คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

ปฏิจจสมุปปาทกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๐๘๔–๑๐๘๙พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปฏิจจสมุปปาทกถา

ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา

๑๐๘๔

สกวาที ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะ อันไม่เคลื่อน เป็นอมตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่างหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ที่ต้านทานก็เป็น ๒ อย่าง ที่เร้นก็เป็น ๒ อย่าง ที่พึ่งก็เป็น ๒ อย่าง ที่ หมายก็เป็น ๒ อย่าง ฐานะอันไม่เคลื่อนก็เป็น ๒ อย่าง อมตะก็เป็น ๒ อย่าง นิพพานก็เป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. นิพพานก็เป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีความสูงและต่ำ มีความเลวและความประณีต มีความอุกฤษฏ์และ ทราม มีเขตแดน หรือความแตกต่าง หรือร่อง หรือระหว่างขั้นแห่ง นิพพาน ๒ อย่างนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ ตาณํ เลณํ สรณํ ปรายนํ อจฺจุตํ อมตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโต นิพฺพานํ อสงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว ตาณานิ เทฺว เลณานิ เทฺว สรณานิ เทฺว ปรายนานิ เทฺว อจฺจุตานิ เทฺว อมตานิ เทฺว นิพฺพานานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เทฺว นิพฺพานานีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ทฺวินฺนํ นิพฺพานานํ อุจฺจนีจตา หีนปฺปณีตตา อุกฺกํสาวกํโส สีมา วา เภโท วา ราชิ วา อนฺตริกา วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๐๘๕

ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชาก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชาเป็นสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารที่เกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารที่เกิดเพราะอวิชชา เป็นปัจจัย เป็นสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขารหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิญญาณที่เกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณที่เกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย เป็นสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นามรูปที่เกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย ก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. นามรูปที่เกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย เป็นสังขตะหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชราและมรณะที่มีเพราะชาติเป็นปัจจัยก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ชราและมรณะที่มีเพราะชาติเป็นปัจจัย ก็เป็นสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสังขตะหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชา อสงฺขตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชา สงฺขตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา อสงฺขตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สงฺขตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ อสงฺขตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ สงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ อสงฺขตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ สงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ อสงฺขตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ สงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๐๘๖

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปฏิจจสมุปบาทเป็นอสังขตะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชรา มรณะ มีเพราะชาติ เป็นปัจจัย โดยพระตถาคตทั้งหลายจะอุบัติขึ้นหรือมิอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้นได้ตั้งอยู่แล้วเทียว เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม คือความที่ ธรรมนี้เกิดขึ้นเพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย พระตถาคตตรัสรู้ด้วยปัญญา อันยิ่ง ค้นพบด้วยปัญญาอันยิ่ง ซึ่งธาตุนั้น ครั้นตรัสรู้ด้วยปัญญาอัน ยิ่งแล้ว ครั้นค้นพบด้วยปัญญาอันยิ่งแล้ว จึงบอก แสดง ประกาศ เผย แพร่ ขยาย ทำให้ง่าย และได้ชี้แจงว่า ชราและมรณะมีเพราะ ชาติเป็นปัจจัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย ฯลฯ สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย โดยตถาคตทั้งหลายจะอุบัติขึ้น หรือมิอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้นได้ตั้งอยู่แล้วเทียว ฯลฯ และได้ชี้แจง ว่าสังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ภิกษุทั้งหลาย ความจริงแท้ ความไม่คลาดเคลื่อน ความไม่เป็นโดยประการอื่น คือความที่ธรรม เกิดขึ้นเพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย สภาวธรรมนั้น ดังกล่าวนี้ อันใด นี้ เรากล่าวว่า ปฏิจจสมุปบาท ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ปฏิจจสมุปบาทก็เป็นอสังขตะน่ะสิ @ สํ. นิ. ข้อ ๖๑ หน้า ๓๐

น วตฺตพฺพํ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ชาติปจฺจยา ภิกฺขเว ชรามรณํ อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตา ว สา ธาตุ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อิทปฺปจฺจยตา ตํ ตถาคโต อภิสมฺพุชฺฌติ อภิสเมติ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา อภิสเมตฺวา อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ ปสฺสถาติ จาห ชาติปจฺจยา ภิกฺขเว ชรามรณํ ภวปจฺจยา ภิกฺขเว ชาติ ฯเปฯ อวิชฺชาปจฺจยา ภิกฺขเว สงฺขารา อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตา ว สา ธาตุ ฯเปฯ ปสฺสถาติ จาห อวิชฺชาปจฺจยา ภิกฺขเว สงฺขารา อิติ โข ภิกฺขเว ยา ตตฺร ตถตา อวิตถตา อนญฺญถตา อิทปฺปจฺจยตา อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโตติ ฯ

๑๐๘๗

ส. ปัจจยาการบทหนึ่งว่า สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้นเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๒ อย่าง ฯลฯ หรือมีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๒ อย่าง นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อสงฺขตา นิพฺพานํ อสงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว ตาณานิ ฯเปฯ อนฺตริกา วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๐๘๘

ส. ปัจจยาการบทหนึ่งว่า สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้นเป็นอสังขตะ ปัจจยาการอีกบทหนึ่งว่า วิญญาณมีเพราะสังขารเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะ ใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้นก็เป็น อสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะ เป็น ๓ อย่างหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสังขตะ เป็น ๓ อย่างหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๓ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้นแห่งนิพพาน ๓ อย่างนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อสงฺขตา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อสงฺขตา นิพฺพานํ อสงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีณิ อสงฺขตานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตีณิ อสงฺขตานีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีณิ ตาณานิ ฯเปฯ อนฺตริกา วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๐๘๙

ส. ปัจจยาการบทหนึ่งว่า สังขารทั้งหลายมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้น เป็นอสังขตะ ปัจจยาการอีกบทหนึ่งว่า วิญญาณมีเพราะสังขารเป็น ปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ในปัจจยาการนั้น สภาวะนั้นก็เป็นอสังขตะ ฯลฯ ปัจจยาการอีกบทหนึ่งว่า ชรามรณะมี เพราะชาติเป็นปัจจัย ดังนี้ สภาวะใด เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยาม ใน ปัจจยาการนั้น สภาวะนั้นก็เป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อสังขตะ เป็น ๑๒ อย่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อสังขตะเป็น ๑๒ อย่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ที่ต้านทาน ก็เป็น ๑๒ อย่าง ที่เร้นก็เป็น ๑๒ อย่าง ฯลฯ มีระหว่างขั้น แห่งนิพพาน ๒ อย่างนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปฏิจจสมุปปาทกถา จบ -----------------------------------------------------

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อสงฺขตา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อสงฺขตา ฯเปฯ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา อสงฺขตา นิพฺพานํ อสงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวาทส อสงฺขตานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทฺวาทส อสงฺขตานีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวาทส ตาณานิ ทฺวาทส เลณานิ ฯเปฯ อนฺตริกา วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา ฯ ------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ปฏิจจสมุปปาทกถา