คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๑. ยสเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๘ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑. ยสเถราปทาน ๕๖. ยสวรรค หมวดว่าด้วยพระยสเถระเป็นต้น ๑. ยสเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระยสเถระ (พระยสเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

วิมาน ข้าพเจ้าได้สร้างไว้ดีแล้ว ให้ยื่นลงไปในมหาสมุทร สระโบกขรณีข้าพเจ้าก็สร้างไว้ดีแล้ว ทั้งยังมีนกจักรพากมาส่งเสียงร้องขับขาน

ที่วิมานนั้นแม่น้ำก็ดารดาษด้วยบัวเผื่อน ดอกปทุมและดอกอุบล มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ กระแสน้ำก็ไหลไปเอื่อยๆ

แม่น้ำนั้นก็ชุกชุมไปด้วยปลาและเต่า คลาคล่ำไปด้วยนกนานาชนิด มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่าเป็นต้น ต่างก็ส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ

ที่ริมแม่น้ำนี้มีนกพิราบ นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก นกกาน้ำ นกกระทา นกสาลิกา นกเขาไฟ นกโพระดก

หงส์ นกกระเรียน นกเค้าแมว นกขมิ้นเหลืองอ่อนมากมายพากันส่งเสียงร้อง แม่น้ำก็สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีแก้วมณี แก้วมุกดา และแก้วประพาฬเป็นต้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑. ยสเถราปทาน

ต้นไม้ทุกชนิดล้วนเป็นทองคำ แออัดยัดเยียดด้วยลำต้นขนาดต่างๆ ส่องวิมานของข้าพเจ้าให้สว่าง ทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอดกาลทุกเมื่อ

เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้นก็บรรเลงอยู่ทั้งเช้าและเย็น สตรี ๑๖,๐๐๐ นาง ก็แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีออกจากวิมานแล้ว กราบไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีพระยศยิ่งใหญ่พระองค์นั้น

ข้าพเจ้าครั้นถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงทูลนิมนต์พระพุทธองค์พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงเป็นนักปราชญ์พระองค์นั้น ทรงรับนิมนต์แล้ว

๑๐

พระมหามุนี ทรงแสดงธรรมีกถาแก่ข้าพเจ้าแล้ว จึงส่งข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงเข้าสู่วิมานของตน

๑๑

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเรียกบริวารชนมาประชุมกันทั้งหมด โดยแจ้งให้ทราบว่า พระพุทธเจ้าจะเสด็จมายังวิมานของเรา ในเวลาเช้า

๑๒

การที่พวกเราอยู่ในที่ใกล้ของพระองค์ นับว่าเป็นลาภของพวกเราที่พวกเราได้ดีแล้ว แม้พวกเราก็จักได้บูชาพระศาสดา ผู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑. ยสเถราปทาน

๑๓

ข้าพเจ้าจัดตั้งข้าวน้ำเสร็จแล้ว จึงให้คนไปกราบทูลบอกเวลา พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ได้เสด็จมาถึงพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ผู้ได้วสี

๑๔

ข้าพเจ้าได้รับเสด็จด้วยดนตรีประกอบด้วยองค์ ๕ พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษสูงสุด ประทับนั่งบนตั่งที่เป็นทองคำล้วน

๑๕

คราวนั้น เครื่องมุงเบื้องบนเป็นทองคำล้วน เหล่าชนพากันกระพือพัดภิกษุสงฆ์ผู้ยอดเยี่ยม

๑๖

ข้าพเจ้าเลี้ยงภิกษุสงฆ์ ให้อิ่มหนำด้วยข้าวน้ำอย่างเพียงพอ ได้ถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์องค์ละคู่

๑๗

พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาพระองค์นั้น ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสคำเป็นพระคาถาเหล่านี้ว่า

๑๘

เราจักประกาศเกียรติคุณ ของผู้ที่เลี้ยงเราและภิกษุเหล่านี้ทั้งหมด ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

๑๙

ผู้นั้นจักรื่นเริงในเทวโลกตลอด ๑,๘๐๐ กัป จักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ @เชิงอรรถ : @ ดนตรีประกอบด้วยองค์ ๕ คือ (๑) อาตตะ (โทน) (๒) วิตตะ (ตะโพน) (๓) อาตตวิตตะ (บันเฑาะว์) @(๔) ฆานะ (กังสดาล) (๕) สุสิระ (ปี่,สังข์) (ขุ.วิ.อ. ๓๔/๓๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑. ยสเถราปทาน

๒๐

เขาจะเกิดยังกำเนิดใด คือจะเป็นกำเนิดเทวดาหรือกำเนิดมนุษย์ก็ตาม เขาจักมีเครื่องมุงบังที่เป็นทองคำล้วนคอยกางกั้น

๒๑

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๒๒

เขาจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

๒๓

เขาจักนั่งในท่ามกลางพระสงฆ์ บันลือสีหนาท ชนทั้งหลายคอยกั้นฉัตรให้เขาแม้ที่เชิงตะกอน เขาจักถูกเผาภายใต้ฉัตร

๒๔

สามัญผลข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ข้าพเจ้าไม่มีความสะดุ้งไม่ว่าจะเป็นที่มณฑปหรือที่โคนไม้

๒๕

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายทานทั้งปวง

๒๖

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๒๗

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๒. นทีกัสสปเถราปทาน

๒๘

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระยสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ยสเถราปทานที่ ๑ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๑. ยสเถราปทาน