๓. ปัจจยวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (บทที่มีสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเป็นมูล มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวาร ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๔} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็น อุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ย่อ) (๑) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๕} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร อัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่ง ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจจัย เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็น อุปาทายรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น (มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวารไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๖} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็น อุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ- ขณะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคต ด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) เพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาทำขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปทำมหาภูตรูปที่เป็นภายนอก ที่มี อาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และ อุปาทายรูปทำมหาภูตรูป ๑ ... ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุ เป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๗} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นอุปาทายรูป ทำขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) เพราะนวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะนอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็น ภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปของเหล่า อสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็น ภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๘} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) เพราะนมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะโนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ เพราะโนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ นกัมมปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๕ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวาร พึงทำอย่างนี้) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๒๒๙}