คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

ปฏิจจวาร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๔๑๘–๑๔๕๓พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑๓๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ อุปาทินนัตติกะ ปฏิจจวาร

อุปาทินฺนตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร

๑๔๑๘

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทา- *นิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอุปาทิน- *นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทา- *นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย จ อนุปาทินฺนุปาทานิโย จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

๑๔๑๙

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ

๑๔๒๐

อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทา- *นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย จ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

๑๔๒๑

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม และ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนอนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๒๒

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๒๓

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิ- *ขณะ ฯลฯ อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ฯ อารมฺมณปจฺจยา ตีณิ ปญฺหา ฯ

๑๔๒๔

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม มี ๓ นัย อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินน- *อนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทาทินนอนุปาทานิยธรรม และมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ตีณิ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๒๕

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย ฯลฯ คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่ เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น มี ๓ นัย อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ สหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป ทั้งหลาย เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น มี ๓ นัย อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนอนุ- *ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนุ- *ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อนนฺตรปจฺจยา ... สมนนฺตรปจฺจยา ... สหชาตปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ตีณิ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ตีณิ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ฯ

๑๔๒๖

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ฯลฯ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น สำหรับอสัญญสัตว์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ เกิดขึ้น อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยอนุปาทาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วตฺถุ จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ พาหิรํ ... อาหารํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ฯ

๑๔๒๗

อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ฯลฯ เกิดขึ้น เพราะนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ เพราะอุปนิสสยปัจจัย

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ... นิสฺสยปจฺจยา ฯ นว ปญฺหา ฯ ... อุปนิสฺสยปจฺจยา ฯ

๑๔๒๘

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย มี ๓ นัย

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ปุเรชาตปจฺจยา ฯ ตีณิ ปญฺหา ฯ

๑๔๒๙

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาเสวนปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯ

๑๔๓๐

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย มีวาระ ๙ เหมือนเหตุปัจจัย

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ กมฺมปจฺจยา ฯ เหตุปจฺจยสทิสา นว ปญฺหา ฯ

๑๔๓๑

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย มี ๓ นัย อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะ วิปากปัจจัย คือ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัย มหาภูตรูป เกิดขึ้น อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น มีวาระ ๙

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปากปจฺจยา ตีณิ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปากปจฺจยา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูตา ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ วิปากปจฺจยา วิปากํ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ นว ปญฺหา ฯ

๑๔๓๒

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย ฯลฯ เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย พึงให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาร แห่งกุสลัตติกะ ที่ให้พิสดารแล้วโดยวิธีสาธยาย

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อาหารปจฺจยา ฯเปฯ อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ ยถา กุสลตฺติกสฺส ปฏิจฺจวาโร สชฺฌายมคฺเคน วิตฺถาริโต เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

๑๔๓๓

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๕ ในอนันตรปัจจัย มี " ๕ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๙ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๓ ในวิคตปัจจัย มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ พึงนับเหมือนจำนวนปฏิจจวาร ในกุสลัตติกะ ที่นับไว้แล้วโดยวิธีสาธยาย อนุโลม จบ

เหตุยา นว อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ปญฺจ อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน เทฺว กมฺเม นว วิปาเก นว อาหาเร นว อินฺทฺริเย นว ฌาเน นว มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต นว ฯ เหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อวิคเต นว ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปฏิจฺจคณนา สชฺฌายมคฺเคน คณิตา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

๑๔๓๔

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ เหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทาทินนุปาทานิยธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น อุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทา- *นิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ซึ่ง เป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ {๑๔๓๔.๑} อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย จ อนุปาทินฺนุปาทานิโย จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

๑๔๓๕

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ มหาภูตํ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

๑๔๓๖

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรมและ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะและ มหาภูตรูป เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๓๗

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น หทยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทินน- *อนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรมและอนุปาทินนุ- *ปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ {๑๔๓๗.๑} อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ {๑๔๓๗.๒} อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๓๘

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย พึงกระทำปฏิสนธิให้บริบูรณ์ มีวาระ ๓ อาศัยธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น มีวาระ ๑ อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปา- *ทานิยธรรม เกิดขึ้น อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม และอนุปาทิน นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ฯ ปฏิสนฺธิ ปริปุณฺณํ ฯ ตีณิ ปญฺหา ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ฯ เอกา ปญฺหา ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา อธิปติ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๓๙

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญ- *ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาต- *ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมซึ่งเป็นวิบาก เกิดขึ้น ฯลฯ

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอนนฺตรปจฺจยา ฯเปฯ ... นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

๑๔๔๐

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ

อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิยา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ

๑๔๔๑

อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ซึ่งเป็นกุศล เกิดขึ้น

อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา กุสเล อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา เจตนา ฯ

๑๔๔๒

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย สำหรับพวกอสัญญสัตว์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะวิปากปัจจัย มีวาระ ๑ อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมซึ่งเป็นกุศล เกิดขึ้น มีวาระ ๓ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม และอนุปา- *ทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ซึ่งเป็นกุศล และมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ฯ เอกา ปญฺหา ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา กุสลํ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ ตีณิ ปญฺหา ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยญฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา กุสเล อนุปาทินฺนอนุปาทานิเย ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

๑๔๔๓

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย สำหรับพวกอสัญญสัตว์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอาหารปัจจัย พาหิรรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

๑๔๔๔

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย สำหรับพวกอสัญญสัตว์ รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอินฺทฺริยปจฺจยา อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ

๑๔๔๕

อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ

อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ

๑๔๔๖

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะฌานปัจจัย พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ

๑๔๔๗

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น มีวาระ ๕

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ ปญฺจ ปญฺหา ฯ

๑๔๔๘

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย เหมือนกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นสมฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ นอารมฺมณปจฺจยสทิสํ ฯ

๑๔๔๙

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อารุปฺเป อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อารุปฺเป อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อารุปฺเป อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ

๑๔๕๐

อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย พึงให้พิสดารเหมือนปัจจนียวาร ในกุสลัตติกะ ที่ให้พิสดารไว้แล้ว

อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ โนนตฺถิปจฺจยา ... โนวิคตปจฺจยา ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปจฺจนียวาโร วิตฺถาริโต เอวํ วิตฺถาเรตพฺโพ ฯ

๑๔๕๑

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๖ " อธิปติปัจจัย มี " ๖ " อนันตรปัจจัย มี " ๖ " สมนันตรปัจจัย มี " ๖ " อัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ " อุปนิสสยปัจจัย มี " ๖ " ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ " ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ " อาเสวนปัจจัย มี " ๙ " กัมมปัจจัย มี " ๓ " วิปากปัจจัย มี " ๖ " อาหารปัจจัย มี " ๒ " อินทริยปัจจัย มี " ๒ " ฌานปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๕ " สัมปยุตตปัจจัย มี " ๖ " วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ " นัตถิปัจจัย มี " ๖ " วิคตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๔ พึงนับเหมือนจำนวนในกุสลัตติกะ ปัจจนียะ จบ

นเหตุยา ปญฺจ นอารมฺมเณ ฉ นอธิปติยา ฉ นอนนฺตเร ฉ นสมนนฺตเร ฉ นอญฺญมญฺเญ ฉ นอุปนิสฺสเย ฉ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม เทฺว นวิปาเก ฉ นอาหาเร เทฺว นอินฺทฺริเย เทฺว นฌาเน เทฺว นมคฺเค ปญฺจ นสมฺปยุตฺเต ฉ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ฉ โนวิคเต ฉ ฯ นเหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ จตฺตาริ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... โนวิคเต จตฺตาริ ฯ ยถา กุสลตฺติเก คณนา เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

๑๔๕๒

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๖ พึงนับเหมือนจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลัตติกะ อนุโลมปัจจนียะ จบ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ฉ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... โนวิคเต ฉ ฯ ยถา กุสลตฺติเก อนุโลมปจฺจนียคณนา เอวํ คเณตพฺพา ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

๑๔๕๓

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ พึงนับเหมือนจำนวนปัจจนียานุโลม ในกุสลัตติกะ ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อวิคเต ปญฺจ ฯ ยถา กุสลตฺติเก ปจฺจนียานุโลมคณนา เอวํ คเณตพฺพา ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย