คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

สมันนาคตกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๙๐๓–๙๓๒พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๓๐ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สมันนาคตกถา

สมนฺนาคตกถา

๙๐๓

สกวาที พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยผัสสะ ๔ ด้วยเวทนา ๔ ด้วยสัญญา ๔ ด้วย เจตนา ๔ ด้วยจิต ๔ ด้วยศรัทธา ๔ ด้วยวิริยะ ๔ ด้วยสติ ๔ ด้วย สมาธิ ๔ ด้วยปัญญา ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อรหา จตูหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา จตูหิ ผสฺเสหิ จตูหิ เวทนาหิ จตูหิ สญฺญาหิ จตูหิ เจตนาหิ จตูหิ จิตฺเตหิ จตูหิ สทฺธาหิ จตูหิ วิริเยหิ จตูหิ สตีหิ จตูหิ สมาธีหิ จตูหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๐๔

ส. พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีประกอบด้วยผัสสะ ๓ ฯลฯ ด้วยปัญญา ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อนาคามี ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี ตีหิ ผสฺเสหิ ฯเปฯ ตีหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๐๕

ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยผัสสะ ๒ ฯลฯ ด้วยปัญญา ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สกทาคามี ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี ทฺวีหิ ผสฺเสหิ ฯเปฯ ทฺวีหิ ปญฺญาหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๐๖

ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นพระสกทาคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ผู้ อสังขารปรินิพพายี ผู้สสังขารปรินิพพายี ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อรหา โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม โกลํโกโล เอกวีชีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อนาคามี อนฺตราปรินิพฺพายี อุปหจฺจปรินิพฺพายี อสงฺขารปรินิพฺพายี สสงฺขารปรินิพฺพายี อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๐๗

ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเป็นพระสกทาคามีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อนาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม โกลํโกโล เอกวีชีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามี สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๐๘

ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สกทาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม โกลํโกโล เอกวีชีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๐๙

ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโนติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อรหา โส โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๐

ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงกล่าวว่า สกทาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโต สกทาคามีติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อรหา โส สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๑

ส. ผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล พึงกล่าวว่า อนาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระอนาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อนาคามิผเลน สมนฺนาคโต อนาคามีติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อรหา โส อนาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๒

ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโนติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อนาคามี โส โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๓

ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงกล่าวว่า สกทาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีองค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโต สกทาคามีติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อนาคามี โส สกทาคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๔

ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโนติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว สกทาคามี โส โสตาปนฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๕

ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ อรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผล

อรหา โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๑๖

ส. พระอรหันต์เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโสดาปัตติผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิวิจิกิจฉา สีลัพ- พตปรามาส ราคะที่เป็นอปายคามี โทสะที่เป็นอปายคามี โมหะที่เป็น อปายคามี ไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อรหา โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา โสตาปตฺติมคฺคํ วีติวตฺโต สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ อปายคมนิยํ ราคํ อปายคมนิยํ โทสํ อปายคมนิยํ โมหํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๗

ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เลยสกทาคามิผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ อรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล

อรหา สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา สกทาคามิผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๑๘

ส. พระอรหันต์เลยสกทาคามิผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยสกทาคามิผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาท อย่างหยาบไปแล้ว ยังชื่อว่า ประกอบด้วยพยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อรหา สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สกทาคามิมคฺคํ วีติวตฺโต โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๑๙

ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยอนาคามิผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เลยอนาคามิผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ อรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล

อรหา อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา อนาคามิผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา อนาคามิผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา อนาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๒๐

ส. พระอรหันต์เลยอนาคามิผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยอนาคามิผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยอนาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างละเอียด พยาบาท อย่างละเอียดไปแล้ว ยังชื่อว่า ประกอบด้วยพยาบาทอย่างละเอียดนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อรหา อนาคามิผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อนาคามิมคฺคํ วีติวตฺโต อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๒๑

ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอนาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ- อนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล

อนาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคามี โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคามี โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๒๒

ส. พระอนาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโสดาปัตติผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะ ที่เป็นอปายคามีไปแล้ว ยังชื่อว่า ประกอบด้วยโมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อนาคามี โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี โสตาปตฺติมคฺคํ วีติวตฺโต สกฺกายทิฏฺฐึ ฯเปฯ อปายคมนิยํ โมหํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๒๓

ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอนาคามีเลยสกทาคามิผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ- อนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล

อนาคามี สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคามี สกทาคามิผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคามี สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามี สกทาคามิผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๒๔

ส. พระอนาคามีเลยสกทาคามิผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยสกทาคามิผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาท อย่างหยาบไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยพยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อนาคามี สกทาคามิผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี สกทาคามิมคฺคํ วีติวตฺโต โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๒๕

ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ สกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล

สกทาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สกทาคามี โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สกทาคามี โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต โน วต เร วตฺตพฺเพ สกทาคามี โสตาปตฺติผเลน สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๒๖

ส. พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโสดาปัตติผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะ ที่เป็นอปายคามีไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สกทาคามี โสตาปตฺติผลํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี โสตาปตฺติมคฺคํ วีติวตฺโต สกฺกายทิฏฺฐึ ฯเปฯ อปายคมนิยํ โมหํ วีติวตฺโต เตน สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๒๗

ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์ได้ผล ๔ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอรหันต์ได้ผล ๔ และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔

น วตฺตพฺพํ อรหา จตูหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหตา จตฺตาริ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหตา จตฺตาริ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา จตูหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๒๘

ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอนาคามีได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอนาคามี ได้ผล ๓ และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น ด้วยเหตุนั้น นะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓

น วตฺตพฺพํ อนาคามี ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคามินา ตีณิ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคามินา ตีณิ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามี ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๒๙

ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒

น วตฺตพฺพํ สกทาคามี ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สกทาคามินา เทฺว ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สกทาคามินา เทฺว ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโน เตน วต เร วตฺตพฺเพ สกทาคามี ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ

๙๓๐

ส. พระอรหันต์ ได้ผล ๔ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น เพราะเหตุนั้น พระอรหันต์จึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๔ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ได้มรรค ๔ แล้วไม่เสื่อมจากมรรค ๔ นั้น เพราะเหตุนั้น พระอรหันต์จึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อรหตา จตฺตาริ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อรหา จตูหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตา จตฺตาโร มคฺคา ปฏิลทฺธา เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อรหา จตูหิ มคฺเคหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๓๑

ส. พระอนาคามี ได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น เพราะเหตุนั้น พระอนาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีได้มรรค ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากมรรค ๓ นั้น เพราะเหตุ นั้น พระอนาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อนาคามินา ตีณิ ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อนาคามี ตีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามินา ตโย มคฺคา ปฏิลทฺธา เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ อนาคามี ตีหิ มคฺเคหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๙๓๒

ส. พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น เพราะเหตุนั้น พระสกทาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีได้มรรค ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากมรรค ๒ นั้น เพราะ เหตุนั้น พระสกทาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สมันนาคตกถา จบ -----------------------------------------------------

สกทาคามินา เทฺว ผลานิ ปฏิลทฺธานิ เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ สกทาคามี ทฺวีหิ ผเลหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินา เทฺว มคฺคา ปฏิลทฺธา เตหิ จ อปริหีโนติ ฯ สกทาคามี ทฺวีหิ มคฺเคหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมนฺนาคตกถา ฯ ----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

สมันนาคตกถา