อริยธัมมวิปากกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อริยธัมมวิปากกถา
อริยธมฺมวิปากกถา
สกวาที วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. สามัญญะ มีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า สามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก ก็ต้องไม่กล่าวว่าวิบาก แห่งอริยธรรมไม่มี
นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ มหปฺผลํ สามญฺญํ มหปฺผลํ พฺรหฺมญฺญนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มหปฺผลํ สามญฺญํ มหปฺผลํ พฺรหฺมญฺญํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ
ส. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลมีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า โสดาปัตติผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อรหัตผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมมีไม่
นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โสตาปตฺติผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โสตาปตฺติผลํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ นนุ อตฺถิ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อรหตฺตผลํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ
ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งทาน ไม่เป็นวิบาก หรือ? @ สามัญญะ-คุณเครื่องเป็นสมณะ พรหมัญญะ=คุณเครื่องเป็นพรหม ทั้งสองนี้ หมายถึง อริยมรรค ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรหัตผลไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โสตาปตฺติผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ทานผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปตฺติผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สีลผลํ ฯเปฯ ภาวนาผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ทานผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สีลผลํ ฯเปฯ ภาวนาผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบากหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทานผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทานผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สีลผลํ ฯเปฯ ภาวนาผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ภาวนาผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กามาวจรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กามาวจรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปาวจรํ กุสลํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โลกุตฺตรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นอาจยคามี (ก่อวิปากวัฏไป) หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กามาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี (หลีกวิปากวัฏไป) หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กามาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อริยธัมมวิปากกถา จบ -----------------------------------------------------
โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อริยธมฺมวิปากกถา ฯ ----------