คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๑๗. ติสสพุทธวงศ์

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๘พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗ ว่าด้วยพระประวัติพระติสสพุทธเจ้า

อฏฺฐมํ สุจินฺติตตฺเถราปทานํ (๔๒๘)

๑๘

ในกัปต่อมาจากพระสิทธัตถพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีศีลไม่มีที่สุด ทรงยศนับมิได้ เป็นนายก ชั้นเลิศของโลก พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ผู้ทรงอนุเคราะห์ เสด็จ อุบัติขึ้นในโลก กำจัดความมืดมน ฉายพระรัศมีให้มนุษยโลกพร้อม ทั้งเทวโลกสว่างไสว แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็ทรงมีฤทธิ์ ศีล และสมาธิ ไม่มีสิ่งอื่นเทียมถึง ทรงบรรลุถึงความสำเร็จในธรรม ทั้งปวงแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร พระองค์ทรงแสดงธรรม สั่งสอนถึงความบริสุทธิ์ไปในหมื่นโลกธาตุ ในพระธรรมเทศนาครั้ง ที่ ๑ สัตว์ได้ตรัสรู้ร้อยโกฏิ ครั้งที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๓ หกสิบ โกฏิ ครั้งนั้น พระองค์ทรงเปลื้องมนุษย์และเทวดาที่มาประชุมกัน ให้หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องผูก พระองค์ทรงมีการประชุมพระภิกษุ ขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้บานแล้วด้วยวิมุติ มาประชุม กันหนึ่งแสน ครั้งที่ ๒ เก้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ แปดโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นพระมหากษัตริย์พระนามว่าสุชาต ละทิ้งโภคสมบัติเป็น อันมากแล้ว ออกบวชเป็นฤาษี เมื่อเราบวชแล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็น นายกของโลกจึงเสด็จอุบัติ เพราะได้ฟังเสียงว่าพุทโธ ปีติจึงเกิดแก่ เรา เราผู้กำจัดมานะแล้ว เอามือทั้งสองประคองดอกมณฑารพ ดอก ปทุม และดอกปาริชาต เข้าไปเฝ้า เราเอาดอกไม้นั้นถือกั้นเป็นร่ม ให้พระติสสชินเจ้า ผู้แวดล้อมด้วยพระรัศมีอันปรากฏ ผู้เป็นนายก ชั้นเลิศของโลก ในกาลนั้น แม้พระองค์ก็ประทับนั่งท่ามกลาง ประชุมชน ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้ เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ........................... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยัง จิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าเขมกะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่า ชนสันทะ เป็นพระชนกของพระติสสศาสดา พระนางปทุมา เป็น พระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เจ็ดพันปี ทรงมี ปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อคุณเสลา นาทิยะ และนิสภะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามหมื่นนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุภัททา พระราชโอรสพระนามว่าอานันทะ พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วย อัสวราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ครึ่งเดือนเต็ม พระติสสมหาวีรเจ้า ผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร ที่ยสวดีทายวันอันประเสริฐ ทรงมีพระพรหมเทว เถระและพระอุทยเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าสมคะ เป็น พระพุทธอุปัฏฐาก พระผุสสาเถรีและพระสุทัตตาเถรี เป็นพระอัคร สาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าไม้ประดู่ สัมพล อุบาสกและศิริอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก กิสาโคตมีอุบาสิกาและ อุปเสนาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา แม้พระพุทธชินเจ้าพระองค์ นั้น ก็มีพระองค์สูง ๖๐ ศอก ไม่มีผู้เปรียบ ไม่มีผู้เสมอเหมือน ทรงปรากฏดังขุนเขาหิมวันต์ แม้พระองค์ผู้มีเดชหาเทียบเคียงมิได้ มีพระจักษุ ทรงมีพระชนมายุมาก ดำรงอยู่ในโลกแสนปี พระองค์ ทรงเสวยพระยศใหญ่ อุดม ประเสริฐสุด ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระองค์เสด็จนิพพานพร้อมด้วย พระสาวกดังเมฆหายไปเพราะลม น้ำค้างหายไปเพราะพระอาทิตย์ ความมืดหายไปเพราะแสงไฟ ฉะนั้น พระติสสพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ นันทาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์ สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่นันทารามนั้น ฉะนี้แล. จบติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗

|๑๘.๑๐๗| นคเร หํสวติยา อโหสึ กสโก ตทา กสิกมฺเมน ชีวามิ เตน โปเสมิ ทารเก ฯ |๑๘.๑๐๘| สุสมฺปนฺนํ ตทา เขตฺตํ ธญฺญํ เม ผลินํ อหุ ปากกาเลว สมฺปตฺเต เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ |๑๘.๑๐๙| น เมจฺฉนฺนํ น ปฏิรูปํ ชานนฺตสฺส คุณาคุณํ โยหํ สงฺเฆ อทตฺวาน อคฺคํ ภุญฺเชยฺยมตฺตนา ฯ |๑๘.๑๑๐| สมฺพุทฺโธ อสโม โลเก ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ ตโต จ ภาวิโต สงฺโฆ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ ฯ |๑๘.๑๑๑| ตตฺถ ทสฺสามิหํ ทานํ นวสสฺสํ ปุเร ปุเร เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน หฏฺโฐ ปีติกมานโส ฯ |๑๘.๑๑๒| เขตฺตโต ธญฺญมาหริตฺวา สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมึ อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท อิทํ วจนมพฺรวึ |๑๘.๑๑๓| นวสสฺสญฺจ สมฺปนฺนํ อิธ โหสิ จ ตฺวํ มุเน ฯ อนุกมฺปํ อุปาทาย อธิวาเสหิ จกฺขุม |๑๘.๑๑๔| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ มม สงฺกปฺปมญฺญาย อิทํ วจนมพฺรวิ |๑๘.๑๑๕| จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา ฯ เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต ยชนฺตานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ ฯ |๑๘.๑๑๖| กโรตํ อุปจิกํ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ ตสฺมึ สงฺเฆ จ ทาตพฺพํ ตว สสฺสํ ตเถตรํ ฯ |๑๘.๑๑๗| สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน ภิกฺขู เนตฺวา สกํ ฆรํ ปฏิยตฺตํ ฆเร สนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เทหิ ตฺวํ ฯ |๑๘.๑๑๘| สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน ภิกฺขู เนตฺวานหํ ฆรํ ยํ ฆเร ปฏิยตฺตํ เม ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ |๑๘.๑๑๙| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๘.๑๒๐| ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ โสวณฺณํ สุปภสฺสรํ สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ เอกูนวีสติมํ ภาณวารํ ฯ |๑๘.๑๒๑| อากิณฺณํ ภวนํ มยฺหํ นารีคณสมากุลํ ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ วสามิ ติทเส อหํ ฯ |๑๘.๑๒๒| สตานํ ตึสกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชมการยึ สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๑๘.๑๒๓| สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๑๘.๑๒๔| ภวาภเว สํสรนฺโต ลภามิ อมิตํ ธนํ โภเค เม อูนตา นตฺถิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๕| หตฺถิยานํ อสฺสยานํ สิวิกํ สนฺทมานิกํ ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๖| นววตฺถํ นวผลํ นวคฺครสโภชนํ ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๗| โกเสยฺยํ กมฺพลิยานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๘| ทาสีคณํ ทาสคณํ นาริโย สมลงฺกตา ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๒๙| น มํ สีตํ ว อุณฺหํ วา ปริฬาโห น วิชฺชติ อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ หทเย เม น วิชฺชติ ฯ |๑๘.๑๓๐| อิมํ ขาท อิมํ ภุญฺช อิมมฺหิ สยเน สย ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๓๑| อยํ ปจฺฉิมโก ทานิ จริโม วตฺตเต ภโว อชฺชาปิ เทยฺยธมฺโม เม มมํ โตเสติ สพฺพทา ฯ |๑๘.๑๓๒| นวสสฺสํ ททิตฺวาน สงฺเฆ คณวรุตฺตเม อฏฺฐานิสํเส อนุโภมิ กมฺมานุจฺฉวิเก มม ฯ |๑๘.๑๓๓| วณฺณวา ยสวา โหมิ มหาโภโค อนีติโก มหาภกฺโข สทา โหมิ อเภชฺชปริโส สทา ฯ |๑๘.๑๓๔| สพฺเพ มํ อปจายนฺติ เยเกจิ ปฐวิสฺสิตา เทยฺยธมฺโม จ โยโกจิ ปุเร ปุเร ลภามิหํ ฯ |๑๘.๑๓๕| ภิกฺขุสงฺฆสฺส วา มชฺเฌ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สมฺมุขา สพฺเพปิ สมติกฺกมฺม เทนฺติ มเมว ทายกา ฯ |๑๘.๑๓๖| ปฐมํ นวสสฺสญฺหิ ทตฺวา สงฺเฆ คณุตฺตเม อิมานิสํเส อนุโภมิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๓๗| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๘.๑๓๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๘.๑๓๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๘.๑๔๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุจินฺติโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุจินฺติตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑๗. ติสสพุทธวงศ์