บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวก
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรผู้ไม่มีอุปัชฌาย์. ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ไม่มีอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรมีคณะเป็นอุปัชฌาย์. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตร มีคณะเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีบุคคลลักเพศเป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีภิกษุไปเข้ารีตเดียรถีย์เป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีสัตว์ดิรัจฉานเป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีคนฆ่ามารดาเป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีคนฆ่าบิดาเป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีคนฆ่าพระอรหันต์เป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นอุปัชฌาย์. ... อุปสมบทกุลบุตรมีคนทำสังฆเภทเป็นอุปัชฌาย์ ... อุปสมบทกุลบุตรมีคนทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิตเป็นอุปัชฌาย์ ... อุปสมบทกุลบุตรมีอุภโตพยัญชนกเป็นอุปัชฌาย์. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีบุคคลลักเพศเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีภิกษุไปเข้ารีตเดียรถีย์เป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีสัตว์ดิรัจฉานเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีคนฆ่ามารดาเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีคนฆ่าบิดาเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีคนฆ่าพระอรหันต์เป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีคนทำสังฆเภทเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีคนทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิตเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ... กุลบุตรมีอุภโตพยัญชนกเป็นอุปัชฌาย์ ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อนุปชฺฌายกํ อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อนุปชฺฌายโก อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สงฺเฆน อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว สงฺเฆน อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู คเณน อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว คเณน อุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๑๓๓.๑} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปณฺฑกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯเปฯ เถยฺยสํวาสกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ติตฺถิยปกฺกนฺตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ติรจฺฉานคตุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ มาตุฆาตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ปิตุฆาตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ อรหนฺตฆาตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ภิกฺขุนีทูสกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ สงฺฆเภทกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ โลหิตุปฺปาทกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ อุภโตพฺยญฺชนกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ปณฺฑกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น เถยฺยสํวาสกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น ติตฺถิยปกฺกนฺตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น ติรจฺฉานคตุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น มาตุฆาตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น ปิตุฆาตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น อรหนฺตฆาตกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น ภิกฺขุนีทูสกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น สงฺฆเภทกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น โลหิตุปฺปาทกุปชฺฌเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ น อุภโตพฺยญฺชนกุปชฺฌาเยน อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรผู้ไม่มีบาตร. พวกเธอเที่ยวรับ บิณฑบาตด้วยมือ. คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เที่ยวรับบิณฑบาตเหมือนพวก เดียรถีย์. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรไม่มีบาตร ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้อง อาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรผู้ไม่มีจีวร. พวกเธอเปลือยกายเที่ยวรับ บิณฑบาต. คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เที่ยวรับบิณฑบาตเหมือนพวก เดียรถีย์. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรไม่มีจีวร ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรผู้ไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร พวกเธอเปลือยกาย เที่ยวรับบิณฑบาตด้วยมือ คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เที่ยวรับบิณฑบาต เหมือนพวกเดียรถีย์. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรมีบาตรที่ยืมเขามา. เมื่ออุปสมบทแล้ว เจ้าของก็นำบาตรคืนไป. พวกเธอเที่ยวรับบิณฑบาตด้วยมือ. คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เที่ยวรับบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายกุลบุตรมีบาตรที่ยืม เขามา ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรมีจีวรที่ยืมเขามา. เมื่ออุปสมบทแล้ว เจ้าของ ก็นำจีวรคืนไป. พวกเธอเปลือยกายเที่ยวรับบิณฑบาต. คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า เที่ยวรับบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีจีวรที่ยืมเขามา ภิกษุไม่พึง อุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายอุปสมบทกุลบุตรมีบาตรและจีวรที่ยืมเขามา. เมื่ออุปสมบท แล้ว เจ้าของก็นำบาตรและจีวรคืนไป. พวกเธอเปลือยกายเที่ยวรับบิณฑบาตด้วยมือ. คน ทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เที่ยวรับบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์. ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีบาตรและจีวรที่ยืมเขามา ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ รูปใดอุปสมบทให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวก จบ. ----------------------------------------------------- บุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวก
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อปตฺตกํ อุปสมฺปาเทนฺติ หตฺเถสุ ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อปตฺตโก อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อจีวรกํ อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ นคฺคา ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อจีวรโก อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๑๓๔.๑} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อปตฺตจีวรกํ อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ นคฺคา หตฺเถสุ ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อปตฺตจีวรโก อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๑๓๔.๒} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ยาจิตเกน ปตฺเตน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ อุปสมฺปนฺเน ปตฺตํ ปฏิหรนฺติ ฯ หตฺเถสุ ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ยาจิตเกน ปตฺเตน อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๑๓๔.๓} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ยาจิตเกน จีวเรน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ อุปสมฺปนฺเน จีวรํ ปฏิหรนฺติ ฯ นคฺคา ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ยาจิตเกน จีวเรน อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ {๑๓๔.๔} เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ยาจิตเกน ปตฺตจีวเรน อุปสมฺปาเทนฺติ ฯ อุปสมฺปนฺเน ปตฺตจีวรํ ปฏิหรนฺติ ฯ นคฺคา หตฺเถสุ ปิณฺฑาย จรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยาติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ยาจิตเกน ปตฺตจีวเรน อุปสมฺปาเทตพฺโพ โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ นอุปสมฺปาเทตพฺพกวีสติวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายบรรพชาคนมือด้วน ... บรรพชาคนเท้าด้วน ... บรรพชาคนทั้งมือและเท้าด้วน ... บรรพชาคนหูขาด ... บรรพชาคนจมูกแหว่ง ... บรรพชาคนทั้งหูขาด และจมูกแหว่ง ... บรรพชาคนนิ้วมือนิ้วเท้าขาด ... บรรพชาคนมีง่ามมือง่ามเท้าขาด ... บรรพชาคนเอ็น ขาด ... บรรพชาคนมือเป็นแผ่น ... บรรพชาคนค่อม ... บรรพชาคนเตี้ย ... บรรพชาคนคอพอก ... บรรพชาคนถูกสักหมายโทษ ... บรรพชาคนมีรอยเฆี่ยนด้วยหวาย ... บรรพชาคนถูกออกหมายสั่งจับ ... บรรพชาคนเท้าปุก ... บรรพชาคนมีโรคเรื้อรัง ... บรรพชาคนมีรูปร่างไม่สมประกอบ ... บรรพชา คนตาบอดข้างเดียว ... บรรพชาคนง่อย ... บรรพชาคนกระจอก ... บรรพชาคนเป็นโรคอัมพาต ... บรรพชาคนมีอิริยาบถขาด ... บรรพชาคนชราทุพพลภาพ ... บรรพชาคนตาบอดสองข้าง ... บรรพชา คนใบ้ ... บรรพชาคนหูหนวก ... บรรพชาคนทั้งบอดและใบ้ ... บรรพชาคนทั้งบอดและหนวก ... บรรพชาคนทั้งใบ้และหนวก ... บรรพชาคนทั้งบอดใบ้และหนวก. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงบรรพชาคนมือด้วน ... ไม่พึงบรรพชาคนเท้าด้วน ... ไม่พึงบรรพชาคนทั้งมือและเท้าด้วน ... ไม่พึงบรรพชาคนหูขาด ... ไม่พึงบรรพชาคนจมูกแหว่ง ... ไม่พึงบรรพชาคนทั้งหูขาดทั้งจมูกแหว่ง ... ไม่พึงบรรพชาคนนิ้วมือนิ้วเท้าขาด ... ไม่พึงบรรพชาคน ง่ามมือง่ามเท้าขาด ... ไม่พึงบรรพชาคนเอ็นขาด ... ไม่พึงบรรพชาคนมือเป็นแผ่น ... ไม่พึงบรรพชา คนค่อม ... ไม่พึงบรรพชาคนเตี้ย ... ไม่พึงบรรพชาคนคอพอก ... ไม่พึงบรรพชาคนถูกสักหมายโทษ ... ไม่พึงบรรพชาคนมีรอยเฆี่ยนด้วยหวาย ... ไม่พึงบรรพชาคนถูกออกหมายสั่งจับ ... ไม่พึงบรรพชา คนเท้าปุก ... ไม่พึงบรรพชาคนมีโรคเรื้อรัง ... ไม่พึงบรรพชาคนมีรูปร่างไม่สมประกอบ ... ไม่พึง บรรพชาคนตาบอดข้างเดียว ... ไม่พึงบรรพชาคนง่อย ... ไม่พึงบรรพชาคนกระจอก ... ไม่พึงบรรพชา คนเป็นโรคอัมพาต ... ไม่พึงบรรพชาคนมีอิริยาบถขาด ... ไม่พึงบรรพชาคนชราทุพพลภาพ ... ไม่พึง บรรพชาคนตาบอดสองข้าง ... ไม่พึงบรรพชาคนใบ้ ... ไม่พึงบรรพชาคนหูหนวก ... ไม่พึงบรรพชา คนทั้งบอดและใบ้ ... ไม่พึงบรรพชาคนทั้งบอดและหนวก ... ไม่พึงบรรพชาคนทั้งใบ้และหนวก ... ไม่พึงบรรพชาคนทั้งบอดใบ้และหนวก รูปใดบรรพชาให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. บุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวก จบ. ทายัชชภาณวารที่ ๙ จบ. -----------------------------------------------------
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู หตฺถจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯเปฯ ปาทจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ หตฺถปาทจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ กณฺณจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ นาสจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ กณฺณนาสจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ องฺคุลิจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ อฬจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ กณฺฑรจฺฉินฺนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ผณหตฺถกํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ขุชฺชํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ วามนํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ คลคณฺฑิกํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ลกฺขณาหตํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ กสาหตํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ลิขิตกํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ สีปทึ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ปาปโรคึ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ปริสทูสกํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ กาณํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ กุณึ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ขญฺชํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ปกฺขหตํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ฉินฺนิริยาปถํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ชราทุพฺพลํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ อนฺธํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ มูคํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ พธิรํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ อนฺธมูคํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ อนฺธพธิรํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ มูคพธิรํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ อนฺธมูคพธิรํ ปพฺพาเชนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว หตฺถจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น ปาทจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น หตฺถปาทจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น กณฺณจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น นาสจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น กณฺณนาสจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น องฺคุลิจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น อฬจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น กณฺฑรจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ น ผณหตฺถโก ปพฺพาเชตพฺโพ น ขุชฺโช ปพฺพาเชตพฺโพ น วามโน ปพฺพาเชตพฺโพ น คลคณฺฑิโก ปพฺพาเชตพฺโพ น ลกฺขณาหโต ปพฺพาเชตพฺโพ น กสาหโต ปพฺพาเชตพฺโพ น ลิขิตโก ปพฺพาเชตพฺโพ น สีปที ปพฺพาเชตพฺโพ น ปาปโรคี ปพฺพาเชตพฺโพ น ปริสทูสโก ปพฺพาเชตพฺโพ น กาโณ ปพฺพาเชตพฺโพ น กุณี ปพฺพาเชตพฺโพ น ขญฺโช ปพฺพาเชตพฺโพ น ปกฺขหโต ปพฺพาเชตพฺโพ น ฉินฺนิริยาปโถ ปพฺพาเชตพฺโพ น ชราทุพฺพโล ปพฺพาเชตพฺโพ น อนฺโธ ปพฺพาเชตพฺโพ น มูโค ปพฺพาเชตพฺโพ น พธิโร ปพฺพาเชตพฺโพ น อนฺธมูโค ปพฺพาเชตพฺโพ น อนฺธพธิโร ปพฺพาเชตพฺโพ น มูคพธิโร ปพฺพาเชตพฺโพ น อนฺธมูคพธิโร ปพฺพาเชตพฺโพ โย ปพฺพาเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ นปพฺพาเชตพฺพทฺวตฺตึสวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ ทายชฺชภาณวารํ นิฏฺฐิตํ นวมํ ฯ