๖. รุรุราชจริยา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๒. หัตถินาควรรค] ๖. รุรุราชจริยา ๖. รุรุราชจริยา ว่าด้วยจริยาของพญาเนื้อชื่อรุรุ
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นพญาเนื้อชื่อรุรุ มีขนสีเหลืองคล้ายทองคำที่หลอมดีแล้ว ประกอบด้วยศีลอันบริสุทธิ์ยิ่ง
เราเข้าไปอาศัยอยู่ ณ ประเทศที่น่ารื่นรมย์ใจ เป็นรมณียสถาน สงัดเงียบปราศจากมนุษย์ เป็นที่ยินดีแห่งใจใกล้ฝั่งแม่น้ำ
ครั้งนั้น บุรุษถูกเจ้าหนี้เบียดเบียน จึงโดดลงในแม่น้ำ ในกระแสน้ำข้างเหนือ ด้วยคิดว่า เราจะเป็นหรือตายก็ตามเถอะ
เขาถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำใหญ่ ตลอดคืนตลอดวัน ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา ลอยไปท่ามกลางแม่น้ำคงคา
เราได้ยินเสียงของเขาผู้ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนาแล้ว ไปยืนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำถามว่า ท่านเป็นคนเช่นไร
เขาถูกเราถามแล้ว ได้แจ้งเหตุของตนในกาลนั้นว่า ข้าพเจ้ากลัว สะดุ้งต่อพวกเจ้าหนี้แล้ว จึงโดดลงยังมหานที
เราทำความกรุณาแก่เขา สละชีวิตของตนว่ายน้ำไปนำเขามาในเวลากลางคืนข้างแรม
เรารู้กาลที่เขาสบายใจแล้ว ได้กล่าวแก่เขาดังนี้ว่า ข้าพเจ้าจะขอพรกะท่านสักข้อหนึ่ง คือท่านอย่าบอกใครว่า ข้าพเจ้าอยู่ ณ ที่นี้
เขาไปยังนครแล้ว พระราชาตรัสถาม มีความต้องการทรัพย์จึงกราบทูล เขาได้พาพระราชามายังที่อยู่ของเรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๕๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๒. หัตถินาควรรค] ๗. มาตังคจริยา
เรากราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแก่พระราชา พระราชาทรงสดับคำของเราแล้ว ทรงสอดศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่า “เราจักฆ่าอนารยชน ผู้ประทุษร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ”
เราตามรักษาคนผู้ประทุษร้ายมิตรนั้น ได้มอบตัวของเราถวายว่า ข้าแต่มหาราช ขอได้ทรงโปรดก่อนเถิด พระเจ้าข้า ข้าพระองค์จะทำตามพระราชประสงค์ของพระองค์
เราตามรักษาศีลของเรา ไม่ใช่ตามรักษาชีวิตของเรา เพราะในกาลนั้น เราเป็นผู้รักษาศีล เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น รุรุราชจริยาที่ ๖ จบ