๓. อุกกาสติกเถราปทาน
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก อุกกาสติกเถราปทานที่ ๓ ว่าด้วยผลแห่งการจุดคบเพลิงบูชา
ตติยํ อุกฺกาสติกตฺเถราปทานํ (๔๗๓)
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโกสิกะ ประทับอยู่ที่ภูเขาจิตต- กูฏ พระองค์เป็นผู้เพ่งพินิจ ยินดีในฌาน เป็นผู้ตื่นแล้ว อภิรมย์ ในวิเวก เป็นมุนี ข้าพระองค์อันหมู่นารีแวดล้อมเข้าไปในป่าหิมวันต์ ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้ปานดังพระจันทร์ใน วันเพ็ญ ครั้งนั้น ข้าพระองค์ถือเอาคบเพลิงร้อยดวงแวดล้อมพระ พุทธเจ้าอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน ได้ไปโดยวันที่ ๘ ข้าพระองค์มีจิต เลื่อมใส ถวายบังคมพระสยัมภูพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้ไม่ ทรงพ่ายแพ้อะไรๆ เสด็จออกจากสมาบัติ แล้วได้ถวายภิกษา อย่างหนึ่ง ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์จึงเกิดในหมู่เทพ ชั้นดุสิต นี้เป็นผลแห่งภิกษาอย่างหนึ่ง แสงสว่างย่อมมีแก่ ข้าพระองค์ทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าพระองค์แผ่รัศมีไป ได้โดยรอบร้อยโยชน์ ในกัปที่ ๕๕ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักร พรรดิผู้เป็นใหญ่ในชมพูทวีป มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ชำนะ แล้ว ครั้งนั้น พระนครของข้าพระองค์ เป็นเมืองมั่งคั่ง เจริญ สร้างสรรอย่างสวยงาม ยาว ๓๐ โยชน์ กว้าง ๒๐ โยชน์ พระนคร ชื่อโศภนอันวิสสุกรรมเทพบุตรนิรมิตให้ นครนั้นสงัดจากเสียง ๑๐ อย่าง ประกอบด้วยกังสดาลเสียงไพเราะ ในพระนครนั้นไม่มี เครือเถา ไม้ และดินเลย สำเร็จด้วยทองคำล้วนๆ ทีเดียว โชติช่วงอยู่ตลอดกาลเนืองนิตย์ พระนครนั้นล้อมด้วยกำแพง ๔ ชั้น ๓ ชั้น สำเร็จด้วยแก้วมณี ส่วนตรงกลางวิสสุกรรมเทพบุตร ได้เนรมิตถ่องแถวต้นตาลไว้ สระโบกขรณีตั้งหมื่นปกคลุมไปด้วย ปทุมและอุบล ดารดาษไปด้วยบุณฑริกเป็นต้น หอมกรุ่นไปด้วย กลิ่นนานาชนิด ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ ข้าพระองค์ได้ทรงคบเพลิง ใด ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ทรงคบเพลิงไว้ ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธ ศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอุกกาสติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อุกกาสติกเถราปทาน.
|๖๓.๓๐| โกสิโก นาม ภควา จิตฺตกูเฏ วสี ตทา ฌายี ฌานรโต พุทฺโธ วิเวกาภิรโต มุนิ ฯ |๖๓.๓๑| อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ นารีคณปุรกฺขโต อทฺทสํ โกสิกํ พุทฺธํ ปุณฺณมาเยว จนฺทิมํ ฯ |๖๓.๓๒| อุกฺกาสเต คเหตฺวาน ปริวาเรสหนฺตทา สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺธํ อฏฺฐเมน อคจฺฉหํ ฯ |๖๓.๓๓| วุฏฺฐิตํ โกสิกํ พุทฺธํ สยมฺภุํ อปราชิตํ ปสนฺนจิตฺโต วนฺทิตฺวา เอกํ ภิกฺขํ อทาสหํ ฯ |๖๓.๓๔| เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ อุปฺปชฺชึ ตุสิเต กาเย เอกภิกฺขายิทํ ผลํ ฯ |๖๓.๓๕| ทิวสญฺเจว รตฺติญฺจ อาโลโก โหติ เม สทา สมนฺตา โยชนสตํ โอภาเสน ผรามหํ ฯ |๖๓.๓๖| ปญฺจปญฺญาสกปฺปมฺหิ จกฺกวตฺติ อโหสหํ จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพูมณฺฑสฺส อิสฺสโร ฯ |๖๓.๓๗| ตทา เม นครํ อาสิ อิทฺธํ ผีตํ สุนิมฺมิตํ ตึสโยชนอายามํ วิตฺถาเรน จ วีสติ ฯ |๖๓.๓๘| โสภนํ นาม นครํ วิสุกมฺเมน มาปิตํ ทสสทฺทา วิวิตฺตนฺตํ สมฺมตาฬสมาหิตํ ฯ |๖๓.๓๙| น ตสฺมึ นคเร อตฺถิ วลฺลี กฏฺฐญฺจ มตฺติกา สพฺพโสณฺณมยํเยว โชตเต นิจฺจกาลิกํ ฯ |๖๓.๔๐| จตุปาการปริกฺขิตฺตํ ตโย อาสุํ มณิมยา เวมชฺเฌ ตาลปนฺติ จ วิสุกมฺเมน มาปิตา ฯ |๖๓.๔๑| ทสสหสฺสโปกฺขรณี ปทุมุปฺปลฉาทิตา ปุณฺฑรีกาทิสญฺฉนฺนา นานาคนฺธสเมริตา ฯ |๖๓.๔๒| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ อุกฺกํ ธารยึ อหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุกฺกาธารสฺสิทํ ผลํ ฯ |๖๓.๔๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๖๓.๔๔| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๖๓.๔๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุกฺกาสติโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อุกฺกาสติกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ