คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

วิมุจจติกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๗๓๘–๗๕๓พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๑๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วิมุจจติกถา

วิมุจฺจติกถา

๗๓๘

สกวาที จิตมีราคะหลุดพ้นได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. จิตสหรคตด้วยราคะ เกิดพร้อมกับราคะ ระคนด้วยราคะ สัมปยุตด้วย ราคะ ปรากฏพร้อมกับราคะ แปรไปตามราคะ เป็นอกุศล เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นอารมณ์ของ คันถะ เป็นอารมณ์ของโอฆะ เป็นอารมณ์ของโยคะ เป็นอารมณ์ของ นิวรณ์ เป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นอารมณ์ ของสังกิเลส หลุดพ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สราคํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ราคสหคตํ ราคสหชาตํ ราคสํสฏฺฐํ ราคสมฺปยุตฺตํ ราคสหภุ ราคานุปริวตฺติ อกุสลํ โลกิยํ สาสวํ สญฺโญชนิยํ คนฺถนิยํ โอฆนิยํ โยคนิยํ นีวรณิยํ ปรามฏฺฐํ อุปาทานิยํ สงฺกิเลสิกํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๓๙

ส. จิตมีผัสสะหลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตมีราคะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สผสฺสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ผสฺโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สราคํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ราโค จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๐

ส. จิตมีเวทนา ฯลฯ จิตมีสัญญา ฯลฯ จิตมีเจตนา ฯลฯ จิตมีปัญญา หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งปัญญาและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตมีราคะหลุดพ้นได้ หลุดพ้นได้ทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สเวทนํ ฯเปฯ สสญฺญํ ฯเปฯ สเจตนํ ฯเปฯ สปญฺญํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ปญฺญา จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สราคํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ราโค จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๑

ส. จิตมีผัสสะ มีราคะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สผสฺสํ สราคํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ผสฺโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๒

ส. จิตมีเวทนา มีราคะ ฯลฯ จิตมีสัญญา มีราคะ ฯลฯ จิตมีเจตนา มีราคะ ฯลฯ จิตมีปัญญา มีราคะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งปัญญาและ จิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งราคะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สเวทนํ สราคํ ฯเปฯ สสญฺญํ สราคํ ฯเปฯ สเจตนํ สราคํ ฯเปฯ สปญฺญํ สราคํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ปญฺญา จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๓

ส. จิตมีโทสะ หลุดพ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตสหรคตด้วยโทสะ เกิดพร้อมกับโทสะ ระคนด้วยโทสะ สัมปยุตด้วย โทสะ ปรากฏพร้อมกับโทสะ แปรไปตามโทสะ เป็นอกุศล เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หลุดพ้นได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สโทสํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โทสสหคตํ โทสสหชาตํ โทสสํสฏฺฐํ โทสสมฺปยุตฺตํ โทสสหภุ โทสานุปริวตฺติ อกุสลํ โลกิยํ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๔

ส. จิตมีผัสสะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตมีโทสะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโทสะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สผสฺสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ผสฺโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สโทสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ โทโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๕

ส. จิตมีเวทนา ฯลฯ จิตมีสัญญา ฯลฯ จิตมีเจตนา ฯลฯ จิตมีปัญญา หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งปัญญาและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตมีโทสะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโทสะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สเวทนํ ฯเปฯ สสญฺญํ ฯเปฯ สเจตนํ ฯเปฯ สปญฺญํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ปญฺญา จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สโทสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ โทโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๖

ส. จิตมีผัสสะ มีโทสะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโทสะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สผสฺสํ สโทสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ผสฺโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สโทสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ โทโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๗

ส. จิตมีเวทนา มีโทสะ ฯลฯ จิตมีสัญญา มีโทสะ ฯลฯ จิตมีเจตนา มี โทสะ ฯลฯ จิตมีปัญญา มีโทสะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้ง ปัญญาและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือทั้งโทสะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สเวทนํ สโทสํ ฯเปฯ สสญฺญํ สโทสํ ฯเปฯ สเจตนํ สโทสํ ฯเปฯ สปญฺญํ สโทสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ปญฺญา จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โทโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๘

ส. จิตมีโมหะ หลุดพ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตสหรคตด้วยโมหะ เกิดพร้อมกับโมหะ ระคนด้วยโมหะ สัมปยุตด้วย โมหะ ปรากฏพร้อมกับโมหะ แปรไปตามโมหะ เป็นอกุศล เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หลุดพ้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โมหสหคตํ โมหสหชาตํ โมหสํสฏฺฐํ โมหสมฺปยุตฺตํ โมหสหภุ โมหานุปริวตฺติ อกุสลํ โลกิยํ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๔๙

ส. จิตมีผัสสะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตมีโมหะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโมหะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สผสฺสํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ผสฺโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ โมโห จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๕๐

ส. จิตมีเวทนา ฯลฯ จิตมีสัญญา ฯลฯ จิตมีปัญญา หลุดพ้น ได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งปัญญาและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตมีโมหะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโมหะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สเวทนํ ฯเปฯ สสญฺญํ ฯเปฯ สเจตนํ ฯเปฯ สปญฺญํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ปญฺญา จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ โมโห จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๕๑

ส. จิตมีผัสสะ มีโมหะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งผัสสะและ จิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโมหะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สผสฺสํ สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ผสฺโส จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โมโห จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๕๒

ส. จิตมีเวทนา มีโมหะ ฯลฯ จิตมีสัญญา มีโมหะ ฯลฯ จิตมีเจตนา มีโมหะ ฯลฯ จิตมีปัญญา มีโมหะ หลุดพ้นได้ หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้ง ปัญญาและจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หลุดพ้นทั้งสอง คือ ทั้งโมหะและจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สเวทนํ สโมหํ ฯเปฯ สสญฺญํ สโมหํ ฯเปฯ สเจตนํ สโมหํ ฯเปฯ สปญฺญํ สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจติ ปญฺญา จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โมโห จ จิตฺตญฺจ อุโภ วิมุจฺจนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๕๓

ส. ไม่พึงกล่าวว่า จิตมีราคะ มีโทสะ มีโมหะ หลุดพ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตที่ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ หมดกิเลส หลุด พ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น จิตมีราคะ มีโทสะ มีโมหะ ก็หลุดพ้นได้น่ะสิ วิมุจจติกถา จบ. -----------------------------------------------------

น วตฺตพฺพํ สราคํ สโทสํ สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วีตราคํ วีตโทสํ วีตโมหํ นิกฺกิเลสํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ สราคํ สโทสํ สโมหํ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ ฯ วิมุจฺจติกถา ฯ ----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

วิมุจจติกถา