คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๖

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. นยมาติกา ๑๔ นัย ๒. อัพภันตรมาติกา (๒๒ นัย) ๓. นยมุขมาติกา ๔ นัย ๔. ลักขณมาติกา ๒ ลักษณะ ๕. พาหิรมาติกา๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส๒. สังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส๓. อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส๔. สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส๘. วิปปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส๑๑. สังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส๑๒. สัมปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทสบัญญัติ ๖ ๑. ขันธบัญญัติ ๒. อายตนบัญญัติ ๓. ธาตุบัญญัติ ๔. สัจจบัญญัติ ๕. อินทริยบัญญัติ๑. เอกกอุทเทส๒. ทุกอุทเทส๓. ติกอุทเทส๔. จตุกกอุทเทส๕. ปัญจกอุทเทส๖. ฉักกอุทเทส๗. สัตตกอุทเทส๘. อัฏฐกอุทเทส๙. นวกอุทเทส๑๐. ทสกอุทเทส๑. เอกกปุคคลบัญญัติ๒. ทุกปุคคลบัญญัติ๓. ติกปุคคลบัญญัติ๔. จตุกกปุคคลบัญญัติ๕. ปัญจกปุคคลบัญญัติ๖. ฉักกปุคคลบัญญัติ๗. สัตตกปุคคลบัญญัติ๘. อัฏฐกปุคคลบัญญัติ๙. นวกปุคคลบัญญัติ๑๐. ทสกปุคคลบัญญัติ

ศาสนา

๙. นวกปุคคลบัญญัติ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๙. นวกปุคคลบัญญัติ

ข้อ ๒๐๘

บุคคลผู้เป็นสัมมาสัมพุทธะ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ตรัสรู้สัจจะ ๔ ด้วยตนเองในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อน บรรลุความเป็นสัพพัญญูในธรรมคือสัจจะ ๔ นั้น และถึงความชำนาญในทศพลญาณ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นสัมมาสัมพุทธะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๒๙} พระอภิธรรมปิฎก ปุคคลบัญญัติ ๙. นวกปุคคลบัญญัติ บุคคลผู้เป็นปัจเจกพุทธะ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ตรัสรู้สัจจะ ๔ ด้วยตนเองในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อน แต่ไม่บรรลุความเป็นสัพพัญญูในธรรมคือสัจจะ ๔ นั้น และไม่ถึงความชำนาญใน ทศพลญาณ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นปัจเจกพุทธะ บุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุตตะ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้สัมผัสวิโมกข์ ๘ ด้วยกายอยู่ และอาสวะทั้งหลายของ เขาย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นอุภโตภาควิมุตตะ บุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุตตะ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ได้สัมผัสวิโมกข์ ๘ ด้วยกายอยู่ แต่อาสวะทั้งหลาย ของเขาย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นปัญญาวิมุตตะ บุคคลผู้เป็นกายสักขี เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้สัมผัสวิโมกข์ ๘ ด้วยกายอยู่ และอาสวะทั้งหลายของ เขาย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นกายสักขี บุคคลผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า “นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ข้อ ปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์” อนึ่ง สภาวธรรมที่พระตถาคตประกาศแล้ว บุคคลนั้น เห็นชัดแล้วด้วยปัญญา ประพฤติดีแล้วด้วยปัญญา และอาสวะบางอย่างของเขา ย่อมสิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ บุคคลผู้เป็นสัทธาวิมุตตะ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า “นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ข้อปฏิบัติ ให้ถึงความดับทุกข์” อนึ่ง สภาวธรรมที่พระตถาคตประกาศแล้ว บุคคลนั้นเห็น ชัดแล้วด้วยปัญญา ประพฤติดีแล้วด้วยปัญญา และอาสวะบางอย่างของเขาย่อม สิ้นไปเพราะเห็นด้วยปัญญา แต่ไม่เหมือนผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็น สัทธาวิมุตตะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๓๐} พระอภิธรรมปิฎก ปุคคลบัญญัติ ๑๐. ทสกปุคคลบัญญัติ บุคคลผู้เป็นธัมมานุสารี เป็นไฉน ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล มีประมาณยิ่ง บุคคลนั้นย่อมเจริญอริยมรรคอันมีปัญญาเป็นตัวนำ มีปัญญาเป็นประธาน บุคคล นี้เรียกว่า ผู้เป็นธัมมานุสารี บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผลชื่อว่าผู้เป็น ธัมมานุสารี บุคคลผู้ตั้งอยู่ในผลชื่อว่าผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ บุคคลผู้เป็นสัทธานุสารี เป็นไฉน สัทธินทรีย์ของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล มีประมาณยิ่ง บุคคลนั้นย่อมเจริญอริยมรรคอันมีศรัทธาเป็นตัวนำ มีศรัทธาเป็นประธาน บุคคล นี้เรียกว่า ผู้เป็นสัทธานุสารี บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผลชื่อว่าผู้เป็น สัทธานุสารี บุคคลผู้ตั้งอยู่ในผลชื่อว่าผู้เป็นสัทธาวิมุตตะ นวกนิทเทส จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้