๒. มณิปูชกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. มณิปูชกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมณิปูชกเถระ (พระมณิปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงประสงค์วิเวก เสด็จเหาะไปในอากาศ
มีสระใหญ่อยู่ในที่ไม่ไกลป่าหิมพานต์ ที่อยู่ของข้าพเจ้า ซึ่งบุญกรรมประกอบดีแล้วมีอยู่ในสระใหญ่นั้น
ข้าพเจ้าออกจากที่อยู่แล้วได้เห็นพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงรุ่งเรืองเหมือนต้นราชพฤกษ์ โชติช่วงราวกับไฟที่ลุกโพลง
ข้าพเจ้าได้เห็นดอกไม้ที่สดใส จึงคิดว่าจักบูชาพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก @เชิงอรรถ : @ ข้าพเจ้า ในที่นี้หมายถึงพญานาคผู้มีฤทธิ์อาศัยอยู่ใต้บึงใหญ่ใกล้ป่าหิมพานต์ (ขุ.เถร.อ. ๑/๓๑๑/๕๓๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๑๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค] ๒. มณิปูชกเถราปทาน ทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว จึงได้ไหว้พระศาสดา
ข้าพเจ้าหยิบแก้วมณีประดับศีรษะของข้าพเจ้า บูชาพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ปรารถนาว่า ด้วยการบูชาด้วยแก้วมณีนี้ ขอจงมีวิบากที่ดี
พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ขอความดำริของท่านนั้นจงสำเร็จเถิด ขอท่านจงได้สุขอันไพบูลย์เถิด ด้วยการบูชาด้วยแก้วมณีนี้ ขอท่านจงได้รับยศที่ยิ่งใหญ่เถิด
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดพระนามว่าปทุมุตตระ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ครั้นตรัสแก่ข้าพเจ้าผู้ตั้งจิตปรารถนาไว้แล้วก็เสด็จไป
ข้าพเจ้าได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๖๐ กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายร้อยชาติ
เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นเทวดา ระลึกถึงบุพกรรมขึ้นมา แก้วมณีย่อมบังเกิดแก่ข้าพเจ้า (และ)ให้แสงสว่างแก่ข้าพเจ้า
สตรีสาวล้วน ๘๖,๐๐๐ นาง สวมใส่ผ้าอาภรณ์อย่างงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี เป็นผู้รับใช้ของข้าพเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๑๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค] ๒. มณิปูชกเถราปทาน
ล้วนมีหน้ากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงดงาม เอวเล็กเอวบาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยแก้วมณี
สิ่งของเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำ แก้วมณี และแก้วทับทิม เป็นอันทำดีแล้วเพื่อข้าพเจ้า ตามที่ข้าพเจ้าต้องการ
เรือนยอด ถ้ำที่น่ารื่นรมย์ และที่นอนมีค่ามาก ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้า ก็บังเกิดตามความปรารถนา
การที่เหล่าสัตว์ได้เข้าไปฟัง เป็นลาภที่พวกเขาได้ดีแล้ว เป็นเนื้อนาบุญของมนุษย์ เป็นโอสถของสรรพสัตว์
ถึงกรรมที่ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระผู้ทรงเป็นผู้นำ ก็ชื่อว่าทำไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าเป็นผู้รอดพ้นจากนรก ได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือ จะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม แสงสว่างย่อมมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน
เพราะการบูชาด้วยแก้วมณีนั้น ข้าพเจ้าจึงได้เสวยสมบัติ พบแสงสว่างคือญาณ ได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้แก้วมณีบูชาไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค] ๓. อุกกาสติกเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยแก้วมณี
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมณิปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ มณิปูชกเถราปทานที่ ๒ จบ