๒. โสมนัสสจริยา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก โสมนัสสจริยาที่ ๒ ว่าด้วยพระจริยาวัตรของโสมนัสสกุมาร
ทุติยํ เอกสงฺขิยตฺเถราปทานํ (๔๓๒)
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชบุตรสุดที่รัก เป็นที่ปรารถนา ของพระมารดาพระบิดาปรากฏนามว่าโสมนัส อยู่ในอินทปัตถนคร อันอุดม เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม มีปฏิภาณอันเฉียบ แหลม เคารพนบนอบต่อบุคคลผู้เจริญมีหิริ และฉลาดในสังคหธรรม ครั้งนั้น มีดาบสโกงผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปราน ของพระราชาพระองค์ นั้น ดาบสนั้นปลูกต้นผลไม้ ดอกไม้และผัก เก็บขายเลี้ยงชีวิต เราได้เห็นดาบสโกงนั้น เหมือนกองแกลบอันไม่มีข้าวสาร เหมือน ไม้เป็นโพลงข้างใน เหมือนต้นกล้วยหาแก่นมิได้ ดาบสโกงผู้นี้ไม่ มีธรรมของสัตบุรุษ ปราศจากความเป็นสมณะ ละหิริและธรรมขาว เพราะเหตุแห่งการเลี้ยงชีวิตปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น เพราะโจรอัน เที่ยวอยู่ในดง พระราชบิดาของเราเมื่อจะเสด็จไปปราบความกำเริบ นั้น ตรัสสั่งเราว่า พ่ออย่าประมาทในชฎิลผู้มีความเพียรอันแรงกล้า นะ ลูก พ่อจะอนุวัตรตามความปรารถนา ด้วยว่าชฎิลนั้น เป็นผู้ ให้ความสำเร็จความปรารถนาทั้งปวงเราไปสู่ที่บำรุงชฎิลนั้นแล้ว ได้ กล่าวดังนี้ว่า ดูกรคฤหบดี ท่านสบายดีดอกหรือ หรือว่าท่านจะ ให้นำเอาอะไรมา เหตุนั้น ดาบสโกงนั้นอาศัยมานะจึงโกรธเราว่า เราจะให้พระราชาฆ่าท่านเสียในวันนี้ หรือจะให้ขับไล่เสียจากแว่น แคว้น พระราชาทรงปราบปัจจันตชนบทสงบแล้ว ได้ตรัสถามชฎิล โกงว่า พระผู้เป็นเจ้าสบายดีหรือสักการะสัมมานะยังเป็นไปแก่พระ ผู้เป็นเจ้าหรือชฎิลโกงนั้น กราบทูลแด่พระราชา เหมือนว่าพระราช กุมารให้ฉิบหายพระเจ้าแผ่นดินทรงสดับคำของชฎิลโกงนั้นทรงบังคับ ว่าจงตัดศีรษะเสียในที่นี้นั่นแหละ จงสับฟันบั่นออกเป็น ๔ ท่อน ทิ้งไว้ในท่ามกลางถนนให้คนเห็นว่า นั่นเป็นผลของคนเบียดเบียน ชฎิล พวกโจรฆาตก็ใจดุร้ายไม่มีกรุณาเหล่านั้น เพราะรับสั่งบังคับ เมื่อรับนั่งอยู่บนตักของพระมารดา ก็ฉุดคร่านำเราไป เราได้กล่าว แก่เขาเหล่านั้น ซึ่งกำลังผูดมัดอย่างมั่นคงอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย จงพาเราไปเฝ้าพระราชาโดยเร็ว ราชกิจของเรามีอยู่ เขาเหล่านั้น เป็นคนลามกและเสพคนลามก พาเราไปเฝ้าพระราชา เราไปเฝ้า พระราชาแล้วทูลให้ทรงเข้าพระทัย และนำมาสู่อำนาจของเราพระ- บิดาขมาเรา ณ ที่นั้นแล้ว ได้พระราชทานราชสมบัติอันใหญ่หลวง แก่เรา เรานั้นทำลายความมืดมัวเมาแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต เราจะเกลียดราชสมบัติ อันใหญ่หลวงก็หามิได้จะเกลียดกามโภค สมบัติก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึง สละราชสมบัติเสีย ฉะนี้แล. จบโสมนัสสจริยาที่ ๒
|๒๒.๑๓| วิปสฺสิโน ภควโต มหาโพธิมโห อหุ มหาชนา สมาคมฺม ปูเชนฺติ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๒๒.๑๔| มหาโสกรหิโต ปญฺโญ พุทฺธเสฏฺโฐ ภวิสฺสติ ยสฺสายํ อีทิโส โพธิ ปูชนีโยว สตฺถุโน ฯ |๒๒.๑๕| ตโต สงฺขํ คเหตฺวาน โพธิรุกฺขํ อุปฏฺฐหึ ธมนฺโต สพฺพทิวสํ อวนฺทึ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๒๒.๑๖| อาสนฺนเก กตํ กมฺมํ เทวโลกํ อปาปยิ กเลวรํ เม ปติตํ เทวโลเก รมามหํ ฯ |๒๒.๑๗| สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ ตุฏฺฐหฏฺฐา ปโมทิตา สทา มยฺหํ อุปฏฺฐนฺติ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๒๒.๑๘| เอกสตฺตติเม กปฺเป ราชา อาสิ สุทสฺสโน จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพูทีปสฺส อิสฺสโร ฯ |๒๒.๑๙| ตโต อฏฺฐสตา ตุริยา ปริวาเรนฺติ มํ สทา อนุโภมิ สกํ กมฺมํ อุปฏฺฐานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๒.๒๐| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ มาตุกุจฺฉิคตสฺสาปิ วชฺชเร เภริโย สทา ฯ |๒๒.๒๑| อุปฏฺฐิตฺวาน สมฺพุทฺธํ อนุโภตฺวาน สมฺปทา สิวํ อมลํ อมรํ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ |๒๒.๒๒| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๒๒.๒๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๒๒.๒๔| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๒๒.๒๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกสงฺขิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกสงฺขิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ