๘. ยาคุทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๘. ยาคุทายกเถราปทาน ๘. ยาคุทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระยาคุทายกเถระ (พระยาคุทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้พาแขกมาบ้าน เห็นแม่น้ำเต็มฝั่ง จึงเข้าไปยังสังฆาราม
ภิกษุทั้งหลายผู้ถือธุดงค์ข้อการอยู่ป่าเป็นวัตร เข้าฌาน มีจีวรเศร้าหมอง ยินดีในความสงัด เป็นนักปราชญ์ อาศัยอยู่ในสังฆาราม
ทางไปบิณฑบาตของภิกษุผู้หลุดพ้นดีแล้ว ผู้คงที่เหล่านั้น ถูกตัดขาดแล้ว ในเวลาต่อมาเมื่อน้ำท่วม ท่านไปบิณฑบาตไม่ได้
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี เกิดปีติปราโมทย์ ประนมมือ ถือข้าวสาร (ต้ม) ข้าวยาคูแล้วถวาย
ข้าพเจ้าเลื่อมใส ถวายข้าวยาคูที่ต้มด้วยมือทั้ง ๒ ของตน เมื่อปรารภถึงกรรมของตนแล้วจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
วิมานแก้วมณีได้เกิดแก่ข้าพเจ้าในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ ข้าพเจ้าประกอบด้วยหมู่เทพนารี บันเทิงอยู่ในวิมานที่อุดม
ข้าพเจ้าได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๓๓ ชาติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครองมหาราชสมบัติ ๓๐ ชาติ
ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน เสวยยศในเทวโลกบ้าง ในมนุษยโลกบ้าง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๘. ยาคุทายกเถราปทาน
เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าได้สละทรัพย์สมบัติทั้งปวง ออกบวชเป็นบรรพชิต ขณะที่ปลงผมเสร็จ
ข้าพเจ้าพิจารณาร่างกายโดยความสิ้นไปและความเสื่อมไป ก็ได้บรรลุอรหัตตผลก่อนการรับสิกขาบท
ทานอันประเสริฐที่เกิดจากมือเรา ซึ่งเราประกอบดีแล้ว ชื่อว่าเป็นอันให้ดีแล้ว เพราะการถวายข้าวยาคูนั้นเอง ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว
ข้าพเจ้าไม่รู้สึกว่ามีความเศร้าโศก ความร่ำไร ความป่วยไข้ ความกระวนกระวาย ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู
โอหนอ ข้าวยาคูข้าพเจ้าได้ถวายดีแล้วหนอ ข้าพเจ้าได้ถวายข้าวยาคูแด่หมู่พระสงฆ์ ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม จึงได้รับอานิสงส์ ๕ ประการ
คือ (๑) ไม่มีความเจ็บไข้ (๒) มีรูปงาม (๓) ตรัสรู้ธรรมเร็วพลัน (๔) ได้ข้าวและน้ำ (๕) มีอายุยืน
บุคคลใดๆ ยังโสมนัสให้เกิดอยู่ ถวายข้าวยาคูแด่หมู่พระสงฆ์ บุคคลนั้นเป็นบัณฑิตพึงได้รับอานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้
กิจทุกอย่างที่ควรทำ ข้าพเจ้าก็ได้ทำเสร็จแล้ว ภพทั้งหลายข้าพเจ้าก็เพิกถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก @เชิงอรรถ : @ บทที่ไม่หวั่นไหว หมายถึงพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๒๖๖/๒๗๖) @ กิจทุกอย่างที่ควรทำ ในที่นี้หมายถึงการกำจัดกิเลสให้สิ้นไป (ขุ.อป.อ. ๑/๓๕๔/๒๘๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค] ๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน
ข้าพเจ้าจักเที่ยวไปนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรมอันดี จากบ้านหนึ่งไปยังบ้านหนึ่ง จากเมืองหนึ่งไปยังเมืองหนึ่ง
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป การที่ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระยาคุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ยาคุทายกเถราปทานที่ ๘ จบ