ปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถา
ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส มคฺคภาวนากถา
สกวาที บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิญญาณ ๕ ยังมรรคให้เกิดได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเป็นวัตถุ (ที่อาศัย) มีธรรมที่เกิดขึ้น แล้วเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิญญาณ ๕ ยังมรรคให้เกิดได้
ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปญฺจวิญฺญาณา อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปญฺจวิญฺญาณา อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ
ส. วิญญาณ ๕ มีธรรมที่เกิดก่อนเป็นวัตถุ มีธรรมที่เกิดขึ้นก่อนเป็นอารมณ์ มีธรรมภายในเป็นวัตถุ มีธรรมภายนอกเป็นอารมณ์ มีธรรมที่ยังไม่ทำ ลายเป็นวัตถุ มีธรรมที่ยังไม่ทำลายเป็นอารมณ์ มีวัตถุต่างๆ มีอารมณ์ ต่างๆ ไม่เสวยโคจรวิสัยแห่งกันและกัน เกิดขึ้นโดยไม่มีการสนใจไม่ได้ เกิดขึ้นโดยไม่มีการทำไว้ในใจไม่ได้ เกิดขึ้นโดยไม่เจือด้วยสัมปฏิจ- ฉันนจิตเป็นต้นไม่ได้ เกิดขึ้นไม่ก่อนไม่หลังกันไม่ได้ เกิดขึ้นในลำดับ อันชิดแห่งกันและกันก็ไม่ได้ มิใช่หรือ ฯลฯ วิญญาณ ๕ ไม่มีความผูกใจ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิญญาณ ๕ ไม่มีความผูกใจ ก็ต้องไม่กล่าวว่าบุคคล ผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยวิญญาณ ๕ ยังมรรคให้เกิดขึ้นได้
นนุ ปญฺจวิญฺญาณา ปุเรชาตวตฺถุกา ปุเรชาตารมฺมณา อชฺฌตฺติกวตฺถุกา พาหิรารมฺมณา อสฺมภินฺนวตฺถุกา อสมฺภินฺนารมฺมณา นานาวตฺถุกา นานารมฺมณา น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺติ น อสมนฺนาหารา อุปฺปชฺชนฺติ น อมนสิการา อุปฺปชฺชนฺติ น อพฺโพกิณฺณา อุปฺปชฺชนฺติ น อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺชนฺติ น อญฺญมญฺญสฺส สมนนฺตรา อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ นนุ ปญฺจวิญฺญาณา อนาโภคาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปญฺจวิญฺญาณา อนาโภคา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปญฺจวิญฺญาณ- สมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ
ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิญญาณ ๕ ยังมรรคให้เกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณปรารภความว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักขุวิญญาณปรารภความว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะอาศัยจักษุและความว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะอาศัยจักษุและความเป็นของว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คำว่า เพราะอาศัยจักษุและความว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง หรือ? ป. ไม่มี ส. คำว่า เพราะอาศัยจักษุและรูปทั้งหลาย จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หาก คำว่า เพราะอาศัยจักขุและรูปทั้งหลาย จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง ก็ต้องไม่กล่าวว่า เพราะอาศัยจักษุและความ ว่างเปล่า จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น
จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ สุญฺญตญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ ฯ
ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ปรารภเวทนา ปรารภสัญญา ปรารภเจตนา ปรารภจิต ปรารภจักษุ ฯลฯ ปรารภกาย ปรารภเสียง ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ และ มโนวิญญาณปรารภความว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ และ จักขุวิญญาณปรารภความว่างเปล่า เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ และ มโนวิญญาณปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ และ จักขุวิญญาณปรารภอดีตและอนาคต เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมโนวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ และ มโนวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ ยังมรรคให้เกิดได้ และ จักขุวิญญาณปรารภผัสสะ ฯลฯ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ อตีตานาคตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ ผสฺสํ อารพฺภ เวทนํ อารพฺภ สญฺญํ อารพฺภ เจตนํ อารพฺภ จิตฺตํ อารพฺภ จกฺขุํ อารพฺภ ฯเปฯ กายํ อารพฺภ สทฺทํ อารพฺภ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา มโนวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ {๑๓๙๐.๑} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา มโนวิญฺญาณํ อตีตานาคตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา จกฺขุวิญฺญาณํ อตีตานาคตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มโนวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา มโนวิญฺญาณํ ผสฺสํ อารพฺภ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา จกฺขุวิญฺญาณํ ผสฺสํ อารพฺภ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิญญาณ ๕ ยังมรรคให้เกิด ได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้ไม่ถือนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยโสตแล้ว ฯลฯ สูดกลิ่นด้วยฆานะแล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วย ชิวหาแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว เป็นผู้ไม่ถือนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิญญาณ ๕ ก็ยังมรรคให้เกิด ได้ นะสิ ปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี ฯเปฯ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯเปฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯเปฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนาติ ฯ ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส มคฺคภาวนากถา ฯ ------------