๘. สีวีราชจริยา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สีวีราชจริยาที่ ๘ ว่าด้วยพระจริยาวัตรของพระเจ้าสีวีราช
อฏฺฐมํ ยาคุทายกตฺเถราปทานํ (๔๑๘)
ในกาลเมื่อเราเป็นกษัตริย์พระนามว่าสีวี อยู่ในพระนครอันมีนามว่า อริฏฐะ เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ ได้ดำริอย่างนี้ว่า ทานที่ มนุษย์พึงให้อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เราไม่ได้ให้แล้วไม่มี แม้ผู้ใดพึงขอ จักษุกะเรา เราก็พึงให้ไม่หวั่นใจเลย ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่า ทวยเทพทรงทราบความดำริของเราแล้ว ประทับนั่งในเทพบริษัท ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่าพระเจ้าสีวีผู้มีฤทธิ์มาก ประทับนั่งในปราสาท อันประเสริฐ พระองค์ทรงดำริถึงทานต่างๆ ไม่ทรงเห็นสิ่งที่ยังมิได้ ให้ข้อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่หนอ ผิฉะนั้น เราจักทดลองพระองค์ดู ท่านทั้งหลายพึงคอยอยู่สักครู่หนึ่ง เพียงเรารู้น้ำใจของพระเจ้าสีรี เท่านั้น ท้าวสักกะจึงทรงแปลงเพศเป็นคนตาบอด มีกายสั่น ศีรษะ หงอก หนังหย่อน กระสับกระส่าย เพราะชรา เข้าไปเฝ้าพระราชา ในกาลนั้น อินทพราหมณ์นั้น ประคองพระพาหาเบื้องซ้ายขวา ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรได้กล่าวคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชาผู้ ทรงธรรม ทรงปกครองรัฐให้เจริญ ข้าพระองค์จะขอกะพระองค์ เกียรติคุณคือความยินดีในทานของพระองค์ ขจรไปในเทวดาและ มนุษย์หน่วยตาแม้ทั้งสองของข้าพระองค์บอดเสียแล้ว ขอจงพระ- ราชทานพระเนตรข้างหนึ่งแก่ข้าพระองค์เถิด แม้พระองค์จักทรงยัง อัตภาพให้เป็นไปด้วยพระเนตรข้างหนึ่ง เราได้ฟังคำของพราหมณ์ นั้นแล้ว ทั้งดีใจและสลดใจประคองอัญชลี มีปีติและปราโมทย์ ได้ กล่าวคำนี้ว่า เราคิดแล้วลงจากปราสาทมาถึงที่นี้บัดนี้เอง ท่านรู้จิต ของเราแล้ว มาขอนัยน์ตา โอ ความปรารถนาของเราสำเร็จแล้ว ความดำริของเราบริบูรณ์แล้ว วันนี้ เราจักให้ทานอันประเสริฐ ซึ่ง เราไม่เคยให้ แก่ยาจก มานี่แน่ะหมอสิวิกะ จงขมีขมันอย่าชักช้า อย่าครั่นคร้าม จงควักนัยน์ตาแม้ทั้งสองข้างออกให้แก่วณิพกนี้ เดี๋ยวนี้ หมอสิวิกะนั้นเราเตือนแล้ว เชื่อฟังคำของเรา ได้ควัก นัยน์ตาทั้งสองออกให้แก่ยาจกทันที เมื่อเราจะให้ก็ดี กำลังให้ก็ดี ให้แล้วก็ดี จิตของเราไม่เป็นอย่างอื่น เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณ นั้นเอง จักษุทั้งสองเราจะเกลียดชังก็หามิได้ แม้ตนเราก็มิได้ เกลียดชัง แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึง ได้ให้จักษุ ฉะนี้แล. จบสีวีราชจริยาที่ ๘
|๘.๑๔๙| อติถึ เม คเหตฺวาน อาคญฺฉึ คามกํ ตทา สมฺปุณฺณนทิกํ ทิสฺวา สงฺฆารามํ อุปาคมึ ฯ |๘.๑๕๐| อารญฺญกา ธุตธรา ฌายิโน ลูขจีวรา วิเวกาภิรตา ธีรา สงฺฆาราเม วสนฺติ เต ฯ |๘.๑๕๑| คติ เตสํ อุปจฺฉินฺนา สุวิมุตฺตาน ตาทินํ ปิณฺฑาย เต น คจฺฉนฺติ โอรุทฺธนทิกายตึ ฯ |๘.๑๕๒| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน เวทชาโต กตญฺชลี ตณฺฑุลํ ปคฺคเหตฺวาน ยาคุทานํ อทาสหํ ฯ |๘.๑๕๓| ปจนํ ยาคุํ ทตฺวาน ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ สกกมฺมาภิรทฺโธหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๘.๑๕๔| มณิมยญฺจ เม พฺยมฺหํ นิพฺพตฺตํ ติทเส คเณ นารีคเณหิ สํหิโต โมทามิ พฺยมฺหมุตฺตเม ฯ |๘.๑๕๕| เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ ตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ มหารชฺชมการยึ ฯ |๘.๑๕๖| ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ เทวโลเก มนุสฺเส วา อนุโภตฺวา ยสํ อหํ ฯ |๘.๑๕๗| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต ปพฺพชึ อนคาริยํ สห โอโรปิเต เกเส สพฺพสมฺปตฺติวิชฺชหํ ฯ |๘.๑๕๘| ขยโต วยโต จาปิ สมฺมสนฺโต กเลวรํ ปุเร สิกฺขาปทาเนน อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๘.๑๕๙| สุทินฺนํ เม ทานวรํ ปาณิชํ สุปฺปโยชิตํ เตเนว ยาคุทาเนน ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ |๘.๑๖๐| โสกํ ปริทฺทวํ พฺยาธึ ทรถํ จิตฺตตาปนํ นาภิชานามิ อุปฺปนฺนํ ยาคุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๘.๑๖๑| ยาคุํ สงฺฆสฺส ทตฺวาน ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร ปญฺจานิสํเส อนุโภมิ อโห ยาคุสุยิฏฺฐตา ฯ |๘.๑๖๒| อพฺยาธิตา รูปวตา ขิปฺปํ ธมฺมํ นิพุชฺฌิตา ลาภิตา อนฺนปานสฺส อายุ ปญฺจมกํ มม ฯ |๘.๑๖๓| โย โกจิ เวทํ ชนยํ สงฺเฆ ยาคุํ ทเทยฺย โส อิมานิ ปญฺจ ฐานานิ ปฏิคฺคเณฺหยฺย ปณฺฑิโต ฯ |๘.๑๖๔| กรณียํ กตํ สพฺพํ ภวา อุคฺฆาฏิตา มยา สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๘.๑๖๕| โส อหํ วิจริสฺสามิ คามา คามํ ปุรา ปุรํ นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตํ ฯ |๘.๑๖๖| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ยาคุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๘.๑๖๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๘.๑๖๘| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๘.๑๖๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ยาคุทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ยาคุทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ