คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๔. สกุลาเถริยาปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๕ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๔. สกุลาเถริยาปทาน ๔. สกุลาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสกุลาเถรี (พระสกุลาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๑๓๑

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

๑๓๒

พระองค์เป็นผู้ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เป็นบุรุษอาชาไนย ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

๑๓๓

พระชินเจ้า ผู้มีพระยศอันเลิศ มีพระสิริ มีพระเกียรติคุณฟุ้งขจรไป อันชาวโลกทั้งปวงบูชาแล้ว มีพระคุณปรากฏไปทั่วทิศ

๑๓๔

พระองค์ทรงข้ามพ้นความสงสัยแล้ว ทรงล่วงความเคลือบแคลงแล้ว มีความดำริในพระหทัยบริบูรณ์เต็มที่ ทรงบรรลุสัมโพธิญาณที่ประเสริฐสุด

๑๓๕

พระองค์ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนระ ทรงทำมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ตรัสบอกมรรคที่ยังไม่มีใครบอก ทรงทำธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดพร้อม

๑๓๖

พระองค์ทรงรู้มรรค รู้แจ้งมรรค ตรัสบอกมรรค เป็นผู้องอาจกว่านรชน เป็นพระศาสดาผู้ฉลาดในมรรค ผู้ประเสริฐสูงสุด ในบรรดาสารถีทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๗๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๔. สกุลาเถริยาปทาน

๑๓๗

ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้เป็นที่พึ่ง ทรงเป็นผู้นำ ทรงแสดงธรรมถอนเหล่าสัตว์ผู้จมอยู่ในเปือกตมคือกาม

๑๓๘

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดเป็นนางกษัตริย์ในกรุงหงสวดี มีนามว่านันทนา มีรูปสวย รวยทรัพย์ น่าเอ็นดู มีสิริ

๑๓๙

เป็นธิดาของมหาราชพระนามว่าอานันทะ งดงามอย่างยิ่ง เป็นภคินีต่างมารดาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

๑๔๐

ห้อมล้อมด้วยราชกัญญาทั้งหลาย ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทุกชนิด เข้าไปเฝ้าพระมหาวีระ ได้ฟังพระธรรมเทศนา

๑๔๑

ครั้งนั้น พระมหาวีรเจ้าพระองค์นั้นผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงตั้งภิกษุณีรูปหนึ่ง ผู้มีทิพยจักษุไว้ในเอตทัคคะ ในท่ามกลางบริษัท ๔

๑๔๒

หม่อมฉันได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้ว มีความร่าเริง ถวายทานแด่พระศาสดาและบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ปรารถนาทิพยจักษุ

๑๔๓

จากนั้น พระศาสดาได้ตรัสกับหม่อมฉันว่า ‘นันทนา เธอจักได้ตำแหน่งตามที่เธอปรารถนา ตำแหน่งที่เธอปรารถนานี้เป็นผลแห่งประทีปธรรมและทาน

๑๔๔

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

๑๔๕

สตรีผู้นี้จักมีนามว่าสกุลา เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๗๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๔. สกุลาเถริยาปทาน

๑๔๖

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑๔๗

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศยิ่งใหญ่พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

๑๔๘

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นปริพาชิกา ประพฤติอยู่ผู้เดียว เที่ยวภิกขาจารได้เพียงน้ำมัน

๑๔๙

มีใจผ่องใส ใช้น้ำมันนั้นตามประทีปบูชา พระเจดีย์ชื่อว่าสัพพสังวร ของพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าเทวดาและมนุษย์

๑๕๐

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑๕๑

เพราะอำนาจแห่งกรรมนั้น หม่อมฉันเกิดในที่ใดๆ ประทีปเป็นอันมากส่องแสงสว่างเพื่อหม่อมฉันผู้อยู่ในที่นั้นๆ

๑๕๒

หม่อมฉันเห็นสิ่งที่อยู่นอกฝาหรือสิ่งที่อยู่นอกกำแพง และเห็นทะลุภูเขาตามที่ปรารถนา นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

๑๕๓

หม่อมฉันมีนัยน์ตาแจ่มใส รุ่งเรืองด้วยยศ มีศรัทธา มีปัญญา นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

๑๕๔

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลมหาศาล มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย ที่มหาชนยินดี พระราชาทรงบูชา (ยกย่อง) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๗๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๔. สกุลาเถริยาปทาน

๑๕๕

หม่อมฉันผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะทั้งปวง ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทุกชนิด ยืนอยู่ที่หน้าต่าง ได้เห็นพระสุคตเสด็จเข้าไปในเมือง

๑๕๖

พระองค์ทรงรุ่งเรืองด้วยพระยศ อันเทวดาและมนุษย์สักการบูชา ทรงสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ ประดับด้วยพระลักษณะทั้งหลาย

๑๕๗

หม่อมฉันมีจิตเบิกบาน มีใจยินดี บวชแล้วไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล

๑๕๘

หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระศาสดา

๑๕๙

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว หม่อมฉันทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทิน

๑๖๐

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันได้ทำแล้ว ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

๑๖๑

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

๑๖๒

จากนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้สูงสุดแห่งนรชน ทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะว่า ‘สกุลาภิกษุณีเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายผู้มีทิพยจักษุ’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๗๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. กุณฑลเกสีวรรค] ๕. นันทาเถริยาปทาน

๑๖๓

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑๖๔

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๑๖๕

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระสกุลาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สกุลาเถริยาปทานที่ ๔ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้