คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๘. สุจินติตเถราปทาน

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๘พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สุจินติตเถราปทานที่ ๘ ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวใหม่

อฏฺฐมํ สุจินฺติตตฺเถราปทานํ (๔๒๘)

๑๘

ครั้งนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ในพระนครหงสวดี เลี้ยงชีพด้วยกสิกรรม เลี้ยงดูเด็กๆ ก็ด้วยกสิกรรมนั้น ครั้งนั้น นาของเราสมบูรณ์ดี ข้าวของเราออกรวงแล้ว เมื่อถึงเวลาข้าวแก่ดีแล้ว เราคิดอย่างนี้ ในกาลนั้นว่า เป็นการไม่เหมาะไม่สมควรแก่เราผู้รู้คุณน้อยใหญ่ ที่เราไม่ถวายทานในสงฆ์แล้ว พึงบริโภคส่วนอันเลิศด้วยตน พระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนในโลก มีพระลักษณะอัน ประเสริฐ ๓๒ ประการ และพระสงฆ์ผู้มีตนอันอบรมแล้ว เป็น นาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นจะยิ่งไปกว่า เราจักถวายทาน คือ ข้าวกล้าใหม่ในพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์นั้นเสียก่อน ครั้นคิดเช่นนี้ แล้ว เราเป็นผู้ร่าเริง มีใจประกอบด้วยปีติ นำเอาข้าวเปลือก มาจากนา เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ถวายบังคมพระบาท พระศาสดาแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระมุนี ข้าวกล้าสมบูรณ์ ทั้งพระองค์ก็กำลังประทับอยู่ ณ ที่นี้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญาจักษุ ขอพระองค์จงทรงพระกรุณารับเถิด พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ผู้รู้แจ้งโลกสมควรรับเครื่องบูชา ทรงทราบความดำริของเราแล้ว ตรัสพระดำรัสนี้ว่า บุรุษบุคคลผู้ปฏิบัติ ๔ จำพวก ผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวก นี้ คือสงฆ์ เป็นผู้ตรง มีปัญญา ศีล และมีจิตมั่นคง บุญย่อมเป็นอันสั่งสมแล้ว ในเมื่อมนุษย์ผู้เพ่งบุญบูชากระทำอยู่ ทานที่ให้ในสงฆ์ย่อมมีผลมาก และควรให้ทานในสงฆ์นั้น ข้าวกล้า ของท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน ควรให้ในสงฆ์ ท่านจงอุทิศแด่สงฆ์ นำเอาภิกษุทั้งหลายไปสู่เรือนของตนแล้วจงถวายสิ่งที่มีอยู่ในเรือน ซึ่งท่านได้ตกแต่งแล้วเพื่อภิกษุสงฆ์เถิด เราอุทิศแด่สงฆ์ นำภิกษุ ทั้งหลายไปในเรือน ได้ถวายสิ่งที่เราได้ตกแต่งไว้ในเรือนแด่ภิกษุ สงฆ์ เพราะกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว จึงไปยังดาวดึงสพิภพ วิมานทองงามผุดผ่องสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ บุญกรรมได้สร้างไว้อย่างงามแล้วเพื่อ เรา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น. จบ ภาณวารที่ ๑๙ ภพของเรา เกลื่อนกล่นระคนไปด้วยเทพนารี เรากิน ดื่ม ในภพนั้น อยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓,๐๐๐ ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติในเทวโลกอีก ๕๐๐ ครั้ง ได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราช โดย คณนานับมิได้ เราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ ได้ทรัพย์นับไม่ได้ เราไม่มีความบกพร่องในโภคสมบัติเลย นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ยานช้าง ยานม้า วอ และคานหาม เราได้ทุกสิ่ง นี้เป็นผลแห่ง ข้าวใหม่ ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสอันเลิศใหม่ เราได้ทุก อย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ผ้าไหม ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ ผ้า ฝ้าย เราได้ทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ หมู่ทาสี หมู่ทาส และนารี ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม เราได้ทุกจำพวก นี้เป็นผล แห่งข้าวใหม่ หนาวหรือร้อน ไม่เบียดเบียนเรา เราไม่มีความ เร่าร้อน อนึ่ง ทุกข์ทางใจไม่มีในหทัยของเรา เชิญเคี้ยวสิ่งนี้ เชิญ บริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ คำเช่นนี้ เราได้ทุกประการ นี้ เป็นผลแห่งข้าวใหม่ บัดนี้ ชาตินี้เป็นชาติหลังสุด ภพสุดท้าย กำลังเป็นไป ถึงทุกวันนี้ ไทยธรรมของเรา ก็ทำเราให้ยินดีอยู่ทุกเมื่อ เราได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้ประเสริฐสุด ย่อมเสวยอานิสงส์ ๘ ประการ อันสมควรแก่กรรมของเรา คือเราเป็นผู้มีผิวพรรณผุดผ่อง ๑ มียศ ๑ มีโภคทรัพย์มากมายใครๆ ลักไม่ได้ ๑ มีภักษามากทุก เมื่อ ๑ มีบริษัทไม่ร้าวรานกันทุกเมื่อ ๑ สัตว์ที่อาศัยแผ่นดินล้วน ยำเกรงเรา ๑ เราได้ไทยธรรมก่อน จะในท่ามกลางสงฆ์ หรือเฉพาะ พระพักตร์ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดก็ตาม พวกทายกเลยองค์ อื่นๆ เสียหมด ถวายแก่เราเท่านั้น ๑ เราได้เสวยอานิสงส์เหล่านี้ เพราะได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้อุดมก่อนนี้ก็เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งข้าวใหม่ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุจินติตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุจินติตเถราปทาน.

|๑๘.๑๐๗| นคเร หํสวติยา อโหสึ กสโก ตทา กสิกมฺเมน ชีวามิ เตน โปเสมิ ทารเก ฯ |๑๘.๑๐๘| สุสมฺปนฺนํ ตทา เขตฺตํ ธญฺญํ เม ผลินํ อหุ ปากกาเลว สมฺปตฺเต เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ |๑๘.๑๐๙| น เมจฺฉนฺนํ น ปฏิรูปํ ชานนฺตสฺส คุณาคุณํ โยหํ สงฺเฆ อทตฺวาน อคฺคํ ภุญฺเชยฺยมตฺตนา ฯ |๑๘.๑๑๐| สมฺพุทฺโธ อสโม โลเก ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ ตโต จ ภาวิโต สงฺโฆ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ ฯ |๑๘.๑๑๑| ตตฺถ ทสฺสามิหํ ทานํ นวสสฺสํ ปุเร ปุเร เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน หฏฺโฐ ปีติกมานโส ฯ |๑๘.๑๑๒| เขตฺตโต ธญฺญมาหริตฺวา สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมึ อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท อิทํ วจนมพฺรวึ |๑๘.๑๑๓| นวสสฺสญฺจ สมฺปนฺนํ อิธ โหสิ จ ตฺวํ มุเน ฯ อนุกมฺปํ อุปาทาย อธิวาเสหิ จกฺขุม |๑๘.๑๑๔| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ มม สงฺกปฺปมญฺญาย อิทํ วจนมพฺรวิ |๑๘.๑๑๕| จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา ฯ เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต ยชนฺตานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ ฯ |๑๘.๑๑๖| กโรตํ อุปจิกํ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ ตสฺมึ สงฺเฆ จ ทาตพฺพํ ตว สสฺสํ ตเถตรํ ฯ |๑๘.๑๑๗| สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน ภิกฺขู เนตฺวา สกํ ฆรํ ปฏิยตฺตํ ฆเร สนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เทหิ ตฺวํ ฯ |๑๘.๑๑๘| สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน ภิกฺขู เนตฺวานหํ ฆรํ ยํ ฆเร ปฏิยตฺตํ เม ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ |๑๘.๑๑๙| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๘.๑๒๐| ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ โสวณฺณํ สุปภสฺสรํ สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ เอกูนวีสติมํ ภาณวารํ ฯ |๑๘.๑๒๑| อากิณฺณํ ภวนํ มยฺหํ นารีคณสมากุลํ ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ วสามิ ติทเส อหํ ฯ |๑๘.๑๒๒| สตานํ ตึสกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชมการยึ สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๑๘.๑๒๓| สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๑๘.๑๒๔| ภวาภเว สํสรนฺโต ลภามิ อมิตํ ธนํ โภเค เม อูนตา นตฺถิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๕| หตฺถิยานํ อสฺสยานํ สิวิกํ สนฺทมานิกํ ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๖| นววตฺถํ นวผลํ นวคฺครสโภชนํ ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๗| โกเสยฺยํ กมฺพลิยานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๘| ทาสีคณํ ทาสคณํ นาริโย สมลงฺกตา ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๙| น มํ สีตํ ว อุณฺหํ วา ปริฬาโห น วิชฺชติ อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ หทเย เม น วิชฺชติ ฯ |๑๘.๑๓๐| อิมํ ขาท อิมํ ภุญฺช อิมมฺหิ สยเน สย ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๓๑| อยํ ปจฺฉิมโก ทานิ จริโม วตฺตเต ภโว อชฺชาปิ เทยฺยธมฺโม เม มมํ โตเสติ สพฺพทา ฯ |๑๘.๑๓๒| นวสสฺสํ ททิตฺวาน สงฺเฆ คณวรุตฺตเม อฏฺฐานิสํเส อนุโภมิ กมฺมานุจฺฉวิเก มม ฯ |๑๘.๑๓๓| วณฺณวา ยสวา โหมิ มหาโภโค อนีติโก มหาภกฺโข สทา โหมิ อเภชฺชปริโส สทา ฯ |๑๘.๑๓๔| สพฺเพ มํ อปจายนฺติ เยเกจิ ปฐวิสฺสิตา เทยฺยธมฺโม จ โยโกจิ ปุเร ปุเร ลภามิหํ ฯ |๑๘.๑๓๕| ภิกฺขุสงฺฆสฺส วา มชฺเฌ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สมฺมุขา สพฺเพปิ สมติกฺกมฺม เทนฺติ มเมว ทายกา ฯ |๑๘.๑๓๖| ปฐมํ นวสสฺสญฺหิ ทตฺวา สงฺเฆ คณุตฺตเม อิมานิสํเส อนุโภมิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๓๗| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๓๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๘.๑๓๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๘.๑๔๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุจินฺติโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุจินฺติตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๘. สุจินติตเถราปทาน