สังวโรกัมมันติกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ สังวโรกัมมันติกถา
สํวโร กมฺมนฺติกถา
สกวาที ความสำรวมเป็นกรรม หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ สำรวมในชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สํวโร กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุนฺทฺริยสํวโร จกฺขุกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ กายินฺทฺริยสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กายินฺทฺริยสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุนฺทฺริยสํวโร จกฺขุกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กายินฺทฺริยสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยสํวโร ชิวฺหากมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มนินฺทฺริยสํวโร มโนกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มนินฺทฺริยสํวโร มโนกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุนฺทฺริยสํวโร จกฺขุกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มนินฺทฺริยสํวโร มโนกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยสํวโร ฯเปฯ กายินฺทฺริยสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ความไม่สำรวม เป็นกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็น กายกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็น กายกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อสํวโร กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุนฺทฺริยอสํวโร จกฺขุกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ กายินฺทฺริยอสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กายินฺทฺริยอสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุนฺทฺริยอสํวโร จกฺขุกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กายินฺทฺริยอสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยอสํวโร ชิวฺหากมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มนินฺทฺริยอสํวโร มโนกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มนินฺทฺริยอสํวโร มโนกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขุนฺทฺริยอสํวโร จกฺขุกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มนินฺทฺริยอสํวโร มโนกมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยอสํวโร ฯเปฯ กายินฺทฺริยอสํวโร กายกมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี เป็นกรรม หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ฟังเสียง ด้วยโสตแล้ว ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี ก็เป็นกรรม น่ะสิ สังวโรกัมมันติกถา จบ. -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ สํวโรปิ อสํวโรปิ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหติ ฯเปฯ น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯเปฯ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย นิมิตฺตคฺคาหี โหติ ฯเปฯ น นิมิตฺตคฺคาหี โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ สํวโร อสํวโรปิ กมฺมนฺติ ฯ สํวโร กมฺมนฺติกถา ฯ ---------------