คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๔๐

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. ปัจจยุทเทส (ปัจจัย ๒๔)เหตุปัจจัยอารัมมณปัจจัยอธิปติปัจจัยอนันตรปัจจัยสมนันตรปัจจัยสหชาตปัจจัยอัญญมัญญปัจจัยนิสสยปัจจัยอุปนิสสยปัจจัยปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัยอาเสวนปัจจัยกัมมปัจจัยวิปากปัจจัยอาหารปัจจัยอินทริยปัจจัยฌานปัจจัยมัคคปัจจัยสัมปยุตตปัจจัยวิปปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัยนัตถิปัจจัยวิคตปัจจัยอวิคตปัจจัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ปัญจมูลกปัฏฐาน เป็นต้น ท่านย่อเสียแล้ว เอกมูลกะ ทุมูลกะ ติมูลกะ จตุมูลกะ ปัญจมูลกะ สัพพมูลกปัจจัย ผู้มีปัญญาพึงจำแนกให้พิสดาร เอกมูลกะ ทุมูลกะ ติมูลกะ จตุมูลกะ ปัญจมูลกะ สัพพมูลกปัจจัย แห่งบทหนึ่งๆ ผู้มีปัญญาพึงจำแนกให้พิสดารอนุโลมนัยปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม เกิดร่วมกับกุศลธรรม อกุศลธรรม เกิดร่วมกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม เกิดร่วมกับอัพยากตธรรมกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย เป็นต้นปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมกุศลธรรม คลุกเคล้ากับกุศลธรรม อกุศลธรรม คลุกเคล้ากับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม คลุกเคล้ากับอัพยากตธรรมปัจจนียนัยอนุโลมปัจจนียนัยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม ประกอบกับกุศลธรรม อกุศลธรรม ประกอบกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประกอบกับอัพยากตธรรม[๔๐๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย เป็นต้น[๔๐๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอารัมมณปัจจัย เป็นต้น[๔๑๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอธิปติปัจจัย เป็นต้น[๔๑๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอนันตรปัจจัย เป็นต้น[๔๑๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสมนันตร เป็นต้น[๔๑๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสหชาต เป็นต้น[๔๒๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นต้น[๔๒๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๔๒๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๔๒๔] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นต้น[๔๒๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นต้น[๔๒๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอาเสวนปัจจัย เป็นต้น[๔๒๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยกัมมปัจจัย เป็นต้น[๔๒๘] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยวิปากปัจจัย[๔๒๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอาหารปัจจัย เป็นต้น[๔๓๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอินทรียปัจจัย เป็นต้น[๔๓๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยฌานปัจจัย เป็นต้น[๔๓๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยมัคคปัจจัย เป็นต้น[๔๓๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสัมปยุตต เป็นต้น[๔๓๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยวิปปยุตตปัจจัย เป็นต้น[๔๓๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอัตถิปัจจัย เป็นต้น[๔๓๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยนัตถิปัจจัย[๔๓๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยวิคตปัจจัย[๔๓๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอวิคตปัจจัยเหตุปัจจัย มีวาระ ๗อธิปติปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มีวาระ ๔สมนันตรปัจจัย กับอนันตรปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อนันตรปัจจัย กับสมนันตรปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับ สหชาตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๘ ปัจจัยที่มีวาระ ๕ ปัจจัยที่มีวาระ ๔ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อารัมมณปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๒ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อารัมมณปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑วิปปยุตตปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับกัมมปัจจัย สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯอธิปติปัจจัย กับอาหารปัจจัย สหชาต กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับอินทริยปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯสหชาตปัจจัย กับฌานปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓เหตุปัจจัย กับสัมปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๕เหตุปัจจัย กับอัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓อนันตรปัจจัย กับนัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗อนันตรปัจจัย กับวิคตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรมในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัยเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตรมูลกนัยสมนันตรมูลกนัยสหชาตมูลกนัยอัญญมัญญมูลกนัยนิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยปุเรชาตมูลกนัยปัจฉาชาตมูลกอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยวิปปยุตตมูลกนัยอัตถิมูลกนัยนัตถิ, วิคต, อวิคตมูลกนัยนเหตุมูลกนัยนอารัมมณมูลกนัยนอธิปติมูลกนัยนอนันตรมูลกนัย นสมนันตรมูลกนัยนสหชาตมูลกนัยนอัญญมัญญมูลกนัยนนิสสยมูลกนัยนอุปนิสสยมูลกนัยนปุเรชาตมูลกนัยนปัจฉาชาตมูลกนัยนอาเสวนมูลกนัยนกัมมนวิปากมูลกนัยนอาหารมูลกนัยนอินทริยมูลกนัยนฌานมูลกนัยนมัคคมูลกนัยนสัมปยุตตมูลกนัยนวิปปยุตตมูลกนัยโน อัตถิมูลกนัยโน นัตถิมูลกนัยโน วิคตมูลกนัยโน อวิคตมูลกนัยปฏิจจวารสัมปยุตตวารปัญหาวารเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตร สมนันตรมูลกนัยสหชาต อัญญมัญญ นิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารปัญหาวารปัจจนียะอนุโลมปัจจนียะปัจจนียานุโลม

ศาสนา

ปฏิจจวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๘ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัย ขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถึอและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๗๘} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทาน เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึด ถือแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่กรรมประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๗๙} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและ อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น อารัมมณปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ใน ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๐} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น อนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะ สหชาตปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ ยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทาน ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต- สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตต- สมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มี อาหารเป็นสมุฏฐาน .... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๑} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... มี ๓ วาระ ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ (๑) อัญญมัญญปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ใน ปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุอาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหา และทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิด ขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มี อุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑) ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๒} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร นิสสยปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทาน ... เพราะนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ... เพราะอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ (๑) กัมมปัจจัย

ข้อ อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะกัมมปัจจัย (มี ๙ วาระ เหมือนกับเหตุปัจจัย) วิปากปัจจัย

ข้อ ๑๐อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๓} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทาน เกิดขึ้น ฯลฯ มี ๙ วาระ อาหารปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๑อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะอาหารปัจจัย ฯลฯ เพราะอินทรียปัจจัย เพราะ ฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย (พึงขยายให้พิสดารเหมือนปฏิจจวารแห่งกุสลติกะที่ท่านขยายให้พิสดารตาม แนวทางแห่งการสาธยาย) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๒อรรถกถา

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๔} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ เหตุทุกนัย อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ (พึงนับเหมือนการนับปฏิจจะในกุสลติกะที่นับไว้ตามแนวทางแห่งการสาธยาย) อนุโลม จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๕} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๓อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น อเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน รูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๖} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์อุปาทานเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทาน ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่ เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะ ซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๔อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น (๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๗} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (ปฏิสนธิบริบูรณ์แล้ว) มี ๓ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๘} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ... อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน ... มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยขันธ์ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น นอนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๖อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะ นปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย ฯลฯ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น (ย่อ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๘๙} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร นกัมมปัจจัย

ข้อ ๑๗อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึด ถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กรรมอัน ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยขันธ์ที่กรรมอัน ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กรรมอันประกอบ ด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศล ซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัย

ข้อ ๑๘อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ สำหรับเหล่าอสัญญ- สัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๙๐} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ที่เป็นกุศลซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอาหารปัจจัย

ข้อ ๑๙อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ สำหรับเหล่าอสัญญสัตต- พรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ นอินทรียปัจจัย

ข้อ ๒๐อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ สำหรับเหล่าอสัญญ- สัตตพรหม รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๙๑} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ นฌานปัจจัย

ข้อ ๒๑อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มี อาหารเป็นสมุฏฐาน ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ นมัคคปัจจัย

ข้อ ๒๒อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น อเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย

ข้อ ๒๓อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนสัมปยุตตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณ- ปัจจัย) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๙๒} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๒๔อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... อาศัย มหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) โนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย

ข้อ ๒๕อรรถกถา

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย (พึงขยายให้พิสดารเหมือนปัจจนียวารในกุสลติกะ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๙๓} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๒๖อรรถกถา

นเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๖ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๖ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๒ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๖ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ นเหตุทุกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๙๔} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ ฯลฯ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ นฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๔ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ โนวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ (พึงนับเหมือนในกุสลติกะ) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๒๗

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๖ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๖ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ โนวิคตปัจจัย ” มี ๖ วาระ (พึงนับเหมือนอนุโลมปัจจนียะในกุสลติกะ) อนุโลมปัจจนียะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๙๕} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๒. สหชาตวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๒๘

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ สหชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ ฌานปัจจัย ” มี ๕ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับเหมือนปัจจนียานุโลมในกุสลติกะ) ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้