อวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถา
อวิญฺญตฺติ ทุสฺสีลฺยนฺติกถา
สกวาที อวิญญัตติเป็นความทุศีล หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นปาณาติบาต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นอทินนาทาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นกาเมสุมิจฉาจาร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นมุสาวาท หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลสมาทานบาปกรรมแล้วให้ทานอยู่ บุญและบาปทั้งสองอย่าง เจริญ ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุญและบาปทั้งสองอย่างเจริญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกันหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ ไกลกัน ไกลกันนัก ๔ ประการ เป็นไฉน ท้องฟ้าและแผ่นดินนี้ประการแรก ซึ่งไกลกันไกลกันนัก ฯลฯ เพราะฉะนั้นธรรมของสัตบุรุษจึงไกลจาก อสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีจริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลที่มีโทษและไม่มี โทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้ ส. เมื่อบุคคลสมาทานบาปกรรมแล้ว ถวายจีวรอยู่ ถวายบิณฑบาตอยู่ ถวาย เสนาสนะอยู่ ถวายคิลานปัจจยเภสัชชบริขารอยู่ กราบไหว้แก่ผู้ที่ควร กราบไหว้อยู่ ต้อนรับผู้ที่ควรต้อนรับอยู่ กระทำอัญชลีกรรมแก่ผู้ที่ควร อัญชลีกรรมอยู่ กระทำสามีจิกรรมแก่ผู้ที่ควรสามีจิกรรมอยู่ ให้อาสนะ แก่ผู้ที่ควรให้อาสนะอยู่ ให้ทางแก่ผู้ที่ควรให้ทางอยู่ บุญและบาปทั้ง ๒ อย่าง เจริญได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุญและบาปทั้ง ๒ อย่าง เจริญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ ดำและขาว อันเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ไกลกัน ไกล กันนัก ๔ ประการเป็นไฉน ท้องฟ้าและแผ่นดินนี้ประการแรก ซึ่ง ไกลกัน ไกลกันนัก ฯลฯ เพราะฉะนั้นธรรมของสัตบุรุษจึงไกลจาก อสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและ ไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว อันเป็นข้าศึกกัน มาพบกันได้
อวิญฺญตฺติ ทุสฺสีลฺยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อทินฺนาทานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กาเมสุมิจฺฉาจาโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มุสาวาโทติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปาปกมฺมํ สมาทิยิตฺวา ทานํ ททนฺตสฺส ปุญฺญญฺจ อปุญฺญญฺจ อุโภ วฑฺฒนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุญฺญญฺจ อปุญฺญญฺจ อุโภ วฑฺฒนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ {๑๔๓๐.๑} นนุ วุตฺตํ ภควตา จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว สุวิทูรวิทูรานิ ฯ กตมานิ จตฺตาริ ฯ นภญฺจ ภิกฺขเว ปฐวี จ อิทํ ปฐมํ สุวิทูรวิทูรํ ฯเปฯ ตสฺมา สตํ ธมฺโม อสพฺภิ อารกาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ ปาปกมฺมํ สมาทิยิตฺวา จีวรํ ททนฺตสฺส ปิณฺฑปาตํ ททนฺตสฺส เสนาสนํ ททนฺตสฺส คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ททนฺตสฺส อภิวาทนารหสฺส อภิวาเทนฺตสฺส ปจฺจุฏฺฐานารหสฺส ปจฺจุฏฺเฐนฺตสฺส อญฺชลีกมฺมารหสฺส อญฺชลีกมฺมํ กโรนฺตสฺส สามีจิกมฺมารหสฺส สามีจิกมฺมํ กโรนฺตสฺส อาสนารหสฺส อาสนํ ททนฺตสฺส มคฺคารหสฺส มคฺคํ ททนฺตสฺส ปุญฺญญฺจ อปุญฺญญฺจ อุโภ วฑฺฒนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุญฺญญฺจ อปุญฺญญฺจ อุโภ วฑฺฒนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว สุวิทูรวิทูรานิ ฯ กตมานิ จตฺตาริ ฯ นภญฺจ ภิกฺขเว ปฐวี จ อิทํ ปฐมํ สุวิทูรวิทูรํ ฯเปฯ ตสฺมา สตํ ธมฺโม อสพฺภิ อารกาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า อวิญญัตติ เป็นความทุศีล หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลเป็นผู้สมาทานบาปกรรมไว้แล้ว มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลเป็นผู้สมาทานบาปกรรมไว้แล้ว ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึง ต้องกล่าวว่า อวิญญัตติ เป็นความทุศีล ดังนี้ อวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถา จบ วรรคที่ ๑๐ จบ ทุติยปัณณาสก์ จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ อวิญฺญตฺติ ทุสฺสีลฺยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปาปกมฺมํ สมาทินฺโน อาสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปาปกมฺมํ สมาทินฺโน อาสิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อวิญฺญตฺติ ทุสฺสีลฺยนฺติ ฯ อวิญฺญตฺติ ทุสฺสีลฺยนฺติกถา ฯ ทสโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ มคฺคสมงฺคิสฺส รูปํ มคฺโค ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคิสฺส อตฺถิ มคฺคภาวนา ปญฺจวิญฺญาณา กุสลาปิ อกุสลาปิ ปญฺจวิญฺญาณา สาโภคา มคฺคสมงฺคี ทฺวีหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต สีลํ อเจตสิกํ สีลํ น จิตฺตานุปริวตฺติ สมาทานเหตุกํ สีลํ วฑฺฒติ วิญฺญตฺติ สีลํ อวิญฺญตฺติ ทุสฺสีลฺยนฺติ ฯ ทุติยปณฺณาสโก ฯ นิยามสงฺคหคตานิสํสตา อตฺถิ ปญฺจโวการภโว นิโรโธ มคฺคสมงฺคิสฺส ปญฺจโวการภโวติ ฯ ------------