คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๙. ธัมมรุจิเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๖ ข้อ๑ ฉบับ

๙. ธัมมรุจิเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระธัมมรุจิเถระ (พระธัมมรุจิเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๑๖๔

ในเวลาที่พระพุทธชินเจ้าพระนามว่าทีปังกร ทรงพยากรณ์สุเมธดาบสว่า ในกัปนับประมาณมิได้จากกัปนี้ไป ดาบสนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า

๑๖๕

พระมารดาผู้ให้กำเนิดดาบสนี้ จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ ดาบสนี้จักมีนามว่าโคดม

๑๖๖

ดาบสนี้จักตั้งความเพียรบำเพ็ญทุกรกิริยาแล้ว จักเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน

๑๖๗

พระอุปติสสเถระและพระโกลิตเถระจักเป็นพระอัครสาวก พระอุปัฏฐากชื่อว่าพระอานนท์ จักอุปัฏฐากพระชินเจ้านี้

๑๖๘

เขมาภิกษุณีและอุบลวรรณาภิกษุณีจักเป็นพระอัครสาวิกา จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุบาสก

๑๖๙

ขุชชุตตราอุบาสิกาและนันทมารดาอุบาสิกาเป็นอัครอุบาสิกา ต้นไม้เป็นสถานที่ตรัสรู้ของนักปราชญ์ผู้นี้ ชาวโลกเรียกกันว่าต้นอัสสัตถพฤกษ์

๑๗๐

มนุษย์และเทวดาได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งจะหาใครเสมอเหมือนมิได้ ต่างเป็นผู้เบิกบานประนมมือนมัสการ

๑๗๑

ข้าแต่พระมหามุนี ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นมาณพชื่อเมฆะ ศึกษามาดีแล้ว ได้สดับคำพยากรณ์อันประเสริฐของสุเมธดาบส

๑๗๒

ข้าพเจ้าเป็นผู้คุ้นเคยกับสุเมธดาบส ผู้มีความกรุณา และรีบออกบวชตามสุเมธดาบส ผู้มีความเพียร ซึ่งบวชอยู่

๑๗๓

เป็นผู้สำรวมในปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕ มีอาชีวะหมดจด มีสติ เป็นนักปราชญ์ กระทำตามคำสั่งสอนของพระชินเจ้า

๑๗๔

ข้าพเจ้าเป็นอยู่อย่างนี้ ถูกปาปมิตรบางคนชักนำในความประพฤติเลวทราม ถูกขจัดออกจากหนทางที่ชอบแล้ว

๑๗๕

เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งวิตก จึงหลีกออกจากศาสนา ภายหลังถูกปาปมิตรนั้นชักชวนให้ฆ่ามารดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน

๑๗๖

ข้าพเจ้ามีจิตชั่วร้ายได้ทำอนันตริยกรรมฆ่ามารดา จุติจากภพนั้นแล้วไปเกิดในอเวจีมหานรกที่แสนจะทารุณ

๑๗๗

ข้าพเจ้าตกนรกประสบความลำบากเวียนว่ายตายเกิดอยู่นาน ไม่ได้เห็นสุเมธดาบส ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้ประเสริฐกว่านรชน

๑๗๘

ในกัปนี้ ข้าพเจ้าเกิดเป็นปลาติมิงคละอยู่ในมหาสมุทร เห็นเรือในสมุทรสาคร จึงเข้าไปเพื่อจะกิน

๑๗๙

พวกพ่อค้าเห็นข้าพเจ้าก็กลัว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกึกก้องว่า โคตมะ ที่พ่อค้าเหล่านั้นเปล่งขึ้น

๑๘๐

จึงนึกถึงสัญญาเก่าขึ้นมาได้ จากนั้นก็เสียชีวิตแล้ว ไปเกิดในตระกูลพราหมณ์ที่มั่งคั่ง ในกรุงสาวัตถี

๑๘๑

ข้าพเจ้าชื่อว่าธัมมรุจิ เป็นผู้เกลียดบาปกรรมทุกอย่าง พออายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้พบพระพุทธองค์ผู้ส่องโลกให้โชติช่วง

๑๘๒

ข้าพเจ้าจึงได้ไปยังพระเชตวันมหาวิหาร แล้วบวชเป็นบรรพชิต เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ๓ ครั้ง ต่อคืนและวัน

๑๘๓

ครั้งนั้น พระองค์ผู้เป็นมุนี ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าเข้าจึงตรัสว่า ธัมมรุจิ ท่านจงระลึกถึงเรา ลำดับนั้น ข้าพเจ้ากราบทูลบุพกรรมอย่างแจ่มแจ้ง กับพระพุทธเจ้าว่า

๑๘๔

นานมาแล้ว ข้าพระองค์ไม่ได้พบพระองค์ ผู้ทรงบุญลักษณะตั้ง ๑๐๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน ผู้ทรงมีเหตุปัจจัยบริสุทธิ์ในชาติปางก่อน บัดนี้ ข้าพระองค์ได้พบพระสรีระของพระองค์ นับว่าเป็นการเห็นที่ประเสริฐแท้ ไม่มีสิ่งเปรียบ

๑๘๕

ความมืดคือโมหะ พระองค์ขจัดได้สิ้นเชิงหนอ ข้าพเจ้าชมเชยพระองค์แล้ว แม่น้ำคือตัณหา อันพระองค์ผู้มีอินทรีย์อันรักษาไว้ดีแล้ว ให้เหือดแห้งไปโดยสิ้นเชิง พระนิพพานที่ไม่มีมลทิน อันพระองค์ทรงชำระดีแล้ว สิ้นกาลนาน ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์บรรลุนัยนา ที่สำเร็จด้วยญาณสิ้นกาลนาน

๑๘๖

ข้าพระองค์พินาศไปในระหว่างตลอดกาลนาน ข้าแต่พระโคดม แต่วันนี้ ข้าพระองค์ได้พบพระองค์ การพบเป็นต้นที่ได้ทำไว้จักไม่พินาศไปอีก

๑๘๗

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๑๘๘

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว @เชิงอรรถ : @ พระนิพพานที่ไม่มีมลทิน หมายถึงบรรลุนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๕-๘๖/๒๖๑) @ บรรลุนัยนา หมายถึงทิพพจักขุ (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๕-๘๖/๒๖๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน

๑๘๙

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระธัมมรุจิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ธัมมรุจิเถราปทานที่ ๙ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้