๕. เอกมัคคกถา ว่าด้วยทางสายเดียว
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) ว่าด้วยทางสายเดียว
สก. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค มรรคเดียวใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มีการประชุมแห่งผัสสะ ๔ ฯลฯ ปัญญา ๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค มรรคเดียวใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ด้วยโสดาปัตติมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยมรรคไหน ปร. ด้วยอรหัตตมรรค @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะบางพวกและนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๐/๒๙๙) @ เพราะมีความเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงสามารถบรรลุอริยผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคเดียว คือ อรหัตตมรรค @เท่านั้น ปรวาทีมีความเห็นเช่นนี้เพราะมีความรักในพระพุทธเจ้า และไม่ได้พิจารณาโดยแยบคาบ จึงเห็นผิด @(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๐/๒๙๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๖} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) สก. พระผู้มีพระภาคทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วย อรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรค ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การละสังโยชน์ ๓ ประการได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นโสดาปัตติผล มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากการละสังโยชน์ ๓ ประการได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น โสดาปัตติผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรค” สก. พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทรงละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรค ใช่ไหม ปร. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๗} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) สก. ความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น สกทาคามิผลมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสกทาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะ อย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรค” สก. พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด ได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตต- มรรคใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การละกามราคะและพยาบาทได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น อนาคามิผล มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากการละกามราคะและพยาบาทได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น อนาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคทรงละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรค”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคมรรคเดียว” ใช่ไหม สก. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๘} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๕. เอกมัคคกถา (๑๘๑) ปร. พระผู้มีพระภาคเจริญโสดาปัตติมรรคแล้วใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระผู้มีพระภาคเป็นพระโสดาบันใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. พระผู้มีพระภาคเจริญสกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรคแล้วใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระผู้มีพระภาคเป็นพระอนาคามีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค มรรคเดียว แต่พระสาวกทั้งหลายทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรค ๔ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสาวกทั้งหลายเห็นธรรมที่พระองค์ไม่ทรงเห็น บรรลุธรรมที่พระองค์ ไม่ทรงบรรลุ ทำให้แจ้งธรรมที่พระองค์ไม่ทรงทำให้แจ้งใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ เอกมัคคกถา จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๙}