๙. ชยทิสจริยา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ชยทิสจริยาที่ ๙ ว่าด้วยพระจริยาวัตรของพระเจ้าชยทิส
นวมํ โสณฺณกึกณิยตฺเถราปทานํ (๔๒๙)
พระราชาทรงพระนามว่าชัยทิศ ทรงประกอบด้วยศีลคุณเสวยสมบัติ ในพระนครอันประเสริฐชื่อกัปปิลาเป็นนครอุดมในปัญจาลรัฐ เรา เป็นโอรสของพระราชาพระองค์นั้น มีธรรมอันสดับแล้ว มีศีลงาม มีพระนามว่าอลีนสัตตกุมารมีคุณสงเคราะห์บริวารชนทุกเมื่อ พระบิดาของเราเสด็จไปประพาศเนื้อ ได้ทรงพบพระยาโปริสาท พระยาโปริสาทนั้นได้จับพระบิดาของเราแล้วกล่าวว่า ท่านเป็นอาหาร ของเราอย่าดิ้นรน พระบิดาของเราทรงสดับคำของพระยาโปริสาทนั้น ทรงกลัวสะดุ้งหวาดหวั่น พระองค์มีพระเพลาแข็งกระด้างเพราะทอด พระเนตรเห็นพระยาโปริสาท พระยาโปริสาทรับเอาเนื้อแล้วปล่อย ไปโดยบังคับให้กลับมาอีก พระราชบิดา พระราชทานทรัพย์แก่ พราหมณ์ แล้วตรัสเรียกเรามาว่าพ่อลูกชาย จงปกครองราชสมบัติ อย่าประมาทปกครองนครนี้ พระยาโปริสาทบังคับเราให้เรากลับไป หาอีก เราถวายบังคมพระมารดาพระบิดาแล้ว ตกแต่งร่างกายสะพาย ธนูเหน็บ พระแสงขรรค์ ออกไปหาพระยาโปริสาท (เราคิดว่า) พระยาโปริสาทเห็นมีมือถืออาวุธ บางทีจักสะดุ้งกลัว แต่เพราะ เมื่อเราทำความสะดุ้งกลัวแก่พระยาโปริสาท ศีลของเราจะเศร้าหมอง เพราะเรากลัวศีลจะขาดจึงไม่นำสิ่งที่น่าเกลียด (อาวุธ) เข้าไปใกล้ พระยาโปริสาทนั้น เรามีเมตตาจิต กล่าวคำเป็นประโยชน์ ได้กล่าว คำนี้ว่า ท่านจงเอาแก่นไม้มาก่อไฟให้เป็นกองใหญ่ เราจะโดดเข้า ไฟท่านผู้เป็นพระปิตุจฉาทราบเวลาว่าเราสุกดีแล้วจงกินเถิด เราไม่ ได้รักษาชีวิตของเราเพราะเหตุแห่งพระบิดาผู้ทรงศีล เราได้ให้ พระยาโปริสาทผู้ฆ่าสัตว์เป็นปรกติทุกเมื่อนั้นบวชแล้ว ฉะนี้แล. จบชยทิสจริยาที่ ๙
|๑๙.๑๔๑| สทฺธาย อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ วากจีรธโร อาสึ ตโปกมฺมมปสฺสิโต ฯ |๑๙.๑๔๒| อตฺถทสฺสี ตุ ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ อุปฺปชฺชิ ตมฺหิ สมเย ตารยนฺโต มหาชนํ ฯ |๑๙.๑๔๓| พลญฺจ วต เม ขีณํ พฺยาธินา ปรเมนหํ พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน ปุฬิเน ถูปมุตฺตมํ ฯ |๑๙.๑๔๔| กริตฺวา หฏฺฐจิตฺโตหํ สหเสน สโมกิรึ โสณฺณกึกณิปุปฺผานิ อุทคฺคมนโส อหํ ฯ |๑๙.๑๔๕| สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ ถูปํ ปริจรึ อหํ เตน เจโตปสาเทน อตฺถทสฺสิสฺส ตาทิโน ฯ |๑๙.๑๔๖| เทวโลกํ คโต สนฺโต ลภามิ วิปุลํ สุขํ สุวณฺณวณฺโณ ตตฺถาสิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙.๑๔๗| อสีติโกฏิโย มยฺหํ นาริโย สมลงฺกตา สทา มยฺหํ อุปฏฺฐนฺติ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙.๑๔๘| สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ เภริโย ปณวาปิจ สงฺขา จ เทณฺฑิมา ตตฺถ วคฺคู วชฺชนฺติ ทุนฺทุภิ ฯ |๑๙.๑๔๙| จุลฺลาสีติสหสฺสานิ หตฺถิโย สมลงฺกตา ติธปฺปภินฺนา มาตงฺคา กุญฺชรา สฏฺฐิหายนา ฯ |๑๙.๑๕๐| เหมชาลาภิสญฺฉนฺนา อุปฏฺฐานํ กโรนฺติ เม พลกาเย ภเว เจว อูนตา เม น วิชฺชติ ฯ |๑๙.๑๕๑| โสณฺณกึกณิปุปฺผานํ วิปากํ อนุโภมิหํ อฏฺฐปญฺญาสกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๑๙.๑๕๒| เอกสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปฐพฺยา รชฺชํ เอกสตํ มหิยา การยึ อหํ ฯ |๑๙.๑๕๓| โส ทานิ ปตฺโต อมตํ คมฺภีรํ ทุทฺทสํ ปทํ สํโยชนา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๙.๑๕๔| อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙.๑๕๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๙.๑๕๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๙.๑๕๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสณฺณกึกณิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสณฺณกึกณิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ