คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๖๒๕–๑๖๒๙พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๕ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓

ตติยสญฺญาเวทยิตกถา

๑๖๒๕

สกวาที บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงกระทำกาละ (ตาย) หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ผัสสะอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด เวทนาอันเกิดในสมัยมีความ ตายเป็นที่สุด สัญญาอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด เจตนาอันเกิด ในสมัยมีความตายเป็นที่สุด จิตอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต อันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ผัสสะ สัญญา เจตนา จิต อันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ ดังนี้

สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มารณนฺติโย ผสฺโส มารณนฺติยา เวทนา มารณนฺติยา สญฺญา มารณนฺติยา เจตนา มารณนฺติยํ จิตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺพํ ฯเปฯ นตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มารณนฺติโย ผสฺโส มารณนฺติยา เวทนา มารณนฺติยา สญฺญา มารณนฺติยา เจตนา มารณนฺติยํ จิตฺตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส มารณนฺติโย ผสฺโส มารณนฺติยา เวทนา มารณนฺติยา สญฺญา มารณนฺติยา เจตนา มารณนฺติยํ จิตฺตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ

๑๖๒๖

ส. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ มี อยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่มีผัสสะ มีการทำกาละ บุคคลผู้ไม่มีเวทนา มีการทำกาละ ฯลฯ บุคคลผู้ไม่มีจิต มีการทำกาละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้มีผัสสะ มีการทำกาละ ฯลฯ บุคคลผู้มีจิต มีการทำกาละ มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้มีผัสสะ มีการทำกาละ ฯลฯ บุคคลผู้มีจิต มีการทำกาละ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละดังนี้

สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส ผสฺโส เวทนา สญฺญา เจตนา จิตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส ผสฺโส เวทนา สญฺญา เจตนา จิตฺตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อผสฺสกสฺส กาลกิริยา อเวทนกสฺส กาลกิริยา ฯเปฯ อจิตฺตกสฺส กาลกิริยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ สผสฺสกสฺส กาลกิริยา ฯเปฯ สจิตฺตกสฺส กาลกิริยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สผสฺสกสฺส กาลกิริยา ฯเปฯ สจิตฺตกสฺส กาลกิริยา โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ

๑๖๒๗

ส. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ยาพิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายของบุคคลผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ยาพิษไม่พึงเข้าไป ศาตราไม่พึงเข้าไป ไฟไม่พึงเข้าไป ในกายของบุคคล ผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ยาพิษไม่พึงเข้าไป ศาตราไม่พึงเข้าไป ไฟไม่พึงเข้าไป ในกาย ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้เข้าสัญญา- เวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ

สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ น กเมยฺย สตฺถํ น กเมยฺย อคฺคิ น กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ น กเมยฺย สตฺถํ น กเมยฺย อคฺคิ น กเมยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ

๑๖๒๘

ส. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ยาพิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายของบุคคลผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มิได้เข้านิโรธ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่พึงทำกาละ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. นิยามอันเป็นเหตุนิยมว่า บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่พึงทำกาละ มีอยู่หรือ? ส. ไม่มี ป. หากว่า นิยามอันเป็นเหตุนิยมว่า บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่พึง ทำกาละ ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่พึง ทำกาละ

สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ น นิโรธํ สมาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ นตฺถิ ฯ หญฺจิ นตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺโน น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ

๑๖๒๙

ส. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ ไม่พึงทำกาละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นิยามอันเป็นเหตุนิยมว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ ไม่พึงทำ กาละ มีอยู่หรือ? ป. ไม่มี ส. หากว่า นิยามอันเป็นเหตุนิยมว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ ไม่พึงทำกาละ ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ ไม่พึงทำกาละ สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓ จบ -----------------------------------------------------

จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ นตฺถิ ฯ หญฺจิ นตฺถิ โส นิยาโม เยน นิยาเมน นิยโต จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี น กาลํ กเรยฺยาติ ฯ ตติยสญฺญาเวทยิตกถา ฯ -----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย