ฌานันตริกกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ฌานันตริกกถา
ฌานนฺตริกกถา
สกวาที ฌานคั่นมีอยู่ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ผัสสะคั่นมีอยู่ หรือ? ฯลฯ ปัญญาคั่นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ผสฺสนฺตริกา ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า ฌานคั่นมีอยู่ ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌาน และจตุตถฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า ฌานคั่นมีอยู่
ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ
ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิมีวิตกมีวิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สมาธิที่ไม่มีวิตก มีแต่วิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สมาธิที่มีวิตกมีวิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร มีในระหว่างฌานทั้งสองที่บังเกิดเป็น แผ่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อสมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นไปอยู่ ปฐมฌานดับไปแล้ว ทุติยฌาน ก็ยังไม่บังเกิดขึ้น มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เมื่อสมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นไปอยู่ ปฐมฌานดับไปแล้ว ทุติยฌานก็ยังไม่บังเกิดขึ้น ก็ต้องไม่กล่าวว่า สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร เป็นฌานคั่น มีอยู่ในระหว่างฌานทั้งสองที่บังเกิดเป็นแผ่น
ทฺวินฺนํ ฌานานํ ปฏุปฺปนฺนานํ อนฺตเร อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อวิตกฺเก วิจารมตฺเต สมาธิมฺหิ วตฺตมาเน ปฐมํ ฌานํ นิรุทฺธํ ทุติยํ ฌานํ อนุปฺปนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อวิตกฺเก วิจารมตฺเต สมาธิมฺหิ วตฺตมาเน ปฐมํ ฌานํ นิรุทฺธํ ทุติยํ ฌานํ อนุปฺปนฺนํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทวินฺนํ ฌานานํ ปฏุปฺปนฺนานํ อนฺตเร อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฯ ฌานนฺตริกาติ ฯ
ป. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นปฐมฌาน ฯลฯ เป็นทุติยฌาน ฯลฯ เป็นตติยฌาน ฯลฯ เป็นจตุตถฌาน หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ก็เป็นฌานคั่น น่ะสิ
อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ปฐมํ ฌานํ ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ ฯเปฯ ตติยํ ฌานํ ฯเปฯ จตุตฺถํ ฌานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ
ส. สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิไว้ ๓ อย่าง คือ สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร สมาธิ ที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่วิจาร มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิไว้ ๓ อย่าง คือสมาธิที่มีวิตกมีวิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ก็ต้องไม่กล่าวว่า สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น ฌานันตริกกถา จบ -----------------------------------------------------
อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตโย สมาธิ วุตฺตา ภควตา สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตโย สมาธี วุตฺตา ภควตา สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ ฌานนฺตริกกถา ฯ ---------