คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๖ ข้อ๑ ฉบับ

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัมพปาลีเถรี (พระอัมพปาลีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๒๐๔

หม่อมฉันเกิดในตระกูลกษัตริย์ เป็นพระภคินีของพระมหามุนีพระนามว่าผุสสะ ผู้มีพระรัศมีงาม รุ่งเรืองดุจเทริด

๒๐๕

หม่อมฉันได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว มีจิตผ่องใส ได้ถวายมหาทานแล้ว ปรารถนารูปสมบัติ

๒๐๖

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป พระชินเจ้าพระนามว่าสิขี ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงส่องโลกให้สว่างไสว ทรงเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกในไตรโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน

๒๐๗

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกรุงอรุณที่น่ารื่นรมย์ โกรธแล้ว สาปแช่งภิกษุณีรูปหนึ่งผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วว่า

๒๐๘

‘ท่านเป็นหญิงแพศยา ประพฤติอนาจาร ประทุษร้ายพระศาสนาของพระชินเจ้า’ ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว เพราะกรรมชั่วที่ทำไว้นั้น

๒๐๙

หม่อมฉันต้องตกนรกที่ร้ายกาจ เพียบด้วยมหันตทุกข์ เคลื่อนจากนรกนั้นแล้ว มาเกิดในหมู่มนุษย์ ก็มีความเดือดร้อนเป็นประจำ

๒๑๐

ครองตำแหน่งหญิงแพศยาอยู่ถึง ๑๐,๐๐๐ ชาติ ก็ยังไม่พ้นจากบาปกรรมนั้น เปรียบเหมือนคนที่กลืนกินยาพิษอย่างร้ายแรง

๒๑๑

หม่อมฉันได้ออกบวชเป็นภิกษุณี มีเพศประเสริฐในศาสนาของพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะผลแห่งกรรมนั้น

๒๑๒

เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดเป็นโอปปาติกะ ที่ระหว่างกิ่งต้นมะม่วง จึงมีชื่อว่าอัมพปาลี ตามนิมิตหมายนั้น

๒๑๓

หม่อมฉันมีประชาชนหลายโกฏิ แห่ห้อมล้อมมาบวชในศาสนาของพระชินเจ้า เป็นลูกหญิงแห่งพระพุทธเจ้า บรรลุถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว @เชิงอรรถ : @ โอปปาติกะ หมายถึงสัตว์ที่เกิดและเติบโตเต็มที่ทันที และเมื่อจุติ (ตาย) ก็หายวับไปไม่ทิ้งซากศพไว้ เช่น @เทวดา และสัตว์นรกเป็นต้น (ที.สี.อ. ๑/๑๗๑/๑๔๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน

๒๑๔

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

๒๑๕

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุ หม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๒๑๖

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

๒๑๗

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๒๑๘

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาที่ดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๒๑๙

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระอัมพปาลีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อัมพปาลีเถริยาปทานที่ ๙ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๙}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน