เวทนาขันธ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. เวทนาขันธ์ ทุกมูลกวาร
บรรดาขันธ์ ๕ นั้น เวทนาขันธ์ เป็นไฉน เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี @เชิงอรรถ : @ อภิ.สงฺ. ๓๔/๕๙๑/๑๘๐ @ อภิ.สงฺ. ๓๔/๕๙๒/๑๘๐ @ อภิ.สงฺ. ๓๔/๕๙๓/๑๘๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๒} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๔ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็น รูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๕ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นสุขินทรีย์ก็มี ที่เป็น ทุกขินทรีย์ก็มี ที่เป็นโสมนัสสินทรีย์ก็มี ที่เป็นโทมนัสสินทรีย์ก็มี ที่เป็นอุเปกขินทรีย์ ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๕ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๖ ได้แก่ เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ โสตสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาที่เกิด แต่กายสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละ ๖ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ ได้แก่ เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่เกิด แต่กายสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุ- สัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๘ ได้แก่ เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่ เกิดแต่กายสัมผัส ที่เป็นสุขก็มี ที่เป็นทุกข์ก็มี เวทนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละ ๘ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๙ ได้แก่ เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนา ที่เกิดแต่กายสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณ- ธาตุสัมผัส ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๙ มีด้วยอาการอย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ ที.ปา. ๑๑/๓๒๓/๒๑๕, ม.มู. ๑๒/๙๗/๗๐, สํ.นิ. ๑๖/๒/๓, สํ.ข. ๑๗/๕๖/๔๙ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๓} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ ได้แก่ เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนา ที่เกิดแต่กายสัมผัส ที่เป็นสุขก็มี ที่เป็นทุกข์ก็มี เวทนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็น อัพยากฤตก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี เวทนาขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานก็มี เวทนาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็น อารมณ์ของกิเลสก็มี เวทนาขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารก็มี เวทนาขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรค เบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี เวทนาขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณ ด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรค เบื้องบน ๓ ก็มี @เชิงอรรถ : @ ตรงกับบาลีว่า ทสฺสเนน ปหาตพฺพ หมายถึงธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค (อภิ.สงฺ.อ. ๘/๙๐) @ ตรงกับบาลีว่า ภาวนาย ปหาตพฺพ หมายถึงธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ (อภิ.สงฺ.อ. ๘/๙๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๔} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของ เสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นปริตตะ(กามาวจร)ก็มี ที่เป็นมหัคคตะ(รูปาวจรและอรูปาวจร) ก็มี ที่เป็นอัปปมาณะ(โลกุตตระ)ก็มี เวทนาขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี อัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี เวทนาขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน ก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี เวทนาขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี เวทนาขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี เวทนาขันธ์ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี ปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและ ภายนอกตนก็มี เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ ตรงกับบาลีว่า อาจยคามิ หมายถึงธรรมเป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ (อภิ.สงฺ.อ. ๑๐/๙๑) @ ตรงกับบาลีว่า อปจยคามิ หมายถึงธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน (อภิ.สงฺ.อ. ๑๐/๙๑) @ อภิ.สงฺ.อ. ๑๗/๙๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๕} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุต จากเหตุก็มี เวทนาขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี เวทนาขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจาก อาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจาก สังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจาก คันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะ และไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๖} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะ และไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจาก นิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุต จากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี เวทนาขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอัน ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุต จากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี เวทนาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลส และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี เวทนาขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๗} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ ก็มี เวทนาขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี เวทนาขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี เวทนาขันธ์ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี เวทนาขันธ์ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี เวทนาขันธ์ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี เวทนาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี เวทนาขันธ์ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏ- ทุกข์ก็มี เวทนาขันธ์ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี เวทนาขันธ์ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ อภิ.สงฺ.อ. ๘๓-๑๐๐/๙๘ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๘} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่ เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี เวทนาขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ ทุกมูลกวาร จบ ติกมูลกวาร
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุต จากเหตุก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๙} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็น เหตุและไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี เวทนาขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจาก อาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี @เชิงอรรถ : @ เวทนาที่อยู่ในอเหตุกจิต ๑๘ นั้น เวทนาไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุเกิดร่วมด้วย (อภิธัมมัตถสังคหะ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๐} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี เวทนาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็น อารมณ์ของกิเลสก็มี เวทนาขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารก็มี เวทนาขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรค เบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี เวทนาขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณ ด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรค เบื้องบน ๓ ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของ เสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี เวทนาขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี อัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี เวทนาขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน ก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๑} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็น อธิบดีก็มี เวทนาขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี เวทนาขันธ์ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและ ภายนอกตนก็มี เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจาก เหตุก็มี เวทนาขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี เวทนาขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจาก อาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๒} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ ติกมูลกวาร จบ อุภโตวัฑฒกวาร
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุต จากเหตุก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็น เหตุและไม่มีเหตุก็มี @เชิงอรรถ : @ วาระที่ขยายทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ติกะและทุกะให้มากขึ้น (อภิ.วิ.อ. ๓๔/๔๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๓} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหา และทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็น อารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบาง ดวงรู้ไม่ได้ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มี วิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๔} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุต จากอาสวะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ- มรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณ ด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็น ของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะ ก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็น อารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี มหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๖} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรค เป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่ เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุต จากโอฆะก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๗} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะและไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี อนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่ เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอก ตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้
เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุต จากโยคะก็มี @เชิงอรรถ : @ ดู โยคะ ๔ ข้อ ๙๓๘ หน้า ๕๘๘ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๘} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ ก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ อุภโตวัฑฒกวาร จบ พหุวิธวาร เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ อีกหมวดหนึ่ง ได้แก่ เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่เป็นกามาวจร ก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เวทนาขันธ์หมวดละ ๗ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่ เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็นอัพยากฤต ๑ จึงมี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็น อัพยากฤต ๑ จึงมี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๙} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ฆาน- สัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ มโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกหมวดหนึ่ง ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบาก ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้ เกิดวิบาก ๑ จึงมี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ฯลฯ เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบาก ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิด วิบาก ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ๑ จึงมี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละ ๒๔ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละ ๓๐ ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็น กามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๔๐} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. เวทนาขันธ์ เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นกามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมี เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละ ๓๐ มีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่าง ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็นอัพยากฤต ๑ ที่เป็นกามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็น อัพยากฤต ๑ ที่เป็นกามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่อง ในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมี เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่างมีด้วยอาการอย่างนี้ เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่าง อีกหมวดหนึ่ง ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็น ปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบาก ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ๑ จึงมี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๔๑} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๓. สัญญาขันธ์ เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาขันธ์ที่เป็นวิบาก ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ๑ ที่ไม่เป็นวิบาก และไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ๑ จึงมี ฯลฯ เวทนาขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่างมีด้วยอาการอย่างนี้ นี้เรียกว่า เวทนาขันธ์ พหุวิธวาร จบ