คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๘

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. กุสลบท นยจตุกกะ ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ ๔. นามบท นยจตุกกะ ๒-๑๐. เหตุวาราทิอุทเทส มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย๑. กุสลบท นยจตุกกะ ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ ๔. นามบท นยจตุกกะ ๒-๑๐. เหตุวาราทินิทเทส๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธขันธวาร ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร๑. ปทโสธนวาร๒. ปทโสธนมูลจักกวาร๓. สุทธขันธวาร๔. สุทธขันธมูลจักกวาร๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. อตีตวาร ๓. อนาคตวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. อตีตวาร ๓. อนาคตวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ... ๖. อตีตานาคตวาร๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ... ๖. อตีตานาคตวาร๑. ปทโสธนวาร ว่าด้วยการอธิบายคำของแต่ละบท ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ว่าด้วยการอธิบายคำของบทโดยยึดบทประธานเป็นหลักดุจกงจักร ๓. สุทธายตนวาร ว่าด้วยการอธิบายอายตนะล้วนๆ ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร ว่าด้วยการอธิบายคำของบทที่มีอายตนะล้วนๆเป็นมูลดุจกงจักร๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธายตนวาร ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. อตีตวาร ๓. อนาคตวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร๒. นิโรธวาร๓. อุปปาทนิโรธวาร๓. ปริญญาวารธาตุ ๑๘ ๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธธาตุวาร ๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธธาตุวาร ๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร๑. อุปปาทวาร๓. ปริญญาวาร๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธสัจจวาร ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธสัจจวาร ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร๑. อุปปาทวาร๒. นิโรธวาร๓. อุปปาทนิโรธวาร๓. ปริญญาวารสังขาร ๓ ๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธสังขารวาร๑. ปทโสธนวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๓. สุทธสังขารวาร๑. อุปปาทวาร๒. นิโรธวาร๓. อุปปาทนิโรธวาร๓. ปริญญาวารอนุสัย ๗ ๑. อุปปัตติฏฐานวาร ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุโลมบุคคล อนุโลมโอกาส อนุโลมปุคคโลกาส๑. อนุสยวาร ปฏิโลมบุคคล ปฏิโลมโอกาส ปฏิโลมปุคคโลกาสอนุโลมบุคคล อนุโลมโอกาส อนุโลมปุคคโลกาสปฏิโลมบุคคล ปฏิโลมโอกาส ปฏิโลมปุคคโลกาสอนุโลมบุคคล อนุโลมโอกาส อนุโลมปุคคโลกาสปฏิโลมบุคคล ปฏิโลมโอกาส ปฏิโลมปุคคโลกาสอนุโลมบุคคล อนุโลมโอกาส อนุโลมปุคคโลกาสปฏิโลมบุคคล ปฏิโลมโอกาส ปฏิโลมปุคคโลกาสอนุโลมบุคคล อนุโลมโอกาส อนุโลมปุคคโลกาส ปฏิโลมบุคคล ปฏิโลมโอกาส ปฏิโลมปุคคโลกาส๖. อุปปัชชหนวาร๗. ธาตุปุจฉาวาร

ศาสนา

๑. กุสลบท นยจตุกกะ ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ ๔. นามบท นยจตุกกะ ๒-๑๐. เหตุวาราทิอุทเทส มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๕๐ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก ภาค ๑ _____________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๑. มูลยมก ๑. มูลวารอุทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น กุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๕๐)

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล อย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลใช่ไหม (๕๑)

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดเป็นกุศลใช่ไหม (๑) (๕๒) @เชิงอรรถ : @ นยะมี ๔ คือ มูลนยะ มูลมูลนยะ มูลกนยะ มูลมูลกนยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๓๒๘) ตัวเลข [๑] หมายถึงนยะ @ที่ ๑ ตัวเลข (๕๐) หมายถึงเลขหัวข้อในนิทเทสหน้า ๑๐ เป็นต้นไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล ที่เป็นกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ใช่ไหม (๕๓)

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล ที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๕๔)

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๒) (๕๕)

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล ที่เป็นกุศลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ใช่ไหม (๕๖)

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล อย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลใช่ไหม (๕๗)

ข้อ

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดเป็นกุศลใช่ไหม (๓) (๕๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เป็นกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ใช่ไหม (๕๙)

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๖๐)

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๔) (๖๑) ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๒)

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๓)

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๑) (๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ

ข้อ ๑๖

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลที่เป็นอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น อกุศลใช่ไหม (๖๕)

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๖)

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๒) (๖๗)

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เป็นอกุศลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ใช่ไหม (๖๘)

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๙)

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาว- ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๓) (๗๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะะ

ข้อ ๒๒

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เป็นอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น อกุศลใช่ไหม (๗๑)

ข้อ ๒๓อรรถกถา

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๗๒)

ข้อ ๒๔

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๔) (๗๓) ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ

ข้อ ๒๕

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ใช่ไหม (๗๔)

ข้อ ๒๖

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๗๕)

ข้อ ๒๗

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาว- ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๑) (๗๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะะ

ข้อ ๒๘

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น อัพยากฤตใช่ไหม (๗๗)

ข้อ ๒๙

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๗๘)

ข้อ ๓๐

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๒) (๗๙)

ข้อ ๓๑

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดมีมูลที่เป็นอัพยากฤตใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น อัพยากฤตใช่ไหม (๘๐)

ข้อ ๓๒อรรถกถา

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๘๑)

ข้อ ๓๓

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาว- ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๓) (๘๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ

ข้อ ๓๔

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น อัพยากฤตใช่ไหม (๘๓)

ข้อ ๓๕

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๘๔)

ข้อ ๓๖

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๔) (๘๕) ๔. นามบท นยจตุกกะ

ข้อ ๓๗

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๘๖)

ข้อ ๓๘

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๘๗)

ข้อ ๓๙

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนามใช่ไหม (๑) (๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ

ข้อ ๔๐

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ใช่ไหม (๘๙)

ข้อ ๔๑

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๙๐)

ข้อ ๔๒อรรถกถา

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๒) (๙๑)

ข้อ ๔๓

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลที่เป็นนามใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๙๒)

ข้อ ๔๔

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนามใช่ไหม (๙๓)

ข้อ ๔๕

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง หมดเป็นนามใช่ไหม (๓) (๙๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๘} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๒-๑๐. เหตุวาราทิอุทเทส

ข้อ ๔๖

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี มูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ใช่ไหม (๙๕)

ข้อ ๔๗

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๙๖)

ข้อ ๔๘

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๔) (๙๗) มูลวารอุทเทส จบ ๒-๑๐. เหตุวาราทิอุทเทส

ข้อ ๔๙

สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลเหตุใช่ไหม ฯลฯ เป็นกุศลนิทาน ฯลฯ เป็นกุศลสมภพ ฯลฯ เป็น กุศลประภพ ฯลฯ เป็นกุศลสมุฏฐาน ฯลฯ เป็นกุศลอาหาร ฯลฯ เป็นกุศล- อารมณ์ ฯลฯ เป็นกุศลปัจจัย ฯลฯ เป็นกุศลสมุทัย ฯลฯ (๙๘-๙๙) มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย มีด้วยประการฉะนี้ อุทเทสวาร จบ @เชิงอรรถ : @ อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๓๒๙-๓๓๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้