๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปัญจทีปทายิกาเถรี (พระปัญจทีปทายิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นผู้ประพฤติธรรมอยู่ในกรุงหงสวดี มีความต้องการกุศล จึงท่องเที่ยวไปตามวัดวาอาราม
ได้เห็นต้นโพธิ์ที่ประเสริฐ ในกาฬปักข์(ข้างแรม) จึงทำจิตให้เลื่อมใสในต้นโพธิ์นั้นแล้วนั่งที่โคนต้นโพธิ์
หม่อมฉันตั้งจิตคารวะประนมมือเหนือศีรษะ ประกาศถึงความโสมนัสแล้วคิดอย่างนี้ในขณะนั้นว่า
‘ถ้าพระพุทธเจ้าทรงมีพระคุณหาประมาณมิได้ ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอเหมือน โปรดแสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด คือขอให้ต้นโพธิ์นี้จงเปล่งรัศมีเถิด’
ทันใดนั้นเอง พร้อมกับที่หม่อมฉันรำพึง ต้นโพธิ์มีรัศมีดั่งทองคำล้วน โชติช่วงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน
หม่อมฉันนั่งอยู่ที่โคนต้นโพธิ์นั้นตลอด ๗ คืน ๗ วัน เมื่อถึงวันที่ ๗ หม่อมฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป
ประทีป ๕ ดวง โชติช่วงล้อมรอบอาสนะ ครั้งนั้น ประทีปของหม่อมฉันโชติช่วงอยู่จนอาทิตย์อุทัย
ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
วิมานที่บุญกรรมสร้างขึ้นอย่างสวยงามเพื่อหม่อมฉัน ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกว่าปัญจทีปวิมาน สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์
ประทีปนับไม่ถ้วนส่องสว่างล้อมรอบหม่อมฉันอยู่ ทั่วทั้งเทววิมานโชติช่วงด้วยแสงประทีป
หม่อมฉันนั่งหันหน้าไปทางทิศบูรพา ถ้าปรารถนาจะดู ก็จะเห็นได้ทุกอย่างด้วยจักษุ ทั้งในเบื้องบน เบื้องล่าง และเบื้องขวาง
หม่อมฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีและกรรมชั่ว ที่คนทำแล้วในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น ย่อมไม่มีต้นไม้หรือภูเขามากางกั้นได้
หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๘๐ พระองค์ และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๐ พระองค์
หม่อมฉันเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ ประทีปนับแสนดวงส่องแสงล้อมรอบหม่อมฉัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๙๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน
หม่อมฉันจุติจากเทวโลกแล้ว เกิดในครรภ์มารดา เมื่อหม่อมฉันอยู่ในครรภ์มารดา นัยน์ตาของหม่อมฉันมิได้หลับ
ประทีปนับแสนดวงส่องแสงสว่างอยู่ที่เรือนคลอดของหม่อมฉัน ผู้เพียบพร้อมด้วยบุญกรรม นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง
เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันกลับใจให้วิเศษ จึงเห็นพระนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะ
พอหม่อมฉันอายุได้ ๗ ขวบก็ได้บรรลุอรหัตตผล พระพุทธเจ้าจึงให้หม่อมฉันอุปสมบท นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง
ประทีปลุกโพลงส่องสว่างให้หม่อมฉัน ผู้อยู่ที่มณฑป โคนไม้ หรือที่เรือนว่าง ทุกเมื่อ นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง
ทิพยจักษุของหม่อมฉันบริสุทธิ์ หม่อมฉันฉลาดในสมาธิ ถึงความสำเร็จอภิญญา นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง
หม่อมฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันชื่อว่าปัญจทีปา ขอกราบพระยุคลบาทของพระองค์
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป หม่อมฉันได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๖. นฬมาลิกาเถริยาปทาน
กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระปัญจทีปทายิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทานที่ ๕ จบ