คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๖. กาฬุทายีเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๐ ข้อ๑ ฉบับ

๖. กาฬุทายีเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระกาฬุทายีเถระ (พระกาฬุทายีเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๑๖๕

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๖. กาฬุทายีเถราปทาน

๑๖๖

พระชินเจ้าทรงเป็นศาสดา ผู้ประเสริฐกว่าผู้นำ(เจ้าลัทธิ)ทั้งหลาย ทรงรู้แจ้งสิ่งที่เป็นคุณและสิ่งที่เป็นโทษ เป็นผู้กตัญญูกตเวที ทรงประกอบเหล่าสัตว์ไว้ในท่า

๑๖๗

ทรงเป็นสัพพัญญู ทรงมีอัธยาศัยเอ็นดู เป็นที่สั่งสมแห่งอนันตคุณ ทรงพิจารณาด้วยพระญาณนั้นแล้ว จึงทรงแสดงธรรมที่ประเสริฐ

๑๖๘

บางครั้งพระชินเจ้านั้น ผู้มีความเพียรมาก มีพระปัญญาบริสุทธิ์ แสดงธรรมที่ประกอบด้วยสัจจะทั้ง ๔ อันไพเราะ แก่หมู่ชนเป็นอนันต์

๑๖๙

สรรพสัตว์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ได้บรรลุธรรม เพราะได้สดับธรรมที่ประเสริฐ มีความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดนั้น

๑๗๐

ครั้งนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือน และ เมฆก็คำรน เหล่าเทวดา พรหม มนุษย์ และอสูร ต่างก็แซ่ซ้องสาธุการ

๑๗๑

โอ พระศาสดาทรงประกอบด้วยพระกรุณา โอ พระสัทธรรมเทศนา โอ พระชินเจ้าผู้ทรงช่วยหมู่สัตว์ ที่จมลงในสมุทรคือภพขึ้นมาได้

๑๗๒

เมื่อหมู่สัตว์พร้อมทั้งมนุษย์ เทวดา และพรหม เกิดความสังเวชเช่นนี้แล้ว พระชินเจ้าได้ทรงสรรเสริญสาวก ผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายทำตระกูลให้เลื่อมใส @เชิงอรรถ : @ ในท่า ในที่นี้หมายถึงประกอบคือให้สรรพสัตว์ดำรงอยู่ในมรรคที่เป็นมหากุศลซึ่งเป็นอุบายในการบรรลุนิพพาน @ด้วยการแสดงธรรม (ขุ.อป.อ. ๒/๑๖๖/๓๒๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๖. กาฬุทายีเถราปทาน

๑๗๓

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลอำมาตย์ในกรุงหงสวดี เป็นผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใส น่าชม มีทรัพย์ และมีธัญญาหารเหลือล้น

๑๗๔

ข้าพเจ้าเข้าไปยังวิหารหังสาราม ไหว้พระตถาคตพระองค์นั้น ได้ฟังธรรมที่ไพเราะ และทำสักการะแด่พระองค์ผู้คงที่

๑๗๕

ข้าพเจ้าหมอบลงแทบพระยุคลบาทแล้ว ได้กราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระมุนี ภิกษุรูปใดในศาสนาของพระองค์ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายทำตระกูลให้เลื่อมใส

๑๗๖

ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์พึงเป็นเหมือนภิกษุรูปนั้น ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดด้วยเถิด ครั้งนั้น พระศาสดาผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา เมื่อจะใช้น้ำอมฤตรดข้าพเจ้า

๑๗๗

ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ลุกขึ้นเถิดลูก เธอจักได้ตำแหน่งนี้สมความปรารถนา บุคคลทำสักการะในพระชินเจ้าแล้ว จะพึงเป็นผู้ปราศจากผลได้อย่างไรเล่า

๑๗๘

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๑๗๙

เขาจักมีนามว่ากาฬุทายี เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

๑๘๐

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระชินเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๖. กาฬุทายีเถราปทาน

๑๘๑

ด้วยวิบากกรรมนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑๘๒

บัดนี้ ภพนี้เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลมหาอำมาตย์ ในกรุงกบิลพัสดุ ที่น่ารื่นรมย์ พระเจ้าสุทโธทนะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

๑๘๓

ครั้งนั้น เจ้าชายสิทธัตถะผู้ทรงเป็นผู้องอาจกว่านรชน ได้ประสูติแล้วที่สวนลุมพินี ที่รื่นรมย์ เพื่อเกื้อกูลและเพื่อความสุขแก่สัตว์โลกทั้งมวล

๑๘๔

ข้าพเจ้าก็เกิดในวันนั้น เติบโตพร้อมกับพระสิทธัตถราชกุมารนั้นแหละ เป็นสหายที่รักเอ็นดู คุ้นเคย และฉลาดในทางนิติธรรม

๑๘๕

พระสิทธัตถราชกุมารนั้นมีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ได้เสด็จออกผนวช บำเพ็ญเพียรตลอด ๖ ปี จึงได้เป็นพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

๑๘๖

พระองค์ทรงชนะมารพร้อมทั้งเสนามาร ทรงข้ามห้วงน้ำคือภพได้แล้ว ได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก

๑๘๗

เสด็จไปยังป่าอิสิปตนะ ทรงแนะนำปัญจวัคคีย์ จากนั้น พระผู้มีพระภาคก็เสด็จไปในที่นั้นๆ ทรงแนะนำเวไนยสัตว์

๑๘๘

พระชินเจ้าพระองค์นั้น เมื่อจะทรงแนะนำเวไนยสัตว์ เมื่อจะทรงสงเคราะห์หมู่มนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ ได้เสด็จไปถึงภูเขาในแคว้นมคธแล้ว ประทับอยู่ในกาลนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๖. กาฬุทายีเถราปทาน

๑๘๙

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าถูกพระเจ้าแผ่นดิน พระนามว่าสุทโธทนะ ทรงส่งไปแล้ว ได้เฝ้าพระทศพล บวชแล้ว ได้เป็นพระอรหันต์

๑๙๐

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าทูลอ้อนวอนพระศาสดา ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้ล่วงหน้าไปก่อน ทำตระกูลใหญ่ๆ ให้เลื่อมใสแล้ว

๑๙๑

พระชินเจ้าผู้องอาจกว่าบุรุษ ทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้นแล้วกล่าวชมเชยข้าพเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษได้ทรงตั้งข้าพเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ทำตระกูลให้เลื่อมใส

๑๙๒

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑๙๓

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๑๙๔

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระกาฬุทายีเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ กาฬุทายีเถราปทานที่ ๖ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๑๖}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๖. กาฬุทายีเถราปทาน