คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๕ · มหาวรรค ภาค ๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

เศรษฐีบุตรโสณโกฬิวิสะเข้าเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารทรงอนุญาตรองเท้าพระพุทธบัญญัติห้ามจับโคพระพุทธบัญญัติห้ามใช้ที่นั่งและที่นอนสูงใหญ่เรื่องพระโสณกุฏิกัณณะหัวข้อประจำขันธกะภิกษุอาพาธในฤดูสารทพระพุทธานุญาตน้ำมันเปลวพระปิลินทวัจฉเถระอาพาธเป็นโรคลมอาพาธเป็นโรคฝีพระปิลินทวัจฉเถระซ่อมแปลงเงื้อมเขาพระพุทธานุญาตงบน้ำอ้อยพระพุทธบัญญัติห้ามทำสัตถกรรมอุบาสิกาสุปปิยาถวายเนื้อขาเรื่องพราหมณ์ถวายยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวานเรื่องมหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสเรื่องพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะถวายงบน้ำอ้อยทรงรับอาคารพักแรมเรื่องสุนีธะวัสสการะมหาอำมาตย์เรื่องเจ้าลิจฉวีชาวพระนครเวสาลีเรื่องสีหเสนาบดีพระพุทธานุญาตกัปปิยภูมิ วิธีสมมติกัปปิยภูมิ กรรมวาจาสมมติกัปปิยภูมิ…เรื่องเมณฑกะคหบดีเรื่องเกณิยชฎิลเรื่องวุฑฒบรรพชิตพระพุทธานุญาตมหาประเทศ ๔หัวข้อประจำขันธกะภิกษุปาไฐยรัฐเดินทางเข้าเฝ้ามาติกา ๘ การเดาะกฐินกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จเป็นต้นความสิ้นหวัง ๑๒ หมวดหัวข้อประจำขันธกะเรื่องคนมีทรัพย์ ชาวพระนครราชคฤห์เรื่องพระเจ้าจัณฑปัชโชตทรงประชวรโรคผอมเหลืองพระผู้มีพระภาคเสวยพระโอสถถ่ายองค์ของเจ้าหน้าที่ผู้รับจีวรองค์ของเจ้าหน้าที่ผู้แจกจีวรพระพุทธานุญาตน้ำย้อมเป็นต้นพระพุทธบัญญัติห้ามใช้จีวรที่ไม่ตัดเรื่องนางวิสาขา มิคารมาตาพระนอนหลับลืมสติองค์ของการถือวิสาสะ ๕ ประการพระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้ถวายจีวรเป็นของสงฆ์เรื่องพระอุปนนท์เรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วงเรื่องสมาทานติตถิยมีวัตรเปลือยกายเป็นต้นเรื่องจีวรยังไม่เกิดแก่ผู้จำพรรษาจีวรที่เกิดขึ้นมี ๘ มาติกาหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระกัสสปโคตรสงฆ์ ๕ ประเภทปฏิโกสนา ๒ อย่างอุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรมพระอุบาลีทูลถามปัพพาชนียกรรมเป็นต้นตัชชนียกรรมตัชชนียกรรมหัวข้อประจำขันธกะเรื่องภิกษุรูปหนึ่งแยกกันทำอุโบสถในสีมาเป็นต้นเรื่องความบาดหมางกันเป็นต้นเรื่องทีฆาวุกุมาร พระเจ้าโกศลและพระมเหสีถูกจับ…เสด็จพาลกโลณการกคามพระสารีบุตรเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติพระเถรานุเถระเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติรับภิกษุผู้ถูกยกเข้าหมู่หัวข้อประจำขันธกะ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องพราหมณ์ถวายยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวาน

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๑–๖๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒๓ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ เรื่องพราหมณ์ถวายยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวาน

ข้อ ๖๑อรรถกถา

อถโข ภควา พาราณสิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน อนฺธกวินฺทํ เตน จาริกํ ปกฺกามิ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตลเสหิ ภิกฺขุสเตหิ ฯ เตน โข ปน สมเยน ชานปทา มนุสฺสา พหุํ โลณมฺปิ เตลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ ขาทนียมฺปิ สกเฏสุ อาโรเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพทฺธา โหนฺติ ยทา ปฏิปาฏึ ลภิสฺสาม ตทา ภตฺตํ กริสฺสามาติ ปญฺจมตฺตานิ จ วิฆาสาทสตานิ ฯ อถโข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน อนฺธกวินฺทํ ตทวสริ ฯ {๖๑.๑} อถโข อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปฏิปาฏึ อลภนฺตสฺส เอตทโหสิ อธิกานิ โข เม เทฺว มาสานิ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ อนุพทฺธสฺส ยทา ปฏิปาฏึ ลภิสฺสามิ ตทา ภตฺตํ กริสฺสามีติ น จ เม ปฏิปาฏิ ลพฺภติ อหญฺจมฺหิ เอกโก พหุ จ เม ฆราวาสตฺโถ หายติ ยนฺนูนาหํ ภตฺตคฺคํ โอโลเกยฺยํ ยํ ภตฺตคฺเค นาสฺส ตํ ปฏิยาเทยฺยนฺติ ฯ อถโข โส พฺราหฺมโณ ภตฺตคฺคํ โลโลเกนฺโต เทฺว นาทฺทส ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ฯ อถโข โส พฺราหฺมโณ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ อิธ เม โภ อานนฺท ปฏิปาฏึ อลภนฺตสฺส เอตทโหสิ อธิกานิ โข เม เทฺว มาสานิ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ อนุพทฺธสฺส ยทา ปฏิปาฏึ ลภิสฺสามิ ตทา ภตฺตํ กริสฺสามีติ น จ เม ปฏิปาฏิ ลพฺภติ อหญฺจมฺหิ เอกโก พหุ จ เม ฆราวาสตฺโถ หายติ ยนฺนูนาหํ ภตฺตคฺคํ โอโลเกยฺยํ ยํ ภตฺตคฺเค นาสฺส ตํ ปฏิยาเทยฺยนฺติ โส โข อหํ โภ อานนฺท ภตฺตคฺคํ โอโลเกนฺโต เทฺว นาทฺทสํ ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ สจาหํ โภ อานนฺท ปฏิยาเทยฺยํ ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ปฏิคฺคณฺเหยฺย เม ภวํ โคตโมติ ฯ เตนหิ พฺราหฺมณ ภควนฺตํ ปฏิปุจฺฉิสฺสามีติ ฯ {๖๑.๒} อถโข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ เตนหิ อานนฺท ปฏิยาเทตูติ ฯ เตนหิ พฺราหฺมณ ปฏิยาเทหีติ ฯ อถโข โส พฺราหฺมโณ ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปหูตํ ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต อุปนาเมสิ ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภวํ โคตโม ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจาติ ฯ เตนหิ พฺราหฺมณ ภิกฺขูนํ เทหีติ ฯ ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา น ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯ ปฏิคฺคณฺหถ ภิกฺขเว ปริภุญฺชถาติ ฯ {๖๑.๓} อถโข โส พฺราหฺมโณ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปหูตาย ยาคุยา จ มธุโคฬเกน จ สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา ภควนฺตํ โธตหตฺถํ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ พฺราหฺมณํ ภควา เอตทโวจ ทสยิเม พฺราหฺมณ อานิสํสา ยาคุยา กตเม ทส ยาคุํ เทนฺโต อายุํ เทติ วณฺณํ เทติ สุขํ เทติ พลํ เทติ ปฏิภาณํ เทติ ยาคุ ปีตา ขุทํ ปฏิหนติ ปิปาสํ ปฏิวิโนเทติ วาตํ อนุโลเมติ วตฺถึ โสเธติ อามาวเสสํ ปาเจติ อิเม โข พฺราหฺมณ ทสานิสํสา ยาคุยาติ ฯ

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครพาราณสี ตามพระพุทธาภิรมณ์ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินมุ่งไปทางอันธกวินทะชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๑,๒๕๐ รูป คราวนั้นประชาชนชาวชนบทบรรทุกเกลือบ้างน้ำมันบ้าง ข้าวสารบ้าง ของควรเคี้ยว บ้าง เป็นอันมากมาในเกวียน เดินติดตามภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขมาข้างหลังๆ ด้วยตั้งใจว่า ได้โอกาสเมื่อใดจักทำภัตตาหารถวายเมื่อนั้น อนึ่ง คนกินเดนประมาณ ๕๐๐ คน ก็พลอยเดินติดตามไปด้วย ครั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธดำเนินผ่านระยะทางโดยลำดับ เสด็จถึงอันธกวินทชนบท. ขณะนั้นพราหมณ์คนหนึ่ง ยังหาโอกาสไม่ได้ จึงดำริในใจว่าเราเดินติดตามภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขมากว่า ๒ เดือนแล้ว ด้วยหมายใจว่าได้โอกาสเมื่อใด จักทำภัตตาหาร ถวายเมื่อนั้น แต่ก็หาโอกาสไม่ได้ อนึ่ง เราตัวคนเดียวและยังเสียประโยชน์ทางฆราวาสไปมาก ไฉนหนอ เราพึงตรวจดูโรงอาหาร สิ่งใดไม่มีในโรงอาหาร เราพึงตกแต่งสิ่งนั้นถวาย แล้วจึง ตรวจดูโรงอาหารมิได้เห็นมีของ ๒ สิ่ง คือยาคู ๑ ขนมปรุงด้วยน้ำหวาน ๑ จึงเข้าไปหาท่านพระ อานนท์ถึงสำนัก ครั้นแล้วได้กราบเรียนคำนี้แด่ท่านอานนท์ว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าอานนท์ ข้าพเจ้า หาโอกาสในที่นี้ไม่ได้จึงได้ดำริในใจว่า ตนเดินติดตามภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขมา กว่า ๒ เดือนแล้ว ด้วยหมายใจว่าได้โอกาสเมื่อใด จักทำภัตตาหารถวายเมื่อนั้น แต่ก็หาโอกาส ไม่ได้ อนึ่ง ตนตัวคนเดียวและยังเสียประโยชน์ทางฆราวาสของตนไปมาก ไฉนหนอ ตนพึง ตรวจดูโรงอาหาร สิ่งใดไม่มีในโรงอาหาร พึงตกแต่งสิ่งนั้นถวาย ดังนี้ ข้าแต่พระคุณเจ้าอานนท์ ข้าพเจ้านั้นตรวจดูโรงอาหาร มิได้เห็นมีของ ๒ สิ่ง คือ ยาคู ๑ ขนมปรุงด้วยน้ำหวาน ๑ ถ้า ข้าพเจ้าตกแต่งยาคู และขนมปรุงด้วยน้ำหวานถวาย ท่านพระโคดมจะพึงรับของข้าพเจ้าไหม เจ้าข้า? ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นฉันจักทูลถามพระผู้มีพระภาค ดังนี้ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคทันที. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ถ้าเช่นนั้นพราหมณ์จงตกแต่ง ถวายเถิด. ท่านพระอานนท์ บอกพราหมณ์ว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นท่านตกแต่งถวายได้ละ. จึงพราหมณ์นั้นตกแต่งยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวานมากมายโดยผ่านราตรีนั้น แล้วน้อม เข้าไปถวายแด่พระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ขอท่านพระโคดมโปรดกรุณารับยาคูและขนมปรุงด้วย น้ำหวานของข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นเธอจงถวายแก่ภิกษุทั้งหลายๆ รังเกียจ ไม่รับ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคนฉันเถิด. จึงพราหมณ์นั้นอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยยาคูและขนมปรุงด้วย น้ำหวานมากมายด้วยมือของตน จนยังพระผู้มีพระภาคผู้เสวยเสร็จล้างพระหัตถ์แล้ว ทรงนำ พระหัตถ์ออกจากบาตร ให้ห้ามภัตรแล้ว จึงนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ข้าวยาคูมีคุณ ๑๐ อย่าง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้กะพราหมณ์นั้น ผู้นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า ดูกรพราหมณ์ ข้าวยาคูมีคุณ ๑๐ อย่างนี้ ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือผู้ให้ข้าวยาคู ชื่อว่าให้อายุ ๑ ให้วรรณะ ๑ ให้สุข ๑ ให้กำลัง ๑ ให้ปฏิภาณ ๑ ข้าวยาคูที่ดื่มแล้วกำจัดความหิว ๑ บรรเทาความ ระหาย ๑ ทำลมให้เดินคล่อง ๑ ล้างลำไส้ ๑ ย่อยอาหารใหม่ที่เหลืออยู่ ๑ ดูกรพราหมณ์ ข้าวยาคู มีคุณ ๑๐ อย่างนี้แล. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยากรณ์พจน์นี้ ครั้นแล้วพระสุคตผู้พระศาสดาจึงได้ตรัสคาถา อนุโมทนานี้ต่อไปในภายหลัง ว่าดังนี้:- คาถาอนุโมทนา

ข้อ ๖๒

โย สญฺญตานํ ปรทตฺตโภชินํ กาเลน สกฺกจฺจ ททาติ ยาคุํ ทสสฺส ฐานานิ อนุปฺปเวจฺฉติ อายุญฺจ วณฺณญฺจ สุขํ พลญฺจ ปฏิภาณมสฺส อุปชายเต ตโต ขุทํ ปิปาสํ พฺยปเนติ วาตํ โสเธติ วตฺถึ ปริณาเมติ ภตฺตํ ฯ เภสชฺชเมตํ สุคเตน วณฺณิตํ ฯ ตสฺมา หิ ยาคุํ อลเมว ทาตุํ นิจฺจํ มนุสฺเสน สุขตฺถิเกน ทิพฺพานิ วา ปตฺถยตา สุขานิ มนุสฺสโสภคฺคตมิจฺฉตา วาติ ฯ

ทายกใดถวายข้าวยาคูโดยเคารพตามกาล แก่ปฏิคาหก ผู้สำรวมแล้ว บริโภคโภชนาอันผู้อื่นถวาย ทายกนั้น ชื่อว่าตามเพิ่มให้ซึ่งสถานะ ๑๐ อย่างแก่ปฏิคาหกนั้น อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ ย่อมเกิดแก่ปฏิคาหกนั้น แต่นั้นยาคูย่อมกำจัดความหิว ความระหาย ทำลมให้เดิน คล่อง ล้างลำไส้ และย่อยอาหาร ยาคูนั้นพระสุคตตรัส สรรเสริญว่าเป็นเภสัช เพราะเหตุนั้นแล มนุษย์ชนที่ต้อง การสุขยั่งยืน ปรารถนาสุขที่เลิศ หรืออยากได้ความงามอัน เพริศพริ้งในมนุษย์ จึงควรแท้เพื่อถวายข้าวยาคู. พระพุทธานุญาตข้าวยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวาน

ข้อ ๖๓

อถโข ภควา ตํ พฺราหฺมณํ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจาติ ฯ

ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาแก่พราหมณ์นั้นด้วย ๓ คาถานี้แล้ว เสด็จลุก จากที่ประทับกลับไป. ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตข้าวยาคู และขนม ปรุงด้วยน้ำหวาน.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย