คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๙

ข้ออื่นในเล่มนี้

อุทเทสแห่งปุคคลวาร อุทเทสแห่งธรรมวาร อุทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร อุทเทสแห่งมิสสกวารนิทเทสแห่งปุคคลวารนิทเทสแห่งธรรมวารนิทเทสแห่งปุคคลธรรมวารนิทเทสแห่งมิสสกวารอุทเทสวาร นิทเทสวาร๑. ปัจจุปปันนวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ๒. อตีตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น ๓. อนาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ๖. อตีตานาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...๑. ปัจจุปปันนวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม เป็นต้น ๒. อตีตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม เป็นต้น ๓. อนาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคลนั้นก็จักดับใช่ไหม เป็นต้น ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม เป็นต้น ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม เป็นต้น ๖. อตีตานาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม เป็นต้น ...๑. ปัจจุปปันนวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม เป็นต้น ...๓. ภาวนาวารอินทรีย์ ๒๒ ปัณณัตติวารอุทเทส ปัณณัตติวารนิทเทส๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร : อนุโลมบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...อนุโลมโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ฆานินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อิตถินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปุริสินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม สัทธินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปัญญินทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...อนุโลมปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...ปัจจนีกบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ปัจจนีกโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ปัจจนีกปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...๒. อตีตวาร : อนุโลมบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น อนุโลมโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น อนุโลมปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...ปัจจนีกบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม เป็นต้น ปัจจนีกโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น ปัจจนีกปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...๓. อนาคตวาร : อนุโลมบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น อนุโลมโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น อนุโลมปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...ปัจจนีกบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ปัจจนีกโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ปัจจนีกปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร : อนุโลมบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม อนุโลมปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม ปัจจนีกบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ปัจจนีกโอกาส : จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ปัจจนีกปุคคโลกาส : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร : อนุโลมบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม ๖. อตีตานาคตวาร : อนุโลมบุคคล : จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม เป็นต้น ...๑. ปัจจุปปันนวาร : อนุโลมบุคคล : บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้โสตินทรีย์ใช่ไหมปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม๒. อตีตวาร : อนุโลม : บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหมปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม๓. อนาคตวาร : อนุโลม : บุคคลใดจักกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหมปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร : อนุโลม : บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหมปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร : อนุโลม : บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหมปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม๖. อตีตานาคตวาร : อนุโลม : บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหมปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นไม่ใช่จักละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม เป็นต้น ...

ศาสนา

อุทเทสแห่งปุคคลวาร อุทเทสแห่งธรรมวาร อุทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร อุทเทสแห่งมิสสกวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๖๓ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก ภาค ๒ _____________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น จิตตยมก อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๑. ปุคคลวาร ๑. อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาร

ข้อ อรรถกถา

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็จักดับ ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักดับ ไม่ใช่จักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ไม่ใช่กำลัง ดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ กำลังดับมีไหม (๖๓) @เชิงอรรถ : @ ตัวเลข [๑] หมายถึงลำดับหัวข้อธรรม ส่วนตัวเลข (๖๓) หมายถึงข้อที่อธิบายในนิทเทสหน้า ๑๘ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๑. ปุคคลวาร ๒. อุปปาทุปปันนวาร

ข้อ

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๖๔) ๓. นิโรธุปปันนวาร

ข้อ

จิตของบุคคลใดกำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๖๕) ๔. อุปปาทวาร

ข้อ

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม (๖๖)

ข้อ

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๖๗)

ข้อ

จิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๖๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๒} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๑. ปุคคลวาร ๕. นิโรธวาร

ข้อ

จิตของบุคคลใดกำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดเคยดับ จิตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม (๖๙)

ข้อ

จิตของบุคคลใดกำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๗๐)

ข้อ

จิตของบุคคลใดเคยดับ จิตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม (๗๑) ๖. อุปปาทนิโรธวาร

ข้อ ๑๐

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดเคยดับ จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม (๗๒)

ข้อ ๑๑

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๗๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๑. ปุคคลวาร

ข้อ ๑๒

จิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักดับ จิตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๗๔) ๗. อุปปัชชมานนนิโรธวาร

ข้อ ๑๓

จิตของบุคคลใดกำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตของบุคคลใดกำลังดับ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๗๕) ๘. อุปปัชชมานุปปันนวาร

ข้อ ๑๔

จิตของบุคคลใดเกิดอยู่ จิตของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็เกิดอยู่ใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดอยู่ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม (๗๖) ๙. นิรุชฌมานุปปันนวาร

ข้อ ๑๕

จิตของบุคคลใดดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ดับอยู่ใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่ดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม (๗๗) ๑๐. อุปปันนุปปาทวาร

ข้อ ๑๖

จิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๑. ปุคคลวาร จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วมีไหม (๗๘) จิตของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม (๗๙) ๑๑. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๗

จิตของบุคคลใดเคยเกิด จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคล นั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดจักเกิด จิตของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิด แต่จิตของบุคคลนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม จิตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด แต่จิตของบุคคลนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตของ บุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๘๐) ๑๒. อุปปันนุปปัชชมานวาร

ข้อ ๑๘

จิตที่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าเกิดอยู่ใช่ไหม จิตที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าเกิดแล้วใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่ เกิดแล้วใช่ไหม (๘๑) ๑๓. นิรุทธนิรุชฌมานวาร

ข้อ ๑๙

จิตที่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าดับอยู่ใช่ไหม จิตที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าดับแล้วใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่ ดับแล้วใช่ไหม (๘๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ๑๔. อติกกันตกาลวาร

ข้อ ๒๐

จิตของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตของ บุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตของบุคคลนั้น ล่วงไปทุกๆ ขณะที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตของ บุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตของ บุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม (๘๓) อุทเทสแห่งปุคคลวาร จบ ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ๑. อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาร

ข้อ ๒๑

จิตใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็จักดับ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดจักดับ ไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็กำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับมีไหม (๘๔) ๒. อุปปาทุปปันนวาร

ข้อ ๒๒

จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๘๕) ๓. นิโรธุปปันนวาร

ข้อ ๒๓

จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๘๖) ๔. อุปปาทวาร

ข้อ ๒๔

จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๘๗)

ข้อ ๒๕

จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดจักเกิด จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๘๘)

ข้อ ๒๖

จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดจักเกิด จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๘๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร ๕. นิโรธวาร

ข้อ ๒๗

จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตใดเคยดับ จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม จิตใดไม่เคยดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๙๐)

ข้อ ๒๘

จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดจักดับ จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๙๑)

ข้อ ๒๙

จิตใดเคยดับ จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดจักดับ จิตนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตใดไม่เคยดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม (๙๒) ๖. อุปปาทนิโรธวาร

ข้อ ๓๐

จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตใดเคยดับ จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม จิตใดไม่เคยดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๙๓)

ข้อ ๓๑

จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดจักดับ จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๙๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร

ข้อ ๓๒

จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดจักดับ จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๙๕) ๗. อุปปัชชมานนนิโรธวาร

ข้อ ๓๓

จิตใดกำลังเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดกำลังดับ จิตนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๙๖) ๘. อุปปัชชมานุปปันนวาร

ข้อ ๓๔

จิตใดเกิดอยู่ จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็เกิดอยู่ใช่ไหม จิตใดไม่ใช่เกิดอยู่ จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม (๙๗) ๙. นิรุชฌมานุปปันนวาร

ข้อ ๓๕

จิตใดดับอยู่ จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็ดับอยู่ใช่ไหม จิตใดไม่ใช่ดับอยู่ จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม (๙๘) ๑๐. อุปปันนุปปาทวาร

ข้อ ๓๖

จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดเคยเกิด จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๒. ธัมมวาร จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม (๙๙) จิตใดเกิดแล้ว จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดจักเกิด จิตนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม (๑๐๐) ๑๑. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๓๗

จิตใดเคยเกิด จิตนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดจักเกิด จิตนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดไม่เคยเกิด จิตนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๑๐๑) ๑๒. อุปปันนุปปัชชมานวาร

ข้อ ๓๘

จิตที่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าเกิดอยู่ใช่ไหม จิตที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าเกิดแล้วใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม (๑๐๒) ๑๓. นิรุทธนิรุชฌมานวาร

ข้อ ๓๙

จิตที่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าดับอยู่ใช่ไหม จิตที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าดับแล้วใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่ดับแล้วใช่ไหม (๑๐๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ๑๔. อติกกันตกาลวาร

ข้อ ๔๐

จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไป ทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะ ที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไป ทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นล่วงไป ทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม (๑๐๔) อุทเทสแห่งธัมมวาร จบ ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ๑. อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาร

ข้อ ๔๑

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักดับ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักดับ ไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ไม่ใช่ กำลังดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ แต่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด แต่กำลังดับมีไหม (๑๐๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ๒. อุปปาทุปปันนวาร

ข้อ ๔๒

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๑๐๖) ๓. นิโรธุปปันนวาร

ข้อ ๔๓

จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๑๐๗) ๔. อุปปาทวาร

ข้อ ๔๔

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๑๐๘)

ข้อ ๔๕

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม (๑๐๙)

ข้อ ๔๖

จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม (๑๑๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ๕. นิโรธวาร

ข้อ ๔๗

จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเคยดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๑๑๑)

ข้อ ๔๘

จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๑๑๒)

ข้อ ๔๙

จิตใดของบุคคลใดเคยดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม (๑๑๓) ๖. อุปปาทนิโรธวาร

ข้อ ๕๐

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเคยดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

ข้อ ๕๑

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

ข้อ ๕๒

จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ๗. อุปปัชชมานนนิโรธวาร

ข้อ ๕๓

จิตใดของบุคคลใดกำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดกำลังดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม ๘. อุปปัชชมานุปปันนวาร

ข้อ ๕๔

จิตใดของบุคคลใดเกิดอยู่ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดอยู่ใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดอยู่ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม ๙. นิรุชฌมานุปปันนวาร

ข้อ ๕๕

จิตใดของบุคคลใดดับอยู่ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ดับอยู่ใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่ดับอยู่ จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม ๑๐. อุปปันนุปปาทวาร

ข้อ ๕๖

จิตใดของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดเกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็เกิดแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่เกิดแล้วใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๑. สุทธจิตตสามัญญะ ๓. ปุคคลธัมมวาร ๑๑. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๕๗

จิตใดของบุคคลใดเคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้น ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดจักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ใช่เกิดแล้ว จิตนั้นของ บุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตนั้นของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตนั้นของบุคคลนั้นมิใช่ไม่เกิดแล้ว จิตนั้น ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ๑๒. อุปปันนุปปัชชมานวาร

ข้อ ๕๘

จิตที่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าเกิดอยู่ใช่ไหม จิตที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าเกิดแล้วใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่เกิดแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่เกิดอยู่ใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่ เกิดแล้วใช่ไหม ๑๓. นิรุทธนิรุชฌมานวาร

ข้อ ๕๙

จิตที่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าดับอยู่ใช่ไหม จิตที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าดับแล้วใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่ดับแล้ว ก็ชื่อว่าไม่ใช่ดับอยู่ใช่ไหม จิตที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าไม่ใช่ ดับแล้วใช่ไหม ๑๔. อติกกันตกาลวาร

ข้อ ๖๐

จิตใดของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้น ของบุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ดับอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้นของ บุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๒. สุตตันตจิตตมิสสกวิเสส จิตใดของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้น ของบุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม จิตใดของบุคคลใดล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่ดับอยู่ ชื่อว่าล่วงกาลแล้ว จิตนั้น ของบุคคลนั้นล่วงไปทุกๆ ขณะที่ไม่ใช่เกิดอยู่ ก็ชื่อว่าล่วงกาลแล้วใช่ไหม อุทเทสแห่งปุคคลธัมมวาร จบ ๒. สุตตันตจิตตมิสสกวิเสส

ข้อ ๖๑

จิตมีราคะของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตปราศจากราคะของบุคคลใดกำลังเกิด ... จิตมีโทสะของบุคคลใดกำลังเกิด ... จิตปราศจากโทสะของบุคคลใดกำลังเกิด ... จิตมีโมหะของบุคคลใดกำลังเกิด ... จิตปราศจากโมหะของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตหดหู่ของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตฟุ้งซ่านของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตเป็นมหัคคตะของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตไม่เป็นมหัคคตะของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตมีธรรมอื่นยิ่งกว่าของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตเป็นสมาธิของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตไม่เป็นสมาธิของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตหลุดพ้นแล้วของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตไม่หลุดพ้นแล้วของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ (๑๑๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๖} พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๘. จิตตยมก] อุทเทส ๓. อภิธัมมจิตตมิสสกวิเสส ๓. อภิธัมมจิตตมิสสกวิเสส

ข้อ ๖๒

จิตที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังเกิด ฯลฯ จิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาของบุคคลใดกำลังเกิด ... (พึงยกบาลีอุทเทสโดยวิธีนี้ ตลอดจนถึงจิตที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้และที่ไม่เป็น เหตุให้สัตว์ร้องไห้) จิตที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ของบุคคลใดกำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับ จิตที่ไม่เป็น เหตุให้สัตว์ร้องไห้ของบุคคลนั้นก็จักดับ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม จิตที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ของบุคคลใดจักดับ ไม่ใช่จักเกิด จิตที่ไม่เป็นเหตุ ให้สัตว์ร้องไห้ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม (๑๑๕) อุทเทสแห่งมิสสกวาร จบ อุทเทสวาร จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๗}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้