ปัจจยตากถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๕ ปัจจยตากถา
ปจฺจยตากถา
สกวาที ความเป็นปัจจัย ท่านจำกัดไว้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. วิมังสา เป็นเหตุและเป็นอธิบดีด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสา เป็นเหตุและเป็นอธิบดีด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง กล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย
ปจฺจยตา ววตฺถิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วีมํสา เหตุ โส จ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสา เหตุ โส จ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ฉันทาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ฉันทาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต ปัจจัย
นนุ ฉนฺทาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ฉนฺทาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง ต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต- ปัจจัย ส. วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วยมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วย ด้วย เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปปัจจัย (และ) เป็น ปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย
นนุ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ นนุ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นองค์แห่งมรรคด้วย มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิริยาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรคด้วย ด้วย เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัย โดยมรรคปัจจัย
นนุ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิริยาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง ต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต- ปัจจัย
นนุ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นอาหารด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอาหารด้วย ด้วย เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็น ปัจจัยโดยอาหารปัจจัย
นนุ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ โส จ อาหาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ โส จ อาหาโร เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นอินทรีย์ด้วย มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตตาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย
นนุ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จิตฺตาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง ต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยสหชาต- ปัจจัย
นนุ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นอินทรีย์ด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นอินทรีย์ด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
นนุ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ อินฺทฺริยํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรม และเป็นองค์แห่งมรรคด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิมังสาธิปติ เป็นอธิบดีแห่งสหชาตธรรมและเป็นองค์แห่งมรรคด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย
นนุ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วีมํสาธิปติ สหชาตานํ ธมฺมานํ อธิปติ ตญฺจ มคฺคงฺคํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. ปัจจเวกขณา ทำอริยธรรมให้หนัก บังเกิดขึ้นและทำอริยธรรมนั้น ให้ เป็นอารมณ์ด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่าปัจจเวกขณา ทำอริยธรรมให้หนัก บังเกิดขึ้น และทำอริยธรรม นั้นให้เป็นอารมณ์ด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า (อริยธรรม) เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย และเป็นปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัย
นนุ อริยํ ธมฺมํ ครุํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ ปจฺจเวกฺขณา ตญฺจารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อริยํ ธมฺมํ ครุํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ ปจฺจเวกฺขณา ตญฺจารมฺมณํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. กุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งกุศลธรรมหลังๆ และ เป็นอาเสวนะด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งกุศลธรรม หลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย
นนุ ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนา เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. อกุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่งอกุศลธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อกุศลธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย แห่งอกุศล- ธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย
นนุ ปุริมา ปุริมา อกุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปุริมา ปุริมา อกุสลา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนา เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ส. กิริยาอัพยากตธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย แห่งกิริยาอัพยา- กตธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กิริยาอัพยากตธรรมก่อนๆ เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัยแห่ง กิริยาอัพยากตธรรมหลังๆ และเป็นอาเสวนะด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย (และ) เป็นปัจจัยโดย อาเสวนปัจจัย
นนุ ปุริมา ปุริมา กิริยาพฺยากตา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิริยาพฺยากตานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปุริมา ปุริมา กิริยาพฺยากตา ธมฺมา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิริยาพฺยากตานํ ธมฺมานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สา จ อาเสวนา เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความเป็นปัจจัย ท่านจำกัดไว้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เป็นปัจจัยโดยเหตุปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยอารัมมณปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัย โดยอนันตรปัจจัยก็ได้ เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัยก็ได้ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นปัจจัยท่านก็จำกัดไว้ น่ะสิ ปัจจยตากถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ ปจฺจยตา ววตฺถิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ สมนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปจฺจยตา ววตฺถิตาติ ฯ ปจฺจยตากถา ฯ ---------