คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

พลกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๙๖–๗๑๙พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๒๔ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๓ พลกถา

พลกถา

๖๙๖

สกวาที กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวกหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. กำลังของตถาคต ก็คือ กำลังของพระสาวก กำลังของพระสาวก ก็คือ กำลังของพระตถาคต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตถาคตพลํ สาวกพลํ สาวกพลํ ตถาคตพลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๖๙๗

ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคตอันนั้น กำลังของพระสาวกก็อันนั้นแหละ กำลัง ของพระสาวกอันนั้น กำลังของพระตถาคตก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว ตถาคตพลํ ตํ สาวกพลํ ตญฺเญว สาวกพลํ ตํ ตถาคตพลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๖๙๘

ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคตเช่นใด กำลังแห่งพระสาวกก็เช่นนั้นกำลังแห่ง พระสาวกเช่นใด กำลังของพระตถาคตก็เช่นนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิสํ ตถาคตพลํ ตาทิสํ สาวกพลํ ยาทิสํ สาวกพลํ ตาทิสํ ตถาคตพลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๖๙๙

ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุรพประโยค บุรพจริยา การกล่าวธรรม การแสดงธรรมแห่งพระตถาคต เช่นใด บุรพประโยค บุรพจริยา การกล่าวธรรม การแสดงธรรม แห่ง พระสาวกก็เช่นนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิโส ตถาคตสฺส ปุพฺพโยโค ปุพฺพจริยา ธมฺมกฺขานํ ธมฺมเทสนา ตาทิโส สาวกสฺส ปุพฺพโยโค ปุพฺพจริยา ธมฺมกฺขานํ ธมฺมเทสนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๐๐

ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระตถาคต คือ พระชินะ พระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธะพระ สัพพัญญู (ผู้รู้ธรรมทั้งปวง) พระสัพพทัสสาวี (ผู้เห็นธรรมทั้งปวง) พระ ธรรมสามี (เจ้าแห่งธรรม) พระธรรมปฏิสรณะ (ผู้มีธรรมเป็นที่อาศัย) หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสาวก ก็คือ พระชินะ พระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธะ พระสัพ- พัญญู พระสัพพทัสสาวี พระธรรมสามี พระธรรมปฏิสรณะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตถาคโต ชิโน สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ธมฺมสามี ธมฺมปฏิสรโณติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก ชิโน สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ธมฺมสามี ธมฺมปฏิสรโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๐๑

ส. กำลังของพระตถาคตทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระตถาคต เป็นผู้ยังมรรคที่ยังมิได้บังเกิดให้บังเกิดขึ้น เป็นผู้ยังมรรค ที่ยังมิได้ปรากฏให้ปรากฏขึ้น เป็นผู้กล่าวมรรคที่ใครๆ มิเคยได้กล่าว เป็นผู้รู้มรรค เป็นผู้รู้แจ้งมรรค เป็นผู้ฉลาดในมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสาวก ก็เป็นผู้ยังมรรคที่ยังมิได้บังเกิดให้บังเกิดขึ้น เป็นผู้ยังมรรค ที่ยังมิได้ปรากฏให้ปรากฏขึ้น เป็นผู้กล่าวมรรคที่ใครๆ มิเคยได้กล่าว เป็นผู้รู้มรรค เป็นผู้รู้แจ้งมรรค เป็นผู้ฉลาดในมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตถาคโต อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา มคฺคญฺญู มคฺควิทู มคฺคโกวิโทติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา มคฺคญฺญู มคฺควิทู มคฺคโกวิโทติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๐๒

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสาวก เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๐๓

ป. พระสาวกรู้ฐานะและอฐานะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้ฐานะและอฐานะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งฐานะและอฐานะ ทั่วไปแก่ พระสาวก ดังนี้

สาวโก ฐานาฐานํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก ฐานาฐานํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ฐานาฐานํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๐๔

ป. พระสาวกรู้ผลอันสุกวิเศษโดยฐานะ โดยเหตุแห่งกรรมสมาทานทั้งอดีต อนาคตและปัจจุบัน หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้ผลอันสุกวิเศษโดยฐานะ โดยเหตุแห่งกรรมสมาทาน ทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลัง ของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งผลอันสุกวิเศษโดยฐานะ โดยเหตุ แห่งกรรมสมาทานทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน ทั่วไปแก่พระสาวก

สาวโก อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ กมฺมสมาทานานํ ฐานโส เหตุโส วิปากํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก อตีตานาคต- ปจฺจุปฺปนฺนานํ กมฺมสมาทานานํ ฐานโส เหตุโส วิปากํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ กมฺมสมาทานานํ ฐานโส เหตุโส วิปากํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๐๕

ป. พระสาวก รู้ปฏิปทาอันนำไปสู่คติทั้งปวง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้ปฏิปทาอันนำไปสู่คติทั้งปวง ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง ต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งปฏิปทาอันจะ นำไปในคติทั้งปวง ทั่วไปแก่พระสาวก ดังนี้

สาวโก สพฺพตฺถคามินีปฏิปทํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก สพฺพตฺถคามินีปฏิปทํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพตฺถคามินีปฏิปทํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๐๖

ป. พระสาวกรู้โลกอันมีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้โลกอันมีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งโลกอัน มีธาตุต่างๆ มีธาตุมิใช่น้อย ทั่วไปแก่พระสาวก

สาวโก อเนกธาตุํ นานาธาตุํ โลกํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก อเนกธาตุํ นานาธาตุํ โลกํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อเนกธาตุํ นานาธาตุํ โลกํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๐๗

ป. พระสาวก รู้ความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีอธิมุติ (อัธยาศัย) ต่างๆ กัน หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้ความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีอธิมุติต่างๆ กัน ด้วย เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริง ซึ่งความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีอธิมุติต่างๆ กัน ทั่วไปแก่พระสาวก

สาวโก สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๐๘

ป. พระสาวกรู้ความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว การออกแห่งฌาน วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้ความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว การออกแห่งฌาน วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลัง ของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว การออกแห่งฌาน วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติ ทั่วไปแก่พระสาวก

สาวโก ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สงฺกิเลสํ โวทานํ วุฏฺฐานํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สงฺกิเลสํ โวทานํ วุฏฺฐานํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สงฺกิเลสํ โวทานํ วุฏฺฐานํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๐๙

ป. พระสาวกรู้ญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน (ระลึก ชาติหนหลังได้) หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้ญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตาม จริงซึ่งญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน ทั่วไปแก่ พระสาวก

สาวโก ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตึ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตึ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตึ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๑๐

ป. พระสาวกรู้จุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสาวกรู้จุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งจุติและอุปบัติ แห่งสัตว์ทั้งหลาย ทั่วไปแก่พระสาวก

สาวโก สตฺตานํ จุตูปปาตํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สาวโก สตฺตานํ จุตูปปาตํ ชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สตฺตานํ จุตูปปาตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๑๑

ป. อาสวะทั้งหลาย ทั้งของพระตถาคต ทั้งพระสาวกต่างก็สิ้นไปแล้ว มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. มีเหตุอะไรๆ ที่ทำให้ต่างกันในระหว่างความสิ้นอาสวะแห่งพระตถาคต กับความสิ้นอาสวะแห่งพระสาวก หรือในระหว่างความหลุดพ้นแห่ง พระตถาคต กับความหลุดพ้นแห่งพระสาวก หรือ? ส. ไม่มี ป. หากว่า ไม่มีเหตุอะไรๆ ที่ทำให้ต่างกันในระหว่างความสิ้นอาสวะแห่ง พระตถาคต กับความสิ้นอาสวะแห่งพระสาวก หรือในระหว่างความ หลุดพ้นแห่งพระตถาคต กับความหลุดพ้นแห่งพระสาวก ด้วยเหตุนั้น นะท่านจึงต้องกล่าวว่า กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความ สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ทั่วไปแก่พระสาวก

นนุ ตถาคตสฺสาปิ อาสวา ขีณา สาวกสฺสาปิ อาสวา ขีณาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ กิญฺจิ นานากรณํ ตถาคตสฺส วา สาวกสฺส วา อาสวกฺขเยน วา อาสวกฺขยํ วิมุตฺติยา วา วิมุตฺตีติ ฯ นตฺถิ ฯ หญฺจิ นตฺถิ กิญฺจิ นานากรณํ ตถาคตสฺส วา สาวกสฺส วา อาสวกฺขเยน วา อาสวกฺขยํ วิมุตฺติยา วา วิมุตฺติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ

๗๑๒

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้ง หลาย ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ ทั่วไปแก่ พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๓

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้ง หลาย ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้ง หลาย ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๔

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ ไม่ทั่วไปแก่ พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้ง หลาย ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๕

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๖

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามความจริงในฐานะและอฐานะ ไม่ทั่วไป แก่พระสาวกหรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวก- อสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๗

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกอสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๘

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ ทั่วไปแก่ พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวก- สาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๑๙

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงซึ่งความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ทั่วไปแก่พระสาวก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ พลกถา จบ. -----------------------------------------------------

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ สาวกสาธารณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ พลกถา ฯ -------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พลกถา