๑. ปฏิจจวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๘. อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑๘. อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะและ อวิชชาสวะอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) อวิชชาสวะอาศัยภวาสวะ เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) อวิชชาสวะอาศัยทิฏฐาสวะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ และสัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยอาสวะ เกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็น อาสวะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะอวิชชาสวะและสัมปยุตตขันธ์อาศัยกามาสวะที่สัมปยุตด้วยอาสวะ เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัยทั้งหมด) (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อาสวะอาศัยขันธ์ที่สัมปยุต ด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็น อาสวะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และอาสวะอาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๖๖} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๘. อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็น อาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะอาศัยกามาสวะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัยทั้งหมด) (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะและอาศัยอาสวะ เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็น อาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะอาศัย ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะและอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) (พึงผูกเป็นจักกนัย พึงเพิ่มปัจจัยทั้งหมดอย่างนี้) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ ย่อ) กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ (ไม่มีวิบาก) อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๖๗} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๘. อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นอธิปติปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็น อาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (บทที่มีนเหตุปัจจัยเป็น มูลไม่มี) เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้ สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร และสังสัฏฐวาร บริบูรณ์แล้วอย่างนี้ เหมือนกับปฏิจจวาร)