ปฏิจจวาร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุปาทานสัมปยุตตทุกะ ปฏิจจวาร
อุปาทานสมฺปยุตฺตทุกํ ปฏิจฺจวาโร
อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม โลภะ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เพราะเหตุปัจจัย เกิดขึ้น คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และโลภะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตต- *ธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ. อุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคต- *วิปปยุตตธรรม และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทาน- สมฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภ- สหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โลโภ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ อุปาทาน- สมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โลโภ จ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๔๒๖.๑} อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ... ฯ อุปาทาน- วิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ อุปาทาน- วิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ อุปาทาน- สมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๔๒๖.๒} อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ จ โลภญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ โลภะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และโลภะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ฯลฯ
อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ทิฏฺฐิคต- วิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โลโภ ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โลโภ จ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๔๒๗.๑} อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: อุปาทานวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๖ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๖ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๖ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๖ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๖ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๖ ในวิคตปัจจัย มี " ๖ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
เหตุยา นว อารมฺมเณ ฉ อธิปติยา นว อนนฺตเร ฉ สมนนฺตเร ฉ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย ฉ ปุเรชาเต ฉ อาเสวเน ฉ กมฺเม นว วิปาเก เอกํ อาหาเร นว สพฺพตฺถ นว มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา ฉ วิคเต ฉ อวิคเต นว ฯ
อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ เหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ซึ่งเป็น อเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิ ยาว อสญฺญสตฺตา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ อารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม จิตตสมุฏฐาน- *รูป อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย.
อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: อุปาทาน- วิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ {๔๓๐.๑} อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ จ โลภญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ... นอธิปติปจฺจยา: นอนนฺตรปจฺจยา: นสมนนฺตรปจฺจยา: นอุปนิสฺสยปจฺจยา: ฯ
อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต- *ปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ โลภะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตต- *ธรรม จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และโลภะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคต สัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต- *สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะที่ เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต- *ปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ. ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย.
อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อุปาทานสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โลโภ อุปาทานสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ {๔๓๑.๑} อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โลโภ จ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อุปาทานวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ {๔๓๑.๒} อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๔๓๑.๓} อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อุปาทานวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ จ โลภญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ... นปจฺฉาชาตปจฺจยา: นอาเสวนปจฺจยา: ฯ
อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ กัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานสัมปยุตตธรรม. อุปาทานวิปปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะกัมม- *ปัจจัย คือ สัมปปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม. อุปาทานสัมปยุตตธรรม อาศัยอุปาทานสัมปยุตตธรรม และอุปาทานวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และโลภะ.
อุปาทานสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: อุปาทานสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: อุปาทานวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... ฯ อุปาทานวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ อุปาทานสมฺปยุตฺตญฺจ อุปาทานวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาน- สมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภ- สหคเต ขนฺเธ จ โลภญฺจ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓ การนับทั้งสอง นอกจากนี้ ก็พึงกระทำ สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร.
นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ฉ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ อิตเร เทฺว คณนาปิ กาตพฺพา สหชาตวาโร ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ