๓. เอกาสนทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. เอกาสนทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกาสนทายกเถระ (พระเอกาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลจากภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อกสิกะ ข้าพเจ้าได้สร้างอาศรมและบรรณศาลาไว้อย่างสวยงาม
ข้าพเจ้ามีนามว่านารทะ แต่คนทั้งหลายเรียกว่ากัสสปะ ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสวงหาทางบริสุทธิ์อาศัยอยู่ที่ภูเขากสิกะ
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงประสงค์วิเวก จึงเสด็จมาทางอากาศ
ข้าพเจ้าเห็นพระรัศมีของพระองค์ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งกำลังเสด็จมาเหนือยอดไม้ จึงจัดแจงเตียงไม้และปูลาดหนังสัตว์ไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค] ๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน
ครั้นปูลาดอาสนะเสร็จแล้วประนมมือเหนือศีรษะ ประกาศถึงความโสมนัสแล้ว ได้กราบทูลอย่างนี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้ทรงเป็นผู้นำ ขอพระองค์ผู้เป็นดังศัลยแพทย์ผู้ถอนลูกศร ผู้เยียวยาความเดือดร้อน ได้โปรดประทานการเยียวยาแก่ข้าพระองค์ ผู้ถูกความกำหนัดครอบงำด้วยเถิด
ข้าแต่พระมุนี ชนเหล่าใดมีความต้องการบุญ พบเห็นพระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ชนเหล่านั้นย่อมถึงความสำเร็จประโยชน์ที่ยั่งยืน (และ)เขาเหล่านั้นจะพึงเป็นผู้ไม่แก่
ข้าพระองค์หาได้มีไทยธรรมถวายพระองค์ไม่ เพราะข้าพระองค์บริโภคผลไม้ที่หล่นเอง ข้าพระองค์มีแต่อาสนะนี้ โปรดประทับนั่งบนเตียงไม้เถิด
พระผู้มีพระภาค ผู้ไม่มีความสะดุ้ง ผู้เป็นดุจราชสีห์ ได้ประทับนั่งบนเตียงไม้แล้ว สักครู่จึงได้ตรัสคำนี้ว่า
ท่านจงเบาใจเถิด อย่าได้กลัวเลย ท่านได้แก้วมณีโชติรสแล้ว อาสนะที่ท่านปรารถนาทั้งหมด จักสำเร็จบริบูรณ์แก่ท่าน
บุญที่บุคคลบำเพ็ญไว้ดีแล้วในเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม เป็นบุญไม่น้อยเลย ผู้ที่ตั้งจิตไว้ดีแล้วสามารถจะถอนตนเองขึ้นได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค] ๓. เอกาสนทายกเถราปทาน
ด้วยการถวายอาสนะนี้ และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น เขาจะไม่ตกนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
เขาจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๕๐ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘๐ ชาติ
และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน จักมีความสุขในที่ทุกสถานเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ
ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นนักปราชญ์ตรัสดังนี้แล้ว ได้เสด็จเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า เหมือนพญาหงส์ในอากาศ
ยานคือช้าง ยานคือม้า วอและคานหาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะที่เดียว
เมื่อข้าพเจ้าเข้าป่าแล้วต้องการอาสนะ บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้าก็ปรากฏขึ้น
เมื่ออยู่ท่ามกลางน้ำต้องการที่นั่ง บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้าก็ปรากฏขึ้น
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม บัลลังก์ ๑๐๐,๐๐๐ แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ
ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้ง ๒ คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์ เกิดในตระกูลเพียง ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค] ๓. เอกาสนทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้าถวายอาสนะเพียงที่เดียวในเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม รู้ทั่วถึงบัลลังก์คือธรรมแล้ว จึงอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ใน ๑๐๐,๐๐๐ กัป นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะที่เดียว
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ เอกาสนทายกเถราปทานที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๙}