คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

อัฏฐมกกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๗๖๓–๗๗๘พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๑๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อัฏฐมกกถา

อฏฺฐมกกถา

๗๖๓

สกวาที บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ถึงแล้ว ได้เฉพาะแล้ว บรรลุแล้ว กระทำให้แจ้งแล้ว เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งโสดาปัตติผล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๖๔

ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ เป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ถึงแล้ว ฯลฯ ถูกแล้ว ด้วยกายอยู่ ซึ่งโสดาปัตติผล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมโก ปุคฺคโล โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลปฺปตฺโต ฯเปฯ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๖๕

ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ละอนุสัยคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? @ บุคคลที่ ๘ คือ พระอริยบุคคล ผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๖๖

ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ละอนุสัยคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ละอนุสัยคือทิฏฐิ ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๖๗

ส. บุคคลที่ ๘ ยังละอนุสัยคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ยังละอนุสัยคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ยังละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯลฯ สีลัพพตปรามาสไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ยังละสีลัพพตปรามาสไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส สีลพฺพตปรามาโส อปฺปหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉา- ปริยุฏฺฐานํ อปฺปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๖๘

ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังสัมมัปปธาน ฯลฯ ยังโพช- ฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ภาวิตา ฯเปฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๖๙

ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละ เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๐

ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังมรรคให้เกิดเพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิอันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้ว ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังสติปัฏฐาน ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละ เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิอันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้ว ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค อภาวิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อมคฺเคน ปหีนํ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อมคฺเคน ปหีนํ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๑

ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ไม่ได้ยังสติปัฏฐาน ฯลฯ ยัง โพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา อันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้วด้วยธรรมที่มีใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานปฺปหานาย มคฺโค อภาวิโต ฯเปฯ สติปฏฺฐานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อมคฺเคน ปหีนํ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๒

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิยังจักเกิดขึ้น หรือ? ส. จักไม่เกิดขึ้น ป. หากว่า จักไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าบุคคลที่ ๘ ละ เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว

น วตฺตพฺพํ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ หญฺจิ นุปฺปชฺชิสฺสติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ

๗๗๓

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉายังจักเกิดขึ้น หรือ? ส. จักไม่เกิดขึ้น ป. หากว่า จักไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ และ เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว

น วตฺตพฺพํ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ หญฺจิ นุปฺปชฺชิสฺสติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ ปหีนนฺติ ฯ

๗๗๔

ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจัก ไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละอนุสัยคือทิฏฐิได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิด ขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐานุสโย นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๕

ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจัก ไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๖

ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่า จักไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯลฯ สีลัพพตปรามาสได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๗

ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจัก ไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้โคตรภู ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่า จักไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โคตฺรภุโน ปุคฺคลสฺส ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๗๗๘

ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่า จักไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้โคตรภู ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว เพราะทำอธิ- บายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อัฏฐมกกถา จบ.

อฏฺฐมกสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โคตฺรภุโน ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ กตฺวา ปหีนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อฏฺฐมกกถา ฯ ----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

อัฏฐมกกถา