล่าวธรรมได้อย่างวิจิตรนั้น

๑๕๙

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๑๖๐

ผู้นี้จักมีนามว่ากุมารกัสสปะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

๑๖๑

เพราะอานุภาพแห่งดอกไม้และผ้า อันวิจิตรและรัตนะทั้งหลาย เขาจักถึงความเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้กล่าวธรรมได้อย่างวิจิตร’

๑๖๒

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑๖๓

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ เหมือนตัวละครเต้นรำหมุนเวียนอยู่กลางเวที ข้าพเจ้าเป็นลูกของเนื้อชื่อสาขะ ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของแม่เนื้อ

๑๖๔

ครั้งนั้น เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์ ถึงวาระที่จะต้องถูกฆ่า มารดาของข้าพเจ้าถูกเนื้อชื่อสาขะทอดทิ้ง จึงยึดเนื้อชื่อนิโครธเป็นที่พึ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

๑๖๕

มารดาของข้าพเจ้าได้พญาเนื้อชื่อนิโครธนั้น สละชีวิตของตนช่วยให้พ้นจากความตายแล้ว ตักเตือนข้าพเจ้าผู้เป็นลูกของตนในครั้งนั้นอย่างนี้ว่า

๑๖๖

‘ควรคบแต่เนื้อชื่อนิโครธเท่านั้น ไม่ควรเข้าไปคบหาเนื้อชื่อสาขะ การตายในสำนักของเนื้อชื่อนิโครธยังประเสริฐกว่า การมีชีวิตอยู่ในสำนักของเนื้อชื่อสาขะ จะประเสริฐอย่างไร

๑๖๗

ข้าพเจ้า มารดาของข้าพเจ้าและพวกเนื้อนอกนี้ ได้เนื้อชื่อนิโครธผู้เป็นนายฝูงนั้นพร่ำสอน อาศัยโอวาทของเนื้อชื่อนิโครธนั้น จึงได้ไปยังที่อยู่อาศัยคือสวรรค์ชั้นดุสิตที่รื่นรมย์ ประหนึ่งว่าได้ไปยังเรือนของตนที่ทิ้งจากไป

๑๖๘

เมื่อศาสนาของพระกัสสปธีรเจ้า กำลังถึงความสิ้นไป ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปยังภูเขา บำเพ็ญเพียรตามคำสอนของพระชินเจ้า

๑๖๙

ก็บัดนี้ เกิดในตระกูลเศรษฐีในกรุงราชคฤห์ มารดาของข้าพเจ้ามีครรภ์ ออกบวชเป็นบรรพชิต

๑๗๐

ภิกษุณีทั้งหลายรู้ว่ามารดาของข้าพเจ้ามีครรภ์ จึงนำไปหาพระเทวทัต พระเทวทัตนั้นกล่าวว่า ‘จงนาสนะภิกษุณีชั่วรูปนี้เสีย’

๑๗๑

แม้ในบัดนี้ มารดาผู้ให้กำเนิดของข้าพเจ้า อันพระชินเจ้าผู้เป็นจอมมุนี ทรงอนุเคราะห์ไว้ จึงได้มีความสุขอยู่ในสำนักของภิกษุณี @เชิงอรรถ : @ ขุ.ชา.(แปล) ๒๗/๑๒/๖ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

๑๗๒

พระเจ้าแผ่นดินพระนามว่าโกศล ได้ทรงทราบเรื่องนั้นแล้วจึงทรงชุบเลี้ยงข้าพเจ้าไว้ ด้วยเครื่องบริหารพระกุมาร และตัวข้าพเจ้าก็มีชื่อว่ากัสสปะ

๑๗๓

เพราะอาศัยท่านพระมหากัสสปเถระ ข้าพเจ้าจึงมีชื่อว่ากุมารกัสสปะ เพราะได้ฟังพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า กายเช่นกับจอมปลวก

๑๗๔

จากนั้นจิตของข้าพเจ้าก็หลุดพ้น ไม่ถือมั่นโดยประการทั้งปวง ข้าพเจ้าได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ก็เพราะทรมานพระเจ้าปายาสิ

๑๗๕

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑๗๖

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๑๗๗

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระกุมารกัสสปเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ กุมารกัสสปเถราปทานที่ ๕ จบ ภาณวารที่ ๒๔ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๖๑}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๕. กุมารกัสสปเถราปทาน