คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

สังวรกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๘๒๘–๘๓๗พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๑๐ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สังวรกถา

สํวรกถา

๘๒๘

สกวาที ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ขุ. เถรคาถา ข้อ ๓๙๖ หน้า ๔๐๓

อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๒๙

ส. ความไม่สำรวมไม่มีในหมู่เทวดา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

นตฺถิ เทเวสุ อสํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๐

ส. ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม มิใช่หรือ ความสำรวมมีอยู่ใน หมู่เทวดา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้น ก็มีอยู่ ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะ, หากว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่ เทวดา, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ศีล คือความสำรวม จากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา แต่ไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ใน หมู่เทวดา ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจาก ความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ก็ต้องไม่กล่าว ว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ศีล คือความสำรวมจากความ ไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา แต่ไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความ สำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ดัง นี้ ผิด

นนุ อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ {๘๓๐.๑} อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร โน จ วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ มิจฺฉา {๘๓๐.๒} โน เจ ปน วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร โน จ วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ มิจฺฉา ฯ

๘๓๑

ส. ความสำรวมมีอยู่ในมนุษย์ ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ มนุสฺเสสุ สํวโร อตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร อตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๒

ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ความไม่สำรวมไม่มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ความไม่สำรวมไม่มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ เทเวสุ สํวโร นตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ สํวโร นตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๓

ส. การเว้นจากปาณาติบาต มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมา กล่าวคือสุรา และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็ อยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๔

ส. ปาณาติบาตไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การเว้นจากปาณาติบาต ก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือ สุราและเมรัย ไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา และเมรัย ก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

นตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๕

ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์ นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่เทวดา ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่เทวดา นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือ สุรา และเมรัย มีอยู่ในหมู่มนุษย์ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่ม น้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่ม น้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ มนุสฺเสสุ ปาณาติปาตา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๖

ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่เทวดา ปาณาติบาตไม่มีในหมู่หมวดนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ปาณาติบาตไม่มีในหมู่มนุษย์นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำ เมากล่าวคือสุราและเมรัยไม่มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา และเมรัย มีอยู่ในมนุษย์ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมา กล่าวคือสุราและเมรัย ไม่มีในมนุษย์นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ ปาณาติปาตา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๗

ป. ความสำรวมไม่มีในหมู่เทวดา หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เทวดาทั้งปวง เป็นผู้ผลาญชีวิต เป็นผู้ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม เป็นผู้พูดเท็จ เป็นผู้ตั้งอยู่ในความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ความสำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดา น่ะสิ สังวรกถา จบ -----------------------------------------------------

นตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ เทวา ปาณาติปาติโน อทินฺนาทายิโน กาเมสุมิจฺฉาจาริโน มุสาวาทิโน สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายิโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ สํวรกถา ฯ --------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

สังวรกถา