คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

ปัญหาวาร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๘๐–๑๐๒พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓๒๓ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปัญหาวาร

ปญฺหาวาโร

๘๐

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดย เหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดย เหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุกา เหตู จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ {๘๐.๑} อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๘๑

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศล- *กรรมนั้น บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้น แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็น สเหตุกธรรม เกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสเหตุกธรรม โดย เจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่ เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น สเหตุกธรรม เกิดขึ้น สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุก- *ธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อเหตุกธรรม และ โมหะ เกิดขึ้น สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่ สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็น อเหตุกธรรม เกิดขึ้น รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่ กายวิญญาณ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ เกิดขึ้น อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดย อารัมมณปัจจัย พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอเหตุกธรรม กิเลส ทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็น สเหตุกธรรม เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง ด้วยทิพพโสตธาตุ บุคคลผู้จิตของบุคคลรู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอเหตุกธรรม โดย เจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโต- *ปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภจักขุ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น โสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เกิดขึ้น สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เกิดขึ้น

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ... สเหตุเก ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ สเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน สเหตุกจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส สเหตุกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สเหตุเก ขนฺเธ อารพฺภ สเหตุกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๘๑.๑} สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุเก ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ อเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ สเหตุเก ขนฺเธ อารพฺภ อเหตุกา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุเก ขนฺเธ อารพฺภ วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๘๑.๒} อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: นิพฺพานํ อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเหตุเก ขนฺเธ จ โมหญฺจ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ อเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อเหตุเก ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ อเหตุกา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๘๑.๓} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อริยา นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา อเหตุเก ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเหตุเก ขนฺเธ จ โมหํ จ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ สเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสนฺติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณนฺติ เจโตปริยญาเณน อเหตุกจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ อเหตุกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อเหตุเก ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ สเหตุกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๘๑.๔} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุํ อารพฺภ วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ โสตํ ... วตฺถุํ ... อเหตุเก ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ สเหตุกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๘๑.๕} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ อเหตุกา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

๘๒

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำกุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา จากฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก แน่น ฯลฯ ผล ฯลฯ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก แน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย อธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำ นิพพานให้หนักแน่นแล้ว พิจารณา นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดย อธิปติปัจจัย จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุก- *ธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ กระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ฌานา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ... ผลํ ... สเหตุเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: สเหตุกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: สเหตุกา อธิปติ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: สเหตุกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๒.๑} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อเหตุเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ

๘๓

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล ผล เป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิด ก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่ เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอเหตุกธรรม โดย อนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย อนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิด ก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิด หลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิด หลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม โดย อนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิด หลังๆ และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่ เกิดก่อนๆ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่ เกิดก่อนๆ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่ เกิดก่อนๆ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สเหตุกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สเหตุกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส มคฺโค ผลสฺส ผลํ ผลสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓.๑} สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส วิจิกิจฺฉาสหคตสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สเหตุกํ จุติจิตฺตํ อเหตุกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สเหตุกํ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สเหตุกํ ภวงฺคํ อเหตุกสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สเหตุกา ขนฺธา อเหตุกสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓.๒} สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส วิจิกิจฺฉาสหคตสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อเหตุกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อเหตุกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓.๓} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อเหตุกํ จุติจิตฺตํ สเหตุกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อเหตุกํ ภวงฺคํ สเหตุกสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อเหตุกา ขนฺธา สเหตุกสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา สเหตุกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓.๔} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๓.๕} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส วิจิกิจฺฉาสหคตสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อเหตุกสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๘๔

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยสหชาตปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย ในปฏิจจวาร ปัจจัยสงเคราะห์ในที่นี้ ไม่มี ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัย ในปฏิจจวาร ปัจจัยสงเคราะห์ในที่นี้ ไม่มี

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจวาเร สหชาตสทิสํ อิห ฆฏนา นตฺถิ ฯ ... อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ ... นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจวาเร นิสฺสยปจฺจยสทิสํ อิห ฆฏนา นตฺถิ ฯ

๘๕

ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ สุขทางกาย เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย ทุกข์ทางกาย ฯลฯ อุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัย แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย โมหะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดย อุปนิสสยปัจจัย สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ และโมหะ เป็น ปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกายแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ อุตุ โภชนะ เสนาสนะ ฯลฯ โมหะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ สุขทางกาย ฯลฯ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ สุขทางกาย และโมหะ เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดย อุปนิสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุก- *ธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย

... อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สเหตุกา ขนฺธา สเหตุกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สเหตุกา ขนฺธา อเหตุกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สเหตุกา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๕.๑} อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: กายิกํ สุขํ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กายิกํ ทุกฺขํ ... อุตุ ... โภชนํ ... เสนาสนํ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย โมโห กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ โมโห จ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๕.๒} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: กายิกํ สุขํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ กายิกํ ทุกฺขํ ... อุตุํ โภชนํ เสนาสนํ ... โมหํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ กายิกํ สุขํ ฯเปฯ โมโห จ สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส ฯเปฯ ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: กายิกํ สุขํ โมโห จ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๕.๓} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ สเหตุกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อเหตุกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๘๖

อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว อารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่ กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยปุเรชาตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบากที่เป็นสเหตุก- *ธรรม เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง ด้วยทิพพโสตธาตุ ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น สเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เกิดขึ้น ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยปุเรชาตปัจจัย

อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ อเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ อเหตุกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๖.๑} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ สเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ สเหตุกานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อารพฺภ วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๘๗

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม ที่เกิดภายหลัง และโมหะ เป็น ปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดย ปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิด ภายหลัง และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา สเหตุกา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา อเหตุกา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๘๘

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอาเสวนปัจจัย เหมือนกับ อนันตรปัจจัย อาวัชชนะก็ดี ภวังค์ก็ดี ไม่มี ในอาเสวนปัจจัย พึงเว้นหัวข้อ ปัจจัยทั้ง ๙

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรสทิสํ ฯ อาวชฺชนมฺปิ ภวงฺคมฺปิ นตฺถิ อาเสวนปจฺจเย วชฺเชตพฺพา นวปิ ฯ

๘๙

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต- *สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมม- *ปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยกัมม- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมม- *ปัจจัย อเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต- *สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: สเหตุกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: สเหตุกา เจตนา วิปากานํ สเหตุกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: สเหตุกา เจตนา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: สเหตุกา เจตนา วิปากานํ อเหตุกานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๘๙.๑} สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: สเหตุกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: สเหตุกา เจตนา วิปากานํ สเหตุกานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อเหตุกา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๙๐

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่จิตต- *สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปาก- *ปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปาโก สเหตุโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ ... เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปากา สเหตุกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปาโก สเหตุโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ ... เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปาโก อเหตุโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ ... เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๙๑

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอาหารปัจจัย มี ๓ นัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลาย ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อเหตุกา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๙๒

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัย มี ๓ นัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุตฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กาย- *วิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดย อินทริยปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: อเหตุกา อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายินฺทฺริยํ กายวิญฺญาณสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๙๓

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ อเหตฺโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: อเหตุกานิ ฌานงฺคานิ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

๙๔

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ

๙๕

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย เหมือนกับสัมปยุตตปัจจัย ในปฏิจจวาร พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๖

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจวาเร สมฺปยุตฺตสทิสา ฉ ปญฺหา ฯ

๙๖

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตา- *รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตา- *รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดย วิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุก ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: สเหตุกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ สเหตุกา ขนฺธา กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: สเหตุกา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๖.๑} อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อเหตุกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อเหตุกา ขนฺธา กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อเหตุกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อเหตุกา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๖.๒} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ สเหตุกานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุ สเหตุกานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ วิปฺปยุตฺตปจจฺเยน ปจฺจโย ฯ {๙๖.๓} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๙๗

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต- *สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย อัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอัตถิ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๕ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคต ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย อัตถิปัจจัย ปฏิสนธิ พึงกระทำตลอดถึงอสัญญสัตว์ ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็น อเหตุกธรรม เกิดขึ้น รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่ กายวิญญาณ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่ กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัย แก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุก- *ธรรม โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็น สเหตุกธรรม เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย อัตถิปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโทสะ เกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิ- *ปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และรูป- *ชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย อุทธัจจะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ ... เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: สเหตุกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปจฺฉาชาตา: สเหตุกา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๗.๑} สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สเหตุโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ {๙๗.๒} อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อเหตุโก เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ ยาว อสญฺญสตฺตา กาตพฺพํ ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ อเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ อเหตุกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อเหตุกา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๗.๓} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ สเหตุกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ กุสลากุสเล นิรุทฺเธ สเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ วตฺถุ สเหตุกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๗.๔} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อารพฺภ วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ วตฺถุ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๗.๕} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ โมโห จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ สเหตุโก เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ สหชาโต: สเหตุโก เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ {๙๗.๖} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาตา: สเหตุกา ขนฺธา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ สเหตุกา ขนฺธา จ มหาภูตา จ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตา: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ วตฺถุ จ โมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตา: สเหตุกา ขนฺธา จ กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตา: สเหตุกา ขนฺธา จ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๙๗.๗} สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ โมโห จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจยน ปจฺจโย ฯ สหชาโต: วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ

๙๘

ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๖ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๔ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในกัมมปัจจัย มี " ๔ ในวิปากปัจจัย มี " ๔ ในอาหารปัจจัย มี " ๔ ในอินทริยปัจจัย มี " ๔ ในฌานปัจจัย มี " ๔ ในมัคคปัจจัย มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ

เหตุยา ฉ อารมฺมเณ นว อธิปติยา จตฺตาริ อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺม จตฺตาริ วิปาเก จตฺตาริ อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน จตฺตาริ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๙๙

สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย

สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๙๙.๑} อเหตุโก ธมฺโม อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๙๙.๒} อเหตุโก ธมฺโม สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา อเหตุกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สเหตุโก จ อเหตุโก จ ธมฺมา สเหตุกสฺส จ อเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ

๑๐๐

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ฯลฯ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ

นเหตุยา นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ นว โนอวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑๐๑

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๖ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ฉ ... นอธิปติยา ฉ นอนนฺตเร ฉ นสมนนฺตเร ฉ นอญฺญมญฺเญ เทฺว นอุปนิสฺสเย ฉ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นมคฺเค ฉ นสมฺปยุตฺเต เทฺว นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา ฉ โนวิคเต ฉ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑๐๒

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ สเหตุกทุกะ จบ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา จตฺตาริ อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก จตฺตาริ อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน จตฺตาริ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ สเหตุกทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ----------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ปัญหาวาร