คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

ติกะ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๖๓–๖๘๘พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์๒๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ นิกเขปกัณฑ์ ติกะ

นิกฺเขปกณฺฑํ

๖๖๓

ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน? กุศลมูล ๓ คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ, เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยกุศลมูลนั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีกุศลมูลนั้น เป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล. ธรรมเป็นอกุศล เป็นไฉน? อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับอกุศลมูลนั้น, เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีอกุศลมูลนั้น เป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอกุศล. ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน? วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์, ธรรมเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่ อกุศล ไม่ใช่กรรมวิบาก, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็น อัพยากฤต.

กตเม ธมฺมา กุสลา ตีณิ กุสลมูลานิ อโลโภ อโทโส อโมโห ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา กุสลา ฯ กตเม ธมฺมา อกุสลา ตีณิ อกุสลมูลานิ โลโภ โทโส โมโห ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา อกุสลา ฯ กตเม ธมฺมา อพฺยากตา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อพฺยากตา ฯ

๖๖๔

ธรรมสัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสุขเวทนานั้น เว้นสุขเวทนา ในกามาวจรจิต รูปาวจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งสุขเวทนา สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยสุขเวทนา. ธรรมสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยทุกขเวทนานั้น เว้นทุกขเวทนา ในกามาวจรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งทุกขเวทนา สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วย ทุกขเวทนา. ธรรมสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนานั้น เว้น- *อทุกขมสุขเวทนา ในกามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่ง อทุกขมสุขเวทนา สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา.

กตเม ธมฺมา สุขายเวทนายสมฺปยุตฺตา สุขภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน สุขํ เวทนํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สุขายเวทนายสมฺปยุตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา ทุกฺขายเวทนายสมฺปยุตฺตา ทุกฺขภูมิยํ กามาวจเร ทุกฺขํ เวทนํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา ทุกฺขายเวทนายสมฺปยุตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา อทุกฺขมสุขายเวทนายสมฺปยุตฺตา อทุกฺขมสุขภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน อทุกฺขมสุขํ เวทนํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา อทุกฺขมสุขายเวทนายสมฺปยุตฺตา ฯ

๖๖๕

ธรรมเป็นวิบาก เป็นไฉน? วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นวิบาก. ธรรมเป็นเหตุแห่งวิบาก เป็นไฉน? กุศลธรรมและอกุศลธรรม ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนา ขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุแห่งวิบาก. ธรรมไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุแห่งวิบาก เป็นไฉน? ธรรมเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่กรรมวิบาก, รูปทั้งหมด, และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุแห่งวิบาก.

กตเม ธมฺมา วิปากา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา วิปากา ฯ กตเม ธมฺมา วิปากธมฺมธมฺมา กุสลากุสลา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา วิปากธมฺมธมฺมา ฯ กตเม ธมฺมา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ฯ

๖๖๖

ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิ เข้ายึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน? วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ และรูปที่กรรมแต่งขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิเข้ายึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน. ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครอง แต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทาน เป็นไฉน? กุศลธรรมและอกุศลธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, ธรรมเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่กรรมวิบาก และรูปที่กรรมมิได้แต่งขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิ ไม่เข้ายึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน. ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครอง และไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิ ไม่เข้ายึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน.

กตเม ธมฺมา อุปาทินฺนุปาทานิยา สาสวา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ยญฺจ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อิเม ธมฺมา อุปาทินฺนุปาทานิยา ฯ กตเม ธมฺมา อนุปาทินฺนุปาทานิยา สาสวา กุสลากุสลา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา ยญฺจ รูปํ ฯ กมฺมสฺส กตตฺตา อิเม ธมฺมา อนุปาทินฺนุปาทานิยา ฯ กตเม ธมฺมา อนุปาทินฺนานุปาทานิยา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิจ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อนุปาทินฺนานุปาทานิยา ฯ

๖๖๗

ธรรมเศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน? อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกัน กับอกุศลมูล นั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเศร้าหมองและเป็น อารมณ์ของสังกิเลส. ธรรมไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน? กุศลธรรมและอัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส. ธรรมไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส.

กตเม ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ตีณิ อกุสลมูลานิ โลโภ โทโส โมโห ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ฯ กตเม ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สาสวา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ฯ กตเม ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิกา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิกา ฯ

๖๖๘

ธรรมมีวิตกมีวิจาร เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขัณธ์ อันสัมปยุตด้วยวิตกและวิจารนั้น เว้นวิตกและวิจาร ในกามวจรจิต รูปาวจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งธรรมมีวิตกมีวิจาร สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมมีวิตกมีวิจาร. ธรรมไม่มีวิตกแต่มีวิจาร เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยวิตกและวิจารนั้น เว้นวิจารในรูปาวจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งธรรมไม่มีวิตกแต่มีวิจาร สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มี วิตกแต่มีวิจาร. ธรรมไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในกามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งธรรมไม่มีวิตกไม่มีวิตกไม่มีวิจาร, รูปทั้งหมดและอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่มีวิตกไม่มีวิจาร.

กตเม ธมฺมา สวิตกฺกสวิจารา สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน วิตกฺกวิจาเร ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สวิตกฺกสวิจารา ฯ กตเม ธมฺมา อวิตกฺกวิจารมตฺตา อวิตกฺกวิจารมตฺตภูมิยํ รูปาวจเร อปริยาปนฺเน วิจารํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา อวิตกฺกวิจารมตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา อวิตกฺกาวิจารา อวิตกฺกาวิจารภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อวิตกฺกาวิจารา ฯ

๖๖๙

ธรรมสหรคตด้วยปีติ เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยปีตินั้น เว้นปีติ ในกามาวจรจิต รูปาวจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งปีติ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยปีติ. ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสุขเวทนานั้น เว้นสุขเวทนา ในกามาวจรจิต รูปาวจรจิต โลกุตตรจิต อันเป็นที่เกิดแห่งสุขเวทนา สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา. ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นไฉน? สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนานั้น เว้นอุเบกขา เวทนา ในกามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต โลกุตตรจิตอันเป็นที่เกิดแห่งอุเบกขาเวทนา สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา.

กตเม ธมฺมา ปีติสหคตา ปีติภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน ปีตึ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา ปีติสหคตา ฯ กตเม ธมฺมา สุขสหคตา สุขภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อปริยาปนฺเน สุขํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา สุขสหคตา ฯ กตเม ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตา อุเปกฺขาภูมิยํ กามาวจเร รูปาวจเร อรูปาวจเร อปริยาปนฺเน อุเปกฺขํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตา ฯ

๖๗๐

ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ เป็นไฉน? สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส.

กตเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส ฯ

๖๗๑

บรรดาสัญโญชน์ ๓ นั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน? ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้ฝึกฝนในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้ฝึกฝน ในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนาเป็นตน หรือเห็นตนมีเวทนา เห็นเวทนาในตน เห็นตนในเวทนา ย่อมเห็น สัญญาเป็นตน หรือเห็นตนมีสัญญา เห็นสัญญาในตน เห็นตนในสัญญา ย่อมเห็นสังขารเป็น- *ตน หรือเห็นตนมีสังขาร เห็นสังขารในตน เห็นตนในสังขาร ย่อมเห็นวิญญาณเป็นตน หรือ เห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ป่าชัฏ คือทิฏฐิ กันดารคือทิฏฐิ ความเห็นเป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ความผันแปรแห่งทิฏฐิ สัญโญชน์ คือทิฏฐิ ความยึดถือ ความยึดมั่น ความตั้งมั่น ความถือผิด ทางชั่ว ทางผิด ภาวะที่ผิด ลัทธิ เป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ.

ตตฺถ กตมา สกฺกายทิฏฺฐิ อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา เวทนํ เวทนาย วา อตฺตานํ สญฺญํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ สญฺญาวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา สญฺญํ สญฺญาย วา อตฺตานํ สงฺขาเร อตฺตโต สมนุปสฺสติ สงฺขารวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา สงฺขาเร สงฺขาเรสุ วา อตฺตานํ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ คาโห ปฏิคฺคาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สกฺกายทิฏฺฐิ ฯ

๖๗๒

วิจิกิจฉา เป็นไฉน? ปุถุชนเคลือบแคลงสงสัยในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา ในส่วน อดีต ในส่วนอนาคต ทั้งในส่วนอดีตและส่วนอนาคต ในปฏิจจสมุปปาทธรรมที่ว่า เพราะธรรม นี้เป็นปัจจัยธรรมนี้จึงเกิดขึ้น การเคลือบแคลง กิริยาที่เคลือบแคลง ความเคลือบแคลง ความ คิดเห็นไปต่างๆ นานา ความตัดสินอารมณ์ไม่ได้ ความเห็นเป็นสองแง่ ความเห็นเหมือนทาง แพร่ง ความสงสัย ความไม่สามารถจะถือเอาโดยส่วนเดียวได้ ความคิดส่ายไป ความคิดพร่าไป ความไม่สามารถจะหยั่งลงถือเอาเป็นยุติได้ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ อันใด นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา.

ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ธมฺเม กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ สงฺเฆ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ สิกฺขาย กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ปุพฺพนฺเต กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ อปรนฺเต กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ยา เอวรูปา กงฺขา กงฺขายนา กงฺขายิตตฺตํ วิมติ วิจิกิจฺฉา เทฺวฬฺหกํ เทฺวธาปโถ สํสโย อเนกํสคาโห อาสปฺปนา ปริสปฺปนา อปริโยคาหนา ถมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข อยํ วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา ฯ

๖๗๓

สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน? ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ด้วยศีลพรตของสมณพราหมณ์ ในภายนอกแต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ป่าชัฏคือทิฏฐิ กันดารคือทิฏฐิ ความเห็นเป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ความผันแปรแห่งทิฏฐิ สัญโญชน์คือทิฏฐิ ความยึดถือ ความ ยึดมั่น ความตั้งมั่น ความถือผิด ทางชั่ว ทางผิด ภาวะที่ผิด ลัทธิเป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ การถือโดยวิปลาส อันมีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส.

ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ คาโห ปฏิคฺคาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส ฯ

๖๗๔

สัญโญชน์ ๓ นี้ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับสัญโญชน์ ๓ นั้น, เวทนา- *ขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ ๓ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีสัญโญชน์ ๓ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ. ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ เป็นไฉน? โลภะ โทสะ โมหะ ที่เหลือ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับโลภะ โทสะ โมหะ นั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยโลภะ โทสะ โมหะ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีโลภะ โทสะ โมหะ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ ธรรมอันโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ เป็นไฉน? กุศลธรรมและอัพยากตธรรม ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม- *อันโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ.

อิมานิ ตีณิ สญฺโญชนานิ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา ฯ กตเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพา อวเสโส โลโภ โทโส โมโห ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพา ฯ กตเม ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา ฯ

๖๗๕

ธรรมมีสัมปยุตตเหตุ อันโสดาปัตติมรรคประหาณ เป็นไฉน? สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส บรรดาสัญโญชน์ ๓ นั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน ฯลฯ นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ. วิจิกิจฉา เป็นไฉน ฯลฯ นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน ฯลฯ นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส. สัญโญชน์ ๓ นี้ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับสัญโญชน์ ๓ นั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ ๓ นั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมี สัญโญชน์ ๓ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรค- *ประหาณ. สัญโญชน์ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ, โลภะ โทสะ โมหะ ที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับสัญโญชน์ ๓ นั้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า สัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคประหาณ ส่วนกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียว กันกับ โลภะ โทสะ โมหะ นั้น เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วย โลภะ โทสะ โมหะ นั้น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมี โลภะ โทสะ โมหะ นั้น เป็น สมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคประหาณ. ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ เป็นไฉน? โลภะ โทสะ โมหะ ที่เหลือ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันมรรค เบื้องบน ๓ ประหาณ, กิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ โลภะ โทสะ โมหะ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วย โลภะ โทสะ โมหะ นั้น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมี โลภะ โทสะ โมหะ นั้น เป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีสัมปยุตตเหตุ อันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ. ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ จะประหาณ เป็นไฉน? เว้นธรรมนั้น กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องสูง ๓ จะประหาณ.

กตเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส ฯ ตตฺถ กตมา สกฺกายทิฏฺฐิ ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ สกฺกายทิฏฺฐิ ฯ ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา ฯ {๖๗๕.๑} ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส ฯ อิมานิ ตีณิ สญฺโญชนานิ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ฯ {๖๗๕.๒} ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา ตเทกฏฺโฐ โลโภ โทโส โมโห อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตู ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ฯ {๖๗๕.๓} กตเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา อวเสโส โลโภ โทโส โมโห อิเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพเหตู ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ฯ {๖๗๕.๔} กตเม ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ฯ

๖๗๖

ธรรมเป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิ เป็นไฉน? กุศลธรรมและอกุศลธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือเวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิ. ธรรมเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน เป็นไฉน? มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน. ธรรมไม่เป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิ และไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน เป็นไฉน? วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมที่เป็น กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, ธรรมเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่ กรรมวิบาก, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิ และไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน.

กตเม ธมฺมา อาจยคามิโน สาสวา กุสลากุสลา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา อาจยคามิโน ฯ กตเม ธมฺมา อปจยคามิโน จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา อปจยคามิโน ฯ กตเม ธมฺมา เนวาจยคามิโนนาปจยคามิโน กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา เนวาจยคามิโนนาปจยคามิโน ฯ

๖๗๗

ธรรมเป็นของเสกขบุคคล เป็นไฉน? มรรคที่เป็นโลกุตตระทั้ง ๔ และสามัญญผลเบื้องต่ำ ๓ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม เป็นของเสกขบุคคล. ธรรมเป็นของอเสกขบุคคล เป็นไฉน? อรหัตตผลเบื้องสูง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นของอเสกขบุคคล. ธรรมไม่เป็นของเสกขบุคคล และไม่เป็นของอเสกขบุคคล เป็นไฉน? เว้นธรรมคือมรรค ๔ ผล ๔ เหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือเวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวะธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกข- *บุคคล.

กตเม ธมฺมา เสกฺขา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา เหฏฺฐิมานิ จ ตีณิ สามญฺญผลานิ อิเม ธมฺมา เสกฺขา ฯ กตเม ธมฺมา อเสกฺขา อุปริฏฺฐิมํ อรหตฺตผลํ อิเม ธมฺมา อเสกฺขา ฯ กตเม ธมฺมา เนวเสกฺขานาเสกฺขา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ฯ

๖๗๘

ธรรมเป็นปริตตะ เป็นไฉน? กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม ที่เป็นกามาวจรทั้งหมด คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นปริตตะ. ธรรมเป็นมหัคคตะ เป็นไฉน? กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรมที่เป็นรูปาวจร อรูปาวจร คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นมหัคคตะ. ธรรมเป็นอัปปมาณะ เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม เป็นอัปปมาณะ.

กตเม ธมฺมา ปริตฺตา สพฺเพว กามาวจรา กุสลา- กุสลาพฺยากตา ธมฺมา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา ปริตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา มหคฺคตา รูปาวจรา อรูปาวจรา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา มหคฺคตา ฯ กตเม ธมฺมา อปฺปมาณา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อปฺปมาณา ฯ

๖๗๙

ธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภปริตตธรรมเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ. ธรรมมีอารมณ์เป็นมหัคคตะ เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภมหัคคตธรรมเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นมหัคคตะ. ธรรมมีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภอัปปมาณธรรมเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ.

กตเม ธมฺมา ปริตฺตารมฺมณา ปริตฺเต ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา ปริตฺตารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา มหคฺคตารมฺมณา มหคฺคเต ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา มหคฺคตารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมณา อปฺปมาเณ ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมณา ฯ

๖๘๐

ธรรมทราม เป็นไฉน? อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ กิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับ โลภะ โทสะ โมหะนั้น, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์อันสัมปยุตด้วยโลภะ โทสะ โมหะนั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันมีโลภะ โทสะ โมหะ นั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมทราม. ธรรมปานกลาง เป็นไฉน? กุศลธรรมและอัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมปานกลาง. ธรรมประณีต เป็นไฉน? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมประณีต.

กตเม ธมฺมา หีนา ตีณิ อกุสลมูลานิ โลโภ โทโส โมโห ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อิเม ธมฺมา หีนา ฯ กตเม ธมฺมา มชฺฌิมา สาสวา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา รูปกฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา มชฺฌิมา ฯ กตเม ธมฺมา ปณีตา อปริยาปนฺนา มคฺคา จ มคฺคผลานิ จ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา ปณีตา ฯ

๖๘๑

ธรรมเป็นมิจฉาสภาวะและให้ผลแน่นอน เป็นไฉน? อนันตริยกรรม ๕ และนิยตมิจฉาทิฏฐิ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นมิจฉาสภาวะ และให้ผลแน่นอน. ธรรมเป็นสัมมาสภาวะและให้ผลแน่นอน เป็นไฉน? มรรคที่เป็นโลกุตตระทั้ง ๔ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นสัมมาสภาวะและให้ผล แน่นอน. ธรรมให้ผลไม่แน่นอน เป็นไฉน? เว้นธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรมที่เหลือที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และ อสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมให้ผลไม่แน่นอน.

กตเม ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยตา ปญฺจ กมฺมานิ อานนฺตริกานิ ยา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิยตา อิเม ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยตา ฯ กตเม ธมฺมา สมฺมตฺตนิยตา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา อิเม ธมฺมา สมฺมตฺตนิยตา ฯ กตเม ธมฺมา อนิยตา เต ธมฺเม ฐเปตฺวา อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อนิยตา ฯ

๖๘๒

ธรรมมีมรรคเป็นอารมณ์ เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภอริยมรรคเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม มีมรรคเป็นอารมณ์. ธรรมมีเหตุคือมรรค เป็นไฉน? เว้นองค์แห่งมรรคเสีย เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยองค์แห่งมรรค นั้น ของท่านผู้พรั่งพร้อมด้วยอริยมรรค สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีเหตุคือมรรค. สัมมาทิฏฐิของท่านผู้พรั่งพร้อมด้วยอริยมรรค เป็นมรรคด้วย เป็นเหตุด้วย, เว้นสัมมา- *ทิฏฐิเสีย เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยสัมมาทิฏฐินั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมมีเหตุคือมรรค. อโลภะ อโทสะ อโมหะ ของท่านผู้พรั่งพร้อมด้วยอริยมรรค สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า เหตุคือมรรค, เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์อันสัมปยุตด้วยอโลภะ อโทสะ อโมหะ นั้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีเหตุคือมรรค. ธรรมมีมรรคเป็นอธิบดี เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ทำอริยมรรคให้เป็นอธิบดีเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมมีมรรคเป็นอธิบดี. เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ของท่านผู้พรั่งพร้อมด้วยอริยมรรคที่กำลังเจริญมรรค มีวิมังสาเป็นอธิบดี อันสัมปยุตด้วยวิมังสานั้น เว้นวิมังสาเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม มีมรรคเป็นอธิบดี.

กตเม ธมฺมา มคฺคารมฺมณา อริยมคฺคํ อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา มคฺคารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา มคฺคเหตุกา อริยมคฺคสมงฺคิสฺส มคฺคงฺคานิ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา มคฺคเหตุกา ฯ อริยมคฺคสมงฺคิสฺส สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จ สมฺมาทิฏฺฐึ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา มคฺคเหตุกา ฯ อริยมคฺคสมงฺคิสฺส อโลโภ อโทโส อโมโห อิเม ธมฺมา มคฺคเหตู ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา มคฺคเหตุกา ฯ กตเม ธมฺมา มคฺคาธิปติโน อริยมคฺคํ อธิปตึ กริตฺวา เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา มคฺคาธิปติโน ฯ อริยมคฺคสมงฺคิสฺส วีมํสาธิปเตยฺยํ มคฺคํ ภาวยนฺตสฺส วีมํสํ ฐเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ธมฺมา มคฺคาธิปติโน ฯ

๖๘๓

ธรรมเกิดขึ้นแล้ว เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด เกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้ว บังเกิดเฉพาะแล้ว ปรากฏแล้ว เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นพร้อมแล้ว ตั้งขึ้นแล้ว ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว เกิดขึ้นแล้ว สงเคราะห์ด้วยส่วนที่เกิดขึ้นแล้ว คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเกิดขึ้นแล้ว. ธรรมยังไม่เกิดขึ้น เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด ยังไม่เกิดแล้ว ยังไม่เป็นแล้ว ยังไม่เกิดพร้อมแล้ว ยังไม่บังเกิดแล้ว ยังไม่บังเกิดเฉพาะแล้ว ยังไม่ปรากฏแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นพร้อมแล้ว ยังไม่ ตั้งขึ้นแล้ว ยังไม่ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นแล้ว สงเคราะห์ด้วยส่วนที่ยังไม่เกิดขึ้น คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมยังไม่เกิดขึ้น. ธรรมจักเกิดขึ้น เป็นไฉน? วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมที่ยังไม่ให้ผล เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ และรูปซึ่งจักเกิดขึ้นเพราะกรรมแต่ง สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมจักเกิดขึ้น.

กตเม ธมฺมา อุปฺปนฺนา เย ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา อุปฺปนฺนา สมุปฺปนฺนา อุฏฺฐิตา สมุฏฺฐิตา อุปฺปนฺนา อุปฺปนฺนํเสน สงฺคหิตา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา อุปฺปนฺนา ฯ กตเม ธมฺมา อนุปฺปนฺนา เย ธมฺมา อชาตา อภูตา อสญฺชาตา อนิพฺพตฺตา อนภินิพฺพตฺตา อปาตุภูตา อนุปฺปนฺนา อสมุปฺปนฺนา อนุฏฺฐิตา อสมุฏฺฐิตา อนุปฺปนฺนา อนุปฺปนฺนํเสน สงฺคหิตา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา อนุปฺปนฺนา ฯ กตเม ธมฺมา อุปฺปาทิโน กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ อวิปกฺกวิปากานํ วิปากา กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ยญฺจ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อุปฺปชฺชิสฺสติ อิเม ธมฺมา อุปฺปาทิโน ฯ

๖๘๔

ธรรมเป็นอดีต เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด ล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว ถึงความดับสูญแล้ว เกิดขึ้นแล้วปราศไป ล่วงไป สงเคราะห์ด้วยส่วนที่ล่วงไปแล้ว คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอดีต. ธรรมเป็นอนาคต เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด ยังไม่เกิดแล้ว ยังไม่เป็นแล้ว ยังไม่เกิดพร้อมแล้ว ยังไม่บังเกิดแล้ว ยังไม่บังเกิดเฉพาะแล้ว ยังไม่ปรากฏแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นพร้อมแล้ว ยังไม่ ตั้งขึ้นแล้ว ยังไม่ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว ยังไม่มาถึง สงเคราะห์ด้วยส่วนที่ยังไม่มาถึง คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอนาคต. ธรรมเป็นปัจจุบัน เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด ซึ่งเกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้ว บังเกิดเฉพาะแล้ว ปรากฏแล้ว เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นพร้อมแล้ว ตั้งขึ้นแล้ว ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว เกิดขึ้นเฉพาะแล้ว สงเคราะห์ด้วยส่วนที่เกิดขึ้นเฉพาะแล้ว คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นปัจจุบัน.

กตเม ธมฺมา อตีตา เย ธมฺมา อตีตา นิรุทฺธา วิคตา วิปริณตา อตฺถงฺคตา อพฺภตฺถงฺคตา อุปฺปชฺชิตฺวา วิคตา อตีตา อตีตํเสน สงฺคหิตา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา อตีตา ฯ กตเม ธมฺมา อนาคตา เย ธมฺมา อชาตา อภูตา อสญฺชาตา อนิพฺพตฺตา อนภินิพฺพตฺตา อปาตุภูตา อนุปฺปนฺนา อสมุปฺปนฺนา อนุฏฺฐิตา อสมุฏฺฐิตา อนาคตา อนาคตํเสน สงฺคหิตา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา อนาคตา ฯ กตเม ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนา เย ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา อุปฺปนฺนา สมุปฺปนฺนา อุฏฺฐิตา สมุฏฺฐิตา ปจฺจุปฺปนฺนา ปจฺจุปฺปนฺนํเสน สงฺคหิตา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนา ฯ

๖๘๕

ธรรมมีอารมณ์เป็นอดีต เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภอดีตธรรมเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม มีอารมณ์เป็นอดีต. ธรรมมีอารมณ์เป็นอนาคต เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภอนาคตธรรมเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นอนาคต. ธรรมมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภปัจจุบันธรรมเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน.

กตเม ธมฺมา อตีตารมฺมณา อตีเต ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา อตีตารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา อนาคตารมฺมณา อนาคเต ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา อนาคตารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปจฺจุปฺปนฺเน ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ฯ

๖๘๖

ธรรมเป็นภายใน เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด เป็นภายใน เป็นเฉพาะตน เกิดแก่ตน เป็นของเฉพาะแต่ละบุคคล เป็นอุปาทินนะ ของสัตว์นั้นๆ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นภายใน. ธรรมเป็นภายนอก เป็นไฉน? ธรรมเหล่าใด เป็นภายใน เป็นเฉพาะตน เกิดแก่ตน เป็นของเฉพาะแต่ละบุคคล เป็นอุปาทินนะ ของสัตว์อื่น ของบุคคลอื่นนั้นๆ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นภายนอก. ธรรมเป็นภายในและเป็นภายนอก เป็นไฉน? ธรรมทั้ง ๒ ประเภทนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นภายในและเป็นภายนอก.

กตเม ธมฺมา อชฺฌตฺตา เย ธมฺมา เตสํ เตสํ สตฺตานํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ นิยกา ปาฏิปุคฺคลิกา อุปาทินฺนา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา อชฺฌตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา พหิทฺธา เย ธมฺมา เตสํ เตสํ ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ นิยกา ปาฏิปุคฺคลิกา อุปาทินฺนา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อิเม ธมฺมา พหิทฺธา ฯ กตเม ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ตทุภยํ อิเม ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ฯ

๖๘๗

ธรรมมีอารมณ์เป็นภายใน เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภธรรมเป็นภายในเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นภายใน. ธรรมมีอารมณ์เป็นภายนอก เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภธรรมเป็นภายนอกเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นภายนอก. ธรรมมีอารมณ์เป็นภายในและเป็นภายนอก เป็นไฉน? ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่าใด ปรารภธรรมเป็นภายใน ธรรมเป็นภายนอกเกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นภายในและเป็นภายนอก.

กตเม ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมณา อชฺฌตฺเต ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา พหิทฺธารมฺมณา พหิทฺธา ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา พหิทฺธารมฺมณา ฯ กตเม ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺเม อารพฺภ เย อุปฺปชฺชนฺติ จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา อิเม ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา ฯ

๖๘๘

ธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ เป็นไฉน? รูปายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่เห็นได้และกระทบได้. ธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ เป็นไฉน? จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้. ธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์, รูปที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้ ซึ่ง นับเนื่องในธัมมายตนะ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบ ไม่ได้. ติกะ จบ -----------------------------------------------------

กตเม ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา รูปายตนํ อิเม ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ฯ กตเม ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิเม ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ฯ กตเม ธมฺมา อนิทสฺสนาปฺปฏิฆา เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ยญฺจ รูปํ อนิทสฺสนํ อปฺปฏิฆํ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ อสงฺขตา จ ธาตุ อิเม ธมฺมา อนิทสฺสนาปฺปฏิฆา ฯ ติกํ ฯ -----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย